เชื่อได้เลยว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นปลายทางในฝันของใครหลายคน เพราะเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันสวยงาม มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย อาหารก็อร่อยถูกปาก เดินทางสะดวก บ้านเมืองปลอดภัย ผู้คนก็น่ารัก แถมยังไม่ต้องขอวีซ่าเวลาไปเที่ยว เมืองน่าท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีมากมายตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทั้งภูเขา ทะเล เมืองทันสมัย กระทั่งสวนสนุกระดับโลกก็มีให้เลือกไป แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันจึงสามารถไปท่องเที่ยวได้ทุกฤดูอีกด้วย

แต่เรื่องหนึ่งที่ใครหลายคนอาจยังกังวลหากต้องไปเที่ยวญี่ปุ่นก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องภาษา ประเทศญี่ปุ่นมีภาษาประจำชาติของตัวเอง คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็สื่อสารภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าไรนัก วันนี้เอ็กซ์พีเดียจึงได้รวบรวมประโยคสั้นๆ รวมถึงคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ ที่มีประโยชน์ไว้ให้เพื่อนๆ ฝึกก่อนจะไปเที่ยวกัน

เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ สไตล์นักท่องเที่ยว


1

คำทักทายในชีวิตประจำวัน

1.คำทักทายในชีวิตประจำวัน-1

ภาพจาก : iStockPhoto

เริ่มต้นกันด้วยคำทักทายในชีวิตประจำวัน คำว่าสวัสดีของภาษาญี่ปุ่นจะแตกต่างกันไปตามเวลา ไม่เหมือนกับภาษาไทยที่สามารถใช้คำว่าสวัสดีได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำ คำศัพท์ที่เตรียมมาให้เพื่อนๆ นั้นสามารถใช้พูดได้กับทุกคน ทั้งเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปจนถึงพนักงานโรงแรม ตามห้างหรือร้านอาหารที่ไปก็ใช้ได้เช่นกัน

สวัสดีตอนเช้า (ประโยคทักทายเฉพาะตอนเช้า)
おはようございます。
อ่านว่า โอะฮาโย โกไซมัส (Ohayou gozaimasu)

สวัสดี (ประโยคทักทายในตอนกลางวัน)
こんにちは。
อ่านว่า คนนิจิวะ (Konnichiwa)

สวัสดีตอนกลางคืน (ประโยคทักทายหลังพระอาทิตย์ตกดิน)
こんばんは。
อ่านว่า คมบังวะ (Kombanwa)

ราตรีสวัสดิ์
おやすみなさい。
อ่านว่า โอะยะซุมินะไซ (Oyasuminasai)

ลาก่อน
さようなら。
อ่านว่า ซาโยนาระ (Sayounara)

ขอบคุณ
ありがとうございます。
อ่านว่า อาริกาโต โกไซมัส (Arigatougozaimasu)

ขอโทษ
ごめんなさい。
อ่านว่า โกเมนนาไซ (Gomennasai)

ใช่หรือใช้เป็นคำตอบรับ
はい。
อ่านว่า ไฮ (Hai)

ไม่ใช่
いいえ。
อ่านว่า อีเอะ (Iie)

ไม่เป็นไร
大丈夫です。
อ่านว่า ไดโจบุเดส (Daijoubudesu)

ยินดีที่ได้รู้จัก
はじめまして。
อ่านว่า ฮะจิเมะมาชิเตะ (Hajimemashite)

2

หมวดการเดินทาง

2.หมวดการเดินทาง-1

2.หมวดการเดินทาง-2

ภาพจาก : iStockPhoto

หมวดถัดมาลองมาดูประโยคและคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในการเดินทางกันบ้าง ในประเทศญี่ปุ่นมีช่องทางการเดินทางที่หลากหลาย การเดินทางไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ก็สามารถใช้วิธีเดินไปจนถึงการใช้รถสาธารณะ ทั้งรถบัส รถไฟฟ้า รถไฟฟ้ารถใต้ดิน หรือไปต่างเมืองก็มีทั้งเครื่องบินและรถไฟฟ้าความเร็วสูง

โตเกียวสกายทรีตั้งอยู่ที่ไหน?
Tokyo Skytree は、ーどこですか?
อ่านว่า โตเกียว สกายทรี วะ โดโคะ เดสกะ? (Tokyo Skytree wa doko desuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่าโตเกียวสกายทรีเป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะถามว่าชินจูกุไปทางไหน ก็เปลี่ยนประโยคเป็น ชินจูกุวะ โดโคะ เดสกะ

ฉันต้องการไปโตเกียวสกายทรี
Tokyo Skytree に行きたいんです。
อ่านว่า โตเกียว สกายทรีนิ อิคิไตอินเดส (Tokyo Skytree ni ikitaindesu)
สามารถเปลี่ยนคำว่าโตเกียวสกายทรีเป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะบอกว่าฉันต้องการไปชินจูกุ ก็เปลี่ยนประโยคเป็น ชินจูกุ นิ อิคิไตอินเดส

โตเกียวสกายทรีไปอย่างไร?
Tokyo Skytree までのいきかたはなんですか?
อ่านว่า โตเกียวสกายทรี มาเดะ โนะ อิคิคาตะวะ นันเดสกะ (Tokyo Skytree made no ikikata wa nandesuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่าโตเกียวสกายทรีเป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะบอกว่าฉันต้องการไปชินจูกุก็เปลี่ยนประโยคเป็น ชินจูกุ มาเดะ โนะ อิคิคาตะวะ นันเดสกะ

สามารถเดินจากที่นี่ไปได้ไหม?
ここから、ー歩けますか?
อ่านว่า โคโคะ คาระ อารูเกะมัสกะ (Koko kara arukemaska)

ไกลจากที่นี่ไหม?
ここから遠いですか?
อ่านว่า โคโคะคาระ โทอิเดสกะ (Kokokara tooidesuka)

ใกล้ที่นี่ไหม?
ここから近いですか?
อ่านว่า โคโคะคาระ จิไคเดสกะ (Kokokara chikaidesuka)

ขบวนนี้ไปอาซากุสะหรือเปล่า?
これはAsakusaに行きますか?
อ่านว่า โคเรวะ อาซากุสะ นิ อิคิมัสกะ (Korewa asakusa ni ikimasuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่าอาซากุสะเป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะถามว่าขบวนนี้ไปชินจูกุหรือเปล่าก็เปลี่ยนประโยคเป็น โคเรวะ ชินจูกุ นิ อิคิมัสกะ

เปลี่ยนสาย(รถไฟ)ที่ไหน?
どこで乗り換えるのですか?
อ่านว่า โดโคะ เดะ โนริคาเอรุ โนเดสกะ? (Doko de norikaeru no desuka?)

ตรงไป
まっすぐ
อ่านว่า มัสสุกุ (Massugu)

ขวา

อ่านว่า มิกิ (Migi)

ซ้าย

อ่านว่า ฮิดะริ (Hirari)

สถานีรถไฟ

อ่านว่า เอคิ (Eki)
มักจะใช้ต่อท้ายชื่อสถานีเช่น อาซากุสะ เอคิ (Asakusa Eki) แปลว่า สถานีรถไฟอาซากุสะ

รถไฟ
電車
อ่านว่า เดนซะ (Densha)

สาย

อ่านว่า เซน (Sen)
มักจะใช้ต่อท้ายชื่อสายรถไฟ เช่น ยามาโตเนะ เซน (Yamatone Sen) แปลว่า รถไฟสายยามาโตเนะ

รถยนต์

อ่านว่า คุรุมะ (Kuruma)

รถแท็กซี่
タクシー
อ่านว่า ทะคุชี่ (Takushi)

 

ตัวอย่างบทสนทนาง่ายๆ ในการการสอบถามทาง เช่น

คำถามที่ 1 : โตเกียวสกายทรีไปอย่างไร?
Tokyo Skytreeまでのいきかたはなんですか?
อ่านว่า โตเกียวสกายทรี มาเดะ โนะ อิคิคาตะวะ นันเดสกะ (Tokyo skytree made no ikikatawa nandesuka)
คำตอบแบบที่ 1 : ใกล้มาก จากที่นี่ใช้เวลา 15 นาที
とても近いです。十五分所にあります。
อ่านว่า โตเตโมะ จิไคเดส จูโกะฮุน โทโกโระ นิ อะริมัส (Totemo chikaidesu Juugo-fun tokoro ni arimasu)
คำตอบแบบที่ 2 : ต้องขึ้นรถบัสหมายเลข 2
2 番のバスに乗らなければなりません。
อ่านว่า นิบานโน บัสสึนิ โนระนะเคเรบะ นาริมาเซน (Nibanno basuni noranakereba narimasen)
คำตอบแบบที่ 3 : เดินตรงไปอีก 500 เมตร แล้วเลี้ยวขวา
まっすぐ500メートル歩いてみぎまがります。
อ่านว่า มัสสุกุ โกะฮยาคุ เมโตรุ อะรุอิเตะ มิกิ มากะริมัส (Massugu 500 metoru aruite migi magarimasu)

 

คำถามที่ 2 : สามารถเดินจากที่นี่ไปได้ไหม?
ここから、歩けますか?
อ่านว่า : โคโคะ คาระ อารูเกะมัสกะ (Koko kara arukemasuka)
คำตอบแบบที่ 1 : ได้ค่ะ เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมแรก
はい。最初の角を左に曲がってください。
อ่านว่า ไฮ่ ไซโช โน คาโดะ โอ ฮิดาริ นิ มากัตเตะ คุดาไซ (Hai Saisho no kado o hidari ni magatte kudasai)
คำตอบแบบที่ 2 : ไม่ได้ค่ะ ไกลมาก
ない。とても遠いです。
อ่านว่า ไน โตเตโมะ โทอิเดส (Nai Totemo tooi desu)

 

คำถามที่ 3 : เปลี่ยนสาย(รถไฟ)ที่ไหน?
どこで乗り換えるのですか?
อ่านว่า โดโคะ เดะ โนริคาเอรุ โนเดสกะ? (Doko de norikaeru no desuka?)
คำตอบแบบที่ 1 : ที่นี่ค่ะ
ここに。
อ่านว่า โคโคะ นิ (Koko Ni)
คำตอบแบบที่ 2 : ที่สถานีโตเกียวค่ะ
Tokyo 駅はで。
อ่านว่า โตเกียว อิกิ วา เด (Tokyo-eki wa de)

3

หมวดรับประทานอาหาร

3.หมวดรับประทานอาหาร-1

3.หมวดรับประทานอาหาร-2

ภาพจาก : iStockPhoto

ถึงเวลาสำคัญนั่นก็คือการกินแล้ว ย่านอาหารญี่ปุ่นนั้นก็มีหลายที่ เช่นตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji) ในโตเกียวที่มีปลาสดๆ ให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อทานกัน หรือจะเป็นร้านราเมงชื่อดังอย่างราเมงข้อสอบอิชิรัน (Ichiran) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ร้านอาหารญี่ปุ่นบางที่ก็มีตู้ให้เราหยอดเหรียญ กดเลือกเมนูแล้วนำคูปองไปยื่นให้พนักงานซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย แต่บางร้านก็ยังใช้พนักงานรับออเดอร์อาหารตามปกติ ทำให้การศึกษาภาษาญี่ปุ่นเบื้องต้นสำหรับการสั่งอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญ เวลาสั่งอาหารการเรียงประโยคจะสำคัญมาก โดยต้องเรียงลำดับดังนี้ 1. เมนูที่จะสั่ง 2. จำนวน และต่อท้ายประโยคด้วยคำว่า โอเนไกชิมัส (Onegaishimasu)

มีเมนูภาษาอังกฤษไหม?
英語のメニューはありますか?
อ่านว่า เอโกะ โน เมนู วะ อะริมัสกะ (Eigo no menyuu wa arimasuka)

มีเมนูมังสวิรัติไหม?
ベジタリアンメニューはありますか?
อ่านว่า เบจิทาเรียน เมนู วะ อะริมัสกะ (Bejitarian menyuu wa arimasuka)

มีอะไรแนะนำบ้าง?
オススメは何ですか?
อ่านว่า โอซูซูเมวา นันเดสกะ (Ossumewa nandeska)

ขอสั่งอันนี้
これ、お願いします。
อ่านว่า โคเร โอเนไกชิมัส (Kore onegaishimas)

ขอสั่งอันนี้ 3 ที่
これ、3つ、お願いします。
อ่านว่า โคเรมิทสึ โอเนไกชิมัส (Kore mittsuonegaishimas)

1 ที่
1つ
อ่านว่า ฮิโตสึ (Hitotsu)

2 ที่
2つ
อ่านว่า ฟุตะสึ (Futatsu)

3 ที่
3つ
อ่านว่า มิทสึ (Mittsu)

4 ที่
4つ
อ่านว่า โยทสึ (Yottsu)

เนื้อหมู
豚肉
อ่านว่า บูตะนิกุ (Butaniku)

เนื้อวัว
牛肉
อ่านว่า กิวนิกุ (Gyuniku)

เนื้อไก่
鶏肉
อ่านว่า โทรินิกุ (Toriniku)

กรุณาคิดเงินด้วย
お会計をお願いします。
อ่านว่า โอะไคเคโอะ โอเนไกชิมัส (Okaikei wo onegaishimasu)

สามารถจ่ายเงินโดยบัตรเครดิตได้หรือไม่?
クレジットカードで払えますか?
อ่านว่า คึเรจิตโตกาโด เดะ ฮาราเอมัสกะ (Kurejittokado de haraemasuka)

ตัวอย่างบทสนทนาง่ายๆ ในการรับประทานอาหาร เช่น

คำถาม : มีอะไรแนะนำบ้าง?
オススメは何ですか?
อ่านว่า โอซูซูเมวา นันเดสกะ (Ossumewa nandeska)
คำตอบ : ราเมงอันนี้แนะนำค่ะ
このラメンがおすすめです。
อ่านว่า โคโน ราเมง กา โอซูซูเม เดส (Kono Ramen ga osusume desu)

4

หมวดช็อปปิ้ง

4.หมวดช็อปปิ้ง-1

4.หมวดช็อปปิ้ง-2

ภาพจาก :iStockPhoto

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่การใช้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือตอนช็อปปิ้ง เพราะหากต้องการของที่ถูกใจเราก็ต้องสื่อสารให้ถูกต้อง สินค้าในญี่ปุ่นมีให้เลือกซื้อหลากหลายรูปแบบ ไปวัดก็มีเครื่องรางของขลังต้องซื้อมาพกติดตัว ไหนจะร้านร้อยเยน ร้านดองกี้ ซื้อเครื่องสำอาง ขนมของฝาก ช็อปปิ้งแบรนด์เนม มีร้อยหมดร้อย มีล้านหมดล้านแน่นอน ย่านช็อปปิ้งในญี่ปุ่นก็มีมากมาย ในโตเกียวก็มีทั้งชิบูย่า (Shibuya) ชินจูกุ (Shinjuku) ฮาราจูกุ (Harajuku) กินซ่า (Ginza) ส่วนใครที่ไปโอซากาก็ต้องห้ามพลาดย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) และย่านนัมบะ (Namba) เลย

ชุดยูกาตะขายที่ไหน?
Yukata はどこに売ってますか?
อ่านว่า ยูกาตะ วะ โดโกะ นิ อุตเตมัสกะ (Yukata wa doko ni uttemasuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่ายูกาตะเป็นคำอื่นได้ เช่น โตเกียวบานาน่าขายที่ไหน ก็เปลี่ยนประโยคเป็น โตเกียวบานาน่า วะ โดโกะ นิ อุตเตมัสกะ เป็นต้น

อันนี้ราคาเท่าไหร่?
これはいくらですか?
อ่านว่า โคเรวะ อิคุราเดสกะ (Korewa ikuradesuka)

อันนี้คืออะไร?
これは何ですか?
อ่านว่า โคเรวะ นันเดสกะ (Korewa nandesuka)

มีชุดยูกาตะไหม?
Yukata はありますか?
อ่านว่า ยูกาตะวะ อะริมัสกะ (Yukata wa arimasuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่ายูกาตะเป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะถามว่ามีเทสเตอร์ (เครื่องสำอาง) ไหม ก็เปลี่ยนประโยคเป็น เทสเตอร์วะ อะริมัสกะ เป็นต้น หรือหากจะถามถึงเสื้อผ้าสีต่างๆ ก็ใช้รูปประโยคเดียวกันแต่เปลี่ยนคำข้างหน้าเป็นสี

มีไซส์ใหญ่ไหม?
大きいのはありますか?
อ่านว่า โอคีโนวะ อะริมัสกะ (Okii no wa arimasuka)

มีไซส์เล็กไหม?
小さいのはありますか?
อ่านว่า จีไซโนวะ อะริมัสกะ (Chiisai no wa arimasuka)

ขอลอง (เสื้อผ้า) ได้ไหม?
試着してもいいですか?
อ่านว่า ชิจากุ ชิเตโมอี เดสกะ (Shichaku shitemo iidesuka)

ขอลอง (รองเท้า) ได้ไหม?
履いてもいいですか?
อ่านว่า ไฮเตโมะ อีเดสกะ (Haitemo iidesuka)

ขอลองใส่ไซส์ S ได้ไหม?
S サイズを着てみてもいいですか?(S saizu o kitemitemo iidesuka)
อ่านว่า s ไซสึโอะ คิเตมิเตะโมะ อีเดสกะ
สามารถเปลี่ยนไซส์ S เป็นไซส์อื่นได้เช่นอยากได้ไซส์ L ก็เปลี่ยนประโยคเป็น L ไซสึโอะ คิเตมิเตะโมะ อีเดสกะ เป็นต้น

ขอลองรองเท้าสีขาวไซส์ 35 ได้ไหม?
35 サイズの白い靴を着てみてもいいですか?(Sanjuugo saizuno shiroikutsu o kitemitemo iidesuka)
อ่านว่า ซานจูโกะ ไซสึโนะ ชิโร่ยคุสึโอะ คิเตมิเตะโมะ อีเดสกะ
สามารถเปลี่ยนไซส์และสีเป็นไซส์อื่น สีอื่นได้ เช่น อยากได้ไซส์ 39 สีดำ ก็เปลี่ยนประโยคเป็น ซานจูคิว ไซสึโอะคูโรคุสึโอะ คิเตมิเตะโมะ อีเดสกะ เป็นต้น ไซส์รองเท้าใช้การบอกตัวเลข เพื่อนๆ สามารถเรียนรู้การพูดตัวเลขได้ด้านล่างเลย

เป็นไปได้ไหมที่จะลดราคาลงนิดหน่อย?
もう少し安くなりませんか?
อ่านว่า โมสุโคชิ ยาสุคุ นาริมาเซนกะ (Mousukoshi yasuku narimasenka)

แถวนี้มีร้านดองกี้ไหม?
この辺に Donkey ありますか?
อ่านว่า โคโนเฮนนิ ดองกี้ อะริมัสกะ (Kono hen ni donkey arimasuka)
สามารถเปลี่ยนคำว่าดองกี้เป็นคำอื่นได้ เช่น อยากจะถามว่าแถวนี้มีร้านสะดวกซื้อไหมก็เปลี่ยนประโยคเป็น โคโนเฮนนิ คมบินิ อะริมัสกะ เป็นต้น

สีขาว

อ่านว่า ชิโร (Shiro)

สีดำ

อ่านว่า คูโร (Kuro)

สีน้ำตาล
茶色
อ่านว่า ไจโร (Chairo)

สีเทา
グレー
อ่านว่า กูเร (Gure)

สีแดง

อ่านว่า อากะ (Aka)

สีชมพู
ピンク
อ่านว่า พิงกุ (Pinku)

สีฟ้า

อ่านว่า อาโอ (Ao)

สีเขียว

อ่านว่า มิโดริ (Midori)

สีเหลือง
黄色
อ่านว่า คิโระ (Kiiro)

ลองมาดูการนับเลขง่ายๆ ไว้ใช้ในการช็อปปิ้งกันบ้าง หากจำ 10 เลขด้านล่างนี้ได้ เลขอื่นๆ ก็จะจำได้ง่ายขึ้น เพราะการนับเลขภาษาญี่ปุ่นเป็นการผสมคำคล้ายภาษาไทย เช่น 11 คือ 10 + 1 ก็คือ จู (Juu) + อิจิ (Ichi) นั่นเอง หากเป็นเลขหลักสิบ เช่น 30 ก็สามารถเอาคำว่าจู (Juu) มาต่อหลังเลข จะได้เป็น ซาน (San) + จู (Juu) ถ้าเป็น 30 ก็ผสมคล้ายกัน 30 + 1 ก็คือ ซาน (San) + จู (Juu) + อิจิ (Ichi) เป็นต้น

หนึ่ง
いち
อ่านว่า อิจิ (Ichi)

สอง

อ่านว่า นิ (Ni)

สาม
さん
อ่านว่า ซาน (San)

สี่
よん/し
อ่านว่า ยง (Yon)/ชิ (Shi)

ห้า

อ่านว่า โกะ (Go)

หก
ろく
อ่านว่า โระคุ (Roku)

เจ็ด
なな/しち
อ่านว่า นานะ (Nana)/ชิจิ (Shichi)

แปด
はち
อ่านว่า ฮะจิ (Hachi)

เก้า
きゅう/く
อ่านว่า คิว (Kyu)/ คุ(Ku)

สิบ
じゅう
อ่านว่า จู (Juu)

ส่วนหลักร้อยนั้นออกเสียงว่าฮยาคุ (Hyaku) คล้ายกับการผสมเลขหลักสิบ คือนำคำว่าฮยาคุไปต่อท้าย เช่น 200 คือ นิฮยาคุ (Nihyaku) เป็นต้น ยกเว้น 300 600 และ 800 ที่จะพูดต่างกันไป หากเพื่อนๆ จะพูดเลขให้เรียงจากหลักร้อย ไปหลักสิบและหลักหน่วย เช่น 573 อ่านว่า โกะฮยาคุ (Gohyaku) + นานะจู (Nanajuu) + ซาน (San) นั่นเอง

ร้อย / หนึ่งร้อย
ひゃく
อ่านว่า ฮยาคุ (Hyaku)

สามร้อย
さんびゃく
อ่านว่า ซัมเบียคุ (Sanbyaku)

หกร้อย
ろっぴゃく
อ่านว่า รปเปียคุ (Roppyaku)

แปดร้อย
はっぴゃく
อ่านว่า ฮัปเปียคุ (Happyaku)

มาลองดูเลขหลักพันกันบ้าง หลักพันนั้นออกเสียงว่าเซน (Sen) วิธีการผสมคำเหมือนหลักร้อยคือนำคำว่าเซนไปต่อท้าย เช่น 2,000 คือ นิเซน (nisen) 3,000 คือ ซานเซน (sansen) แต่จะมีเลข 6,000 และ 8,000 ที่จะอ่านออกเสียงแตกต่างกันไป วิธีการอ่านเลขหลักพันก็คือต้องเริ่มจากหลักพัน หลักร้อย หลักสิบ ไปจนถึงหลักหน่วย เช่น 4,529 คือ ยงเซน (Yonsen)+ โกะฮยาคุ (Gohyaku) + นิจู (Nijuu) + คิว (Kyu) นั่นเอง

พัน / หนึ่งพัน
せん
อ่านว่า เซน (Sen)

หกพัน
ろくせん
อ่านว่า รค-เซน (Roksen)

แปดพัน
はっせん
อ่านว่า หัส-เซน (Hassen)

สุดท้ายคือหลักหมื่นอ่านออกเสียงว่า มัง (man) ในภาษาญี่ปุ่นตัวเลขนั้นจะมีถึงแค่หมื่นเท่านั้น หนึ่งแสนก็คือ 10 หมื่น หนึ่งล้านก็คือ 100 หมื่นนั่นเอง การอ่านตัวเลขหลายหลักก็เหมือนเดิม เช่น 14,723 คือ อิจิมัง (ichiman) + ยงเซน (Yonsen) + นานะฮยาคุ (Nanahyaku) + นิจู (Nijuu) + ซาน (San) เป็นต้น

หนึ่งหมื่น
いちまん
อ่านว่า อิจิมัง (Ichiman)

หนึ่งแสน
じゅうまん
อ่านว่า จูมัง (Juuman)

หนึ่งล้าน
ひゃくまん
อ่านว่า ฮยาคุมัง (Hyakuman)

ตัวอย่างบทสนทนาง่ายๆ ในการซื้อของ
คำถามที่ 1 : อันนี้ราคาเท่าไหร่?
これはいくらですか?
อ่านว่า โคเรวะ อิคุราเดสกะ (Kore waikuradesuka)
คำตอบ : 1,000 เยนค่ะ
1,000えんです。
อ่านว่า เซน เอน เดส (1,000 en desu)

 

คำถามที่ 2 : อันนี้คืออะไร?
これは何ですか?
โคเรวะ นันเดสกะ (Korewa nandeska)
คำตอบ : นี่คือเนกไท
これはネクタイです。
อ่านว่า โคเร วะ เนกุไทเดส (Kore wa Nekutaidesu)

อ่านรายละเอียด : ญี่ปุ่น  

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี