ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหามลพิษทางอากาศส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาอย่างหนักในประเทศไทย ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเราได้เพียงแค่สูดดมเข้าไป และหากเราสูดดมเข้าไปเป็นเวลานานยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังและโรคมะเร็งได้ด้วย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีประเทศไหนบ้างที่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ และประเทศไหนที่มีอากาศดีๆ ให้เราได้สูดเข้าปอด เผื่อว่างๆ จะได้วางแผนหนีฝุ่น PM 2.5 ไปเที่ยวกัน

10 อันดับประเทศที่มีมลพิษทางอากาศมากที่สุดในโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 4 เมษายน 2562)
PM-1.jpg

อันดับ 1 เชียงใหม่ ประเทศไทย (Chiang Mai, Thailand)
อันดับ 2 ธากา ประเทศบังกลาเทศ (Dhaka, Bangladesh)
อันดับ 3 การาจี ประเทศปากีสถาน (Karachi, Pakistan)
อันดับ 4 ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน (Lahore, Pakistan)
อันดับ 5 กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล (Kathmandu, Nepal)
อันดับ 6 เฉิงตู ประเทศจีน (Chengdu, China)
อันดับ 7 อูลานบาตาร์ ประเทศมองโกเลีย (Ulaanbaatar, Mongolia)
อันดับ 8 โกลกาตา ประเทศอินเดีย (Kolkata, India)
อันดับ 9 เดลี ประเทศอินเดีย (Delhi, India)
อันดับ 10 คูเวตซิตี ประเทศคูเวต (Kuwait City, Kuwait)
อ้างอิงจาก : https://www.airvisual.com/world-air-quality-ranking

10 อันดับประเทศที่มีอากาศดีที่สุดในโลก (ข้อมูล ณ วันที่ 4 เมษายน 2562)
PM-2.jpg

อันดับ 1 ทะเลสาบเกรตซอลต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา (Salt Lake City, USA)
อันดับ 2 ฮานอย ประเทศเวียดนาม (Hanoi, Vietnam)
อันดับ 3 ลอนดอน ประเทศอังกฤษ (London, United Kingdom)
อันดับ 4 ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา (San Francisco, USA)
อันดับ 5 นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา (New York, USA)
อันดับ 6 โกเบ ประเทศญี่ปุ่น (Kobe, Japan)
อันดับ 7 มอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia)
อันดับ 8 มิลาน ประเทศอิตาลี (Milano, Italy)
อันดับ 9 โทรอนโต ประเทศแคนาดา (Toronto, Canada)
อันดับ 10 แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา (Vancouver BC, Canada)
อ้างอิงจาก : https://www.airvisual.com/world-air-quality-ranking

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เพื่อนๆ จะวางแผนหนีฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยไปหาที่เที่ยวอากาศดีๆ เพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์กัน และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาสเอ็กซ์พีเดียขอแนะนำ 5 ใน 10 ประเทศที่มีอากาศดีที่สุดในโลกมาแนะนำให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวกันดีกว่า

รู้ไว้ก่อนวางแผนเที่ยวหนีฝุ่น


1

ฮานอย ประเทศเวียดนาม (Hanoi, Vietnam)

1.Hanoi-Vietnam-1.jpg

1.Hanoi-Vietnam-2.jpg
1.Hanoi-Vietnam-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ฮานอย ประเทศเวียดนามเป็นเมืองที่มีธรรมชาติและที่เที่ยวอากาศดีให้เราได้เลือกเที่ยวมากมาย ที่สำคัญคือไม่ไกลจากประเทศไทย เดินทางง่าย มีเที่ยวบินตรงไปลงฮานอยหลายสายการบิน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในฮานอยที่พร้อมให้เพื่อนๆ หนีมลพิษทางอากาศและหนีฝุ่น PM 2.5 ไปสูดอากาศดี เช่น อ่าวฮาลองเบย์ (Halong Bay) ความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้น สวยงามจนได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก ประกอบไปด้วยภูเขาหินปูนมากมายเกือบ 2,000 เกาะ ให้เราได้ล่องเรือไปตามผืนน้ำสีเขียวมรกตพร้อมกับทัศนียภาพสุดอลังการ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (Ho Hoan Kiem) หรือทะเลสาบคืนดาบ เป็นทะเลสาบน้ำจืดบรรยากาศดี มีทิวทัศน์งดงามที่ชาวฮานอยมักมาพักผ่อนหย่อนใจกัน เป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เลยทีเดียว นอกจากนี้บริเวณทะเลสาบยังมีสะพานเทฮุก (The Huc) สะพานแดงที่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของฮานอยที่ใช้ข้ามทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมไปยังวัดหง็อกเซิน (Ngoc Son) สะพานลองเบียน (Long Bien Bridge) สะพานเก่าแก่ที่สุดของกรุงฮานอยและเป็นสะพานเหล็กที่ใช้เป็นทางรถไฟข้ามแม่น้ำแดง แม่น้ำสายสำคัญที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามอีกด้วย นอกจากนี้ฮานอยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นถ้ำเทียนกุง (Thien Cung Cave) วิหารวรรณกรรม (Temple of Literature) สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Mausoleum) วัดเจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda) เจดีย์เฉินก๊วก (Chua Quoc Pagoda) เป็นต้น

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


2

โกเบ ประเทศญี่ปุ่น (Kobe, Japan)

2.Kobe-Japan-1.jpg

2.Kobe-Japan-2.jpg
2.Kobe-Japan-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

นอกจากโกเบ ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อวัวสุดแสนอร่อยแล้วยังเป็นเมืองน่าเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากโอซาก้า สามารถเดินทางจากโอซาก้ามาได้ด้วยรถบัสและรถไฟ JR เพียงหนึ่งชั่วโมง รวมถึงมีที่เที่ยวอากาศดีให้เราได้หนีฝุ่น PM 2.5 ไปเที่ยวกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาริมะออนเซ็น (Arima Onsen) เมืองออนเซ็นเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่นที่มีบ่อออนเซ็นให้เราเลือกแช่จำนวนมาก ทั้งบ่อออนเซ็นสีเงินและสีทอง เป็นเมืองออนเซ็นที่มีน้ำแร่คุณภาพดีติดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ บอกเลยว่าคนรักการแช่ออนเซ็นต้องไม่พลาดมาที่แห่งนี้ หากใครอยากสูดอากาศดีๆ เข้าปอดพร้อมชมวิวเมืองโกเบสวยๆ เราแนะนำให้ไปเที่ยวที่สวนเมริเคน (Meriken Park) สวนสาธารณะติดริมทะเลที่มีที่เที่ยวสำคัญของโกเบตั้งอยู่ด้วย ทั้งหอคอยแห่งโกเบ (Kobe Port Tower) อาคารชมวิวสีแดงรูปร่างเหมือนกลองญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ทางทะเลโกเบ (Kobe Maritime Museum) ซึ่งในตอนกลางคืนบริเวณสวนเมริเคน จะมีการเปิดไฟสวยงาม นอกจากนี้ยังมีคิตะโนะ อิจินคัง (Kitano Ijinkan) ที่มีอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปเก่าแก่ให้เราได้เดินเที่ยวถ่ายรูปสวยๆ บอกเลยว่าเพื่อนๆ จะต้องประทับใจในความน่ารักของเมืองโกเบอย่างแน่นอน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


3

ลอนดอน ประเทศอังกฤษ (London, United Kingdom)

3.London-United-Kingdom-1.jpg

3.London-United-Kingdom-2.jpg
3.London-United-Kingdom-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

แม้ลอนดอนจะเป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษที่มีความเจริญด้วยตึกสูงและสิ่งก่อสร้างมากมายแต่อากาศก็ไม่ได้แย่ตามความเจริญที่เพิ่มขึ้นนะ แถมยังมีที่เที่ยวอากาศดีให้เราได้หนีฝุ่น PM 2.5 ไปเที่ยวได้หลายแห่ง เช่น สะพานทาวเวอร์บริดจ์ (Tower Bridge) สะพานสำคัญแห่งกรุงลอนดอนที่เราสามารถไปยืนบนสะพานเพื่อชมความงามของแม่น้ำเทมส์และชมนิทรรศการความเป็นมาของสะพานแห่งนี้ได้ หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben) แลนด์มาร์คสำคัญของกรุงลอนดอนและประเทศอังกฤษ หรือจะเลือกขึ้นไปชมทัศนียภาพความงามของลอนดอนในแบบมุมสูงบนลอนดอนอาย (London Eye) ชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในยุโรปก็น่าสนใจไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญของประเทศอังกฤษอย่างพระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของราชวงศ์อังกฤษที่มีสถาปัตยกรรมสุดอลังการและพิพิธภัณฑ์ภายในพระราชวังให้เราได้ชม มีมหาวิหารเวสต์มินเตอร์ (Westminster Cathedral) สนามกีฬาเวมบลีย์ (Wembley Stadium) พระราชวังวินด์เซอร์ (Windsor Castle) และอี่นๆ อีกมากมายที่พร้อมรอให้เราไปเที่ยวและสูดอากาศดีๆ กัน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา (New York, USA)

4.New-York-USA-1.jpg

4.New-York-USA-2.jpg
4.New-York-USA-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่านิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าและแสงสีเสียงเป็นเมืองที่มีอากาศดีติดอันดับต้นๆ ของโลกและมีสถานที่เที่ยวอากาศดีให้เราได้หนีฝุ่น PM 2.5 ไปเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นสะพานบรุกลิน (Brooklyn Bridge) แลนด์มาร์คสำคัญของนิวยอร์กที่เป็นสะพานแขวนเก่าแก่โดยเราสามารถเดินข้ามจากฝั่งบรูคลินไปฝั่งแมนฮัตตันได้ด้วยสะพานแห่งนี้ ยิ่งในช่วงพระอาทิตย์กำลังตกบนสะพานแห่งนี้มีวิวที่โรแมนติกมากเหมาะแก่การจูงมือคนรักมายืนชมวิวบนสะพานจริงๆ หรือจะเลือกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลปาร์ค (Central Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นปอดของนิวยอร์กก็เป็นไอเดียที่ดี ส่วนใครชอบความคึกคักและแสงสีเสียงเราแนะนำให้ไปเที่ยวที่ไทม์สแควร์ (Times Square) ส่วนนักช้อปตัวยงต้องไม่พลาดย่านโซโห (Soho) และฟิฟธ์อเวนิว (5th Avenue) นอกจากนี้ยังมีเทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) หมู่บ้านกรีนวิช (Greenwich Village) ตึกเอ็มไพร์ สเตท (Empire State) พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) ฯลฯ ให้เราไปเช็คอินกัน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

มิลาน ประเทศอิตาลี (Milan, Italy)

5.Milan-Italy-1.jpg

5.Milan-Italy-2.jpg
5.Milan-Italy-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

มิลาน ประเทศอิตาลี เมืองแฟชั่นระดับโลกและเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันสวยงาม รวมไปถึงปราสาทสุดอลังการอยู่ทั่วทั้งเมือง พร้อมให้เราได้หนีฝุ่น PM 2.5 ไปชมความงดงามของเมืองๆ นี้กัน ทั้งมหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารสำคัญที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้เราได้ไปชื่นชมความงาม ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) ป้อมปราสาทเก่าแก่ในศตวรรษที่ 15 ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สำคัญของมิลานที่ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังมากมาย เช่น เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) เป็นต้น และยังมีสวนสาธารณะปาร์โก เซมปิโอน (Sempione Park) ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่หลังปราสาทอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอที่มิลานยังมีสถานที่เที่ยวน่าไปอีกมากมาย เช่น ห้างสรรพสินค้ากัลเลรีอา วิตโตรีโย เอมานูเอเล (Galleria Vittorio Emanuele II) โบสถ์ซานตามารีอาเดลเลกราซีเอ (Santa Maria Delle Grazie) ย่านเบร์รา (Brera District) ย่านนาวิกลี (Navigli District) ฯลฯ ที่พร้อมให้เราได้ไปชมความงามของที่เที่ยวเหล่านี้ ไปสัมผัสกับเมืองแฟชั่นและสถาปัตยกรรมที่งดงามพร้อมสูดอากาศดีๆ เข้าสู่ร่างกายกัน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?