ข่าวคนไทยติด ตม.เกาหลีมีออกมาอยู่เรื่อยๆ ทำให้ ตม. หรือกองตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด หลายคนที่อยากจะไปตามรอยซีรีย์เกาหลี หรือเที่ยวชมความสวยงามของประเทศอาจกำลังชั่งใจว่าจะไปหรือไม่ไปดี ถ้าไปแล้วจะผ่าน ตม.ไหม Expedia ขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่ต้องลังเล ใครอยากไปเกาหลีก็เตรียมจองตั๋ว จองที่พักแล้วทำเช็คลิสต์ “เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรับมือ ตม.เกาหลี” ตามด้านล่างนี้ได้เลย

info-immigration_korea-02 ตม.เกาหลี

เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรับมือ ตม.เกาหลี


การเตรียมตัวให้พร้อมรับมือตม.เกาหลีจะแบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ การเตรียมตัวด้านเอกสารและหลักฐาน และ การเตรียมตัวเรื่องการวางตัว ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้มีความสำคัญเท่าๆ กัน เอกสารหลักฐานดี วางตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่งถ้าใครเตรียมตัวตามลิสต์นี้รับรองว่าเกาหลีอยู่ไม่ไกลเกินฝันอย่างแน่นอน

1

การเตรียมตัวด้านเอกสารและหลักฐาน

1.1 เอกสารการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินขากลับ

1.การเตรียมตัวด้านเอกสารและหลักฐาน

ภาพจาก : www.youtube.com

เอกสารการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินขากลับเป็นสิ่งที่ตม.เกาหลีจะขอดูเป็นอันดับแรกๆ เพื่อยืนยันว่าเรามีที่พักในเกาหลีเป็นหลักแหล่งจริงๆ และมีกำหนดวันกลับที่แน่นอน ใครที่ไปเกาหลีโดยไม่จองที่พักไว้ล่วงหน้าหรือไม่จองตั๋วเครื่องบินขากลับจะมีเปอร์เซ็นไม่ผ่านตม.และถูกส่งกลับสูงมาก เอกสารการจองที่พักควรปรินท์ออกมาให้ครบทุกที่ที่เราเข้าพัก และหากใครพักหลายคนในห้องเดียวก็ควรจะใส่ชื่อทุกคนลงไปในการจองด้วย เพื่อยืนยันว่าเราเป็นผู้เข้าพักจริงๆ

1.2 เอกสารหลักฐานยืนยันการทำงานหรือเรียนในประเทศไทย

1.การเตรียมตัวด้านเอกสารและหลักฐาน-2

ภาพจาก : iStockPhoto

เอกสารหลักฐานยืนยันการทำงานหรือเรียนในประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญที่จะการันตีได้ว่าเราคือนักท่องเที่ยวจริงๆ เพราะสิ่งที่ทางตม.เกาหลีระวังมากๆ คือการลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ในบางครั้งเจ้าหน้าที่ตม.ก็จะขอดูเอกสารเหล่านี้ เพื่อนๆ ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทควรพกบัตรพนักงานและใบรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ไปด้วย สำหรับใครที่ทำงาน Freelance หรือทำธุรกิจส่วนตัวควรเตรียมนามบัตร เอกสาร รูปถ่าย หรือผลงานที่เคยทำเพื่อแสดงเป็นหลักฐาน สำหรับคนที่ยังเรียนอยู่ให้เตรียมบัตรนักเรียน นักศึกษา และเอกสารรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาติดตัวไปด้วย

1.3 แผนการท่องเที่ยวระหว่างพักในประเทศเกาหลี

1.การเตรียมตัวด้านเอกสารและหลักฐาน-3

ภาพจาก : iStockPhoto

แผนการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งเอกสารที่ทางตม.เกาหลีอาจขอดูประกอบระหว่างถามคำถาม การทำแผนการท่องเที่ยวสามารถทำแบบคร่าวๆ ได้ แต่ควรมีวันที่ เวลาโดยประมาณ ชื่อสถานที่และที่ตั้งของสถานที่นั้นๆ ระบุไว้แน่นอนและเป็นไปตามลำดับ อีกหนึ่งสิ่งที่ควรระบุคือวิธีการเดินทาง เช่น ถ้าวันที่ 2 ของแผนการเดินทางจะเดินทางจากโซลไปอุทยานแห่งชาติซอรัคซานเพื่อชมใบไม้ร่วงก็ควรใส่วิธีการเดินทางจากโซลไปซอรัคซานด้วย การใส่รายละเอียดแบบนี้เป็นทริคเล็กๆ แสดงให้เห็นว่าเราตั้งใจหาข้อมูลไปท่องเที่ยวจริงๆ หรือถ้าใครมีตั๋วคอนเสิร์ต เอกสารการจองรถบัส รถไฟ หรือเรือที่อยู่ในแผนการเดินทางก็สามารถยื่นให้เจ้าหน้าที่ตม.ดูประกอบได้ด้วย

2

การเตรียมตัวเรื่องการวางตัว

2.1 การแต่งกาย

2.การเตรียมตัวเรื่องการวางตัว

ภาพจาก : iStockPhoto

การแต่งกายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักในการสร้าง First Impression ที่ดี เพื่อนๆ ควรเลือกเสื้อผ้าที่ดูสุภาพ เรียบง่ายและเข้ากับสภาพอากาศ สาวๆ ควรแต่งตัวให้มิดชิด ไม่แต่งหน้าจัด ทริคสำหรับการแต่งกายของทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็คือสวมกางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ และกล้องคล้องคอ สามสิ่งนี้จะเป็นไอเท็มหลักๆ ที่ทำให้เราดูเป็นนักท่องเที่ยว เพราะการแต่งตัวให้ดูเป็นนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นด่านแรกที่จะช่วยให้เราผ่านตม.เกาหลีได้แบบชิลๆ

2.2 ความมั่นใจ

2.การเตรียมตัวเรื่องการวางตัว-2

ภาพจาก : iStockPhoto

สิ่งหลักๆ ที่ต้องพกติดตัวไว้ก็คือความมั่นใจ ถ้าเราผ่อนคลาย ไม่กังวล ก็จะส่งผลให้การแสดงออกภายนอก เช่น สีหน้า การเดิน การยืน และการตอบคำถามดูสบายๆ ผ่อนคลาย พยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตม.ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่หลบตา ถ้าเราตั้งใจจะไปเที่ยวจริงๆ ให้คิดไว้ก่อนว่าต้องผ่านตม.เกาหลีอย่างแน่นอนเพื่อลดความกดดันลง

2.3 การตอบคำถามตม.

2.การเตรียมตัวเรื่องการวางตัว-3

ภาพจาก : www.securitymagazine.com

สำหรับใครที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือไม่ค่อยมั่นใจในสกิลภาษา ควรเก็งคำถามที่ตม.เกาหลีน่าจะถามเอาไว้ แล้วฝึกตอบคำถามก่อนไป ถ้าในสถานการณ์จริงเพื่อนๆ ไม่เข้าใจคำถามหรือฟังไม่ทัน สามารถขอให้เจ้าหน้าที่ตม.พูดซ้ำอีกครั้งได้ พยายามตอบคำถามด้วยความมั่นใจและบริสุทธิ์ใจ หลีกเลี่ยงการตอบว่า “I don’t know” ที่จะลดความน่าเชื่อถือของเราลง หากในกลุ่มมีเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้ควรให้เพื่อนคนนั้นผ่านด่านตม.เข้าไปก่อน จะได้มาช่วยสื่อสารหรือรับรองเพื่อนคนอื่นๆ ทีหลัง

แต่ถ้าใครพอฟังออกบ้างแล้วเตรียมคำตอบมา ก็ให้ตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าตอบเร็วหรือช้าเกินไป เพราะถ้าตอบเร็วเกินไปจะดูเหมือนเราท่องคำตอบมา และถ้าคิดนานหรือตอบช้าเกินไปก็จะทำให้เราดูไม่มั่นใจ สำหรับคำถามหลักๆ ที่ตม.จะถามก็คือ มาทำอะไรที่เกาหลี มากับใคร จะพักอยู่กี่วัน จะไปที่ไหนบ้าง (ซึ่งในส่วนนี้ตม.อาจจะขอดูตั๋วเครื่องบิน เอกสารการจองที่พัก และแผนการท่องเที่ยวประกอบด้วย) ทำงานอะไร แลกเงินวอนมาเท่าไหร่ เป็นต้น

ที่จริงการผ่านตม.เกาหลีไม่ใช่เรื่องยากลำบากอย่างที่หลายคนคิด ถ้ามีเอกสารหลักฐานพร้อม แต่งกายสุภาพ มีความมั่นใจในการตอบคำถาม แสดงความบริสุทธิ์ใจให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเราต้องการมาเที่ยวจริงๆ แค่นี้ก็เตรียมตัวสแกนนิ้วมือ ถ่ายรูป และรอคำว่า “Welcome to Korea” จากเจ้าหน้าที่ตม.ได้เลย