มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ พอมีสลิปเงินเดือนเป็นของตัวเอง สิ่งแรกที่เรานึกถึงก็คือการสมัครบัตรเครดิตไว้ช้อปปิ้งรูดปรื๊ดๆ กันแบบอันลิมิต ซึ่ง rabbit finance เข้าอกเข้าใจดีค่ะว่าการช้อปปิ้งแบบใช้บัตรเครดิตมันฟินขนาดไหน เพราะแค่รูดบัตรครั้งเดียวก็ได้ของมาครอบครองแล้ว ไม่ต้องนับเงินทอนเงินกันให้ยุ่งยาก แต่สำหรับเพื่อนๆ มือใหม่ที่กำลังคิดจะ สมัครบัตรเครดิตคงมีข้อถกเถียงกับตัวเองอยู่ในใจละสิว่าจะเลือกแบบ VISA หรือ MasterCard ดี แล้วทั้ง 2 แบบนี้มันมีสิทธิประโยชน์ที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ rabbit finance มีคำตอบนั้นมาให้แล้วค่ะ

อัตราแลกเปลี่ยน Visa และ MasterCard ในต่างประเทศ


Visa VS MasterCard 1
Visa VS MasterCard 2

Visa VS MasterCard

เคยสังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า บัตรเครดิตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้จะมีสัญลักษณ์ Visa และ MasterCard อยู่บนบัตร เพื่อนๆ มือใหม่ต้องสงสัยแน่ๆ ว่าเจ้าสัญลักษณ์ที่ว่านี้มันคืออะไรและมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร? ก่อนอื่นเราขออธิบายก่อนว่า บัตรวีซ่าและบัตรมาสเตอร์การ์ดไม่ได้เป็นผู้ออกบัตรเครดิตโดยตรง แต่เป็นเพียงตัวกลางในการชำระเงินเท่านั้น โดยข้อแตกต่างระหว่าง Visa และ MasterCard มีดังนี้

ความนิยมและการใช้งาน

ในด้านการใช้งาน บัตรวีซ่ามีเครือข่ายที่เข้าร่วมรายการมากกว่า 28 ล้านจุด จากร้านค้า ธุรกิจ และองค์กรต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม อีกทั้งยังมีตู้ ATM ที่ใช้สำหรับถอนเงินสดในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ส่วนบัตรมาสเตอร์การ์ดจะมีเครือข่ายที่เข้าร่วมรายการมากถึง 30 ล้านจุด แต่การเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อยังไม่ทั่วถึงเท่ากับบัตรวีซ่า ในด้านความนิยมบัตรวีซ่าจะเป็นที่นิยมในแถบเอเชียและอเมริกา ส่วนบัตรมาสเตอร์การ์ดเป็นที่นิยมในแถบยุโรป

สิทธิประโยชน์ระหว่าง Visa VS MasterCard

อะไรที่วีซ่ามีมาสเตอร์การ์ดก็มี อะไรที่มาสเตอร์การ์ดทำได้วีซ่าก็ทำได้เช่นกัน นี่คือสรุปสิทธิประโยชน์ระหว่างบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดที่เห็นภาพที่สุด เพราะบัตรทั้ง 2 ประเภทนี้แทบไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลย ถ้าจะต่างก็คงต่างแค่ค่าบำรุง หรือค่า Service Charge เท่านั้น

ความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยน Visa และ MasterCard ในต่างประเทศ

นับเป็นปัญหาโลกแตกของการสมัครบัตรเครดิตจริงๆ เพราะแค่ประเภทที่หลากหลายของบัตรเครดิตก็ชวนปวดหัวมากพออยู่แล้ว นี่ยังจะมีความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาอีก งงกว่าเดิมเลยจ้า

จากผลสำรวจของเว็บไซต์ moneysavingexpert พบว่า บัตรเครดิตในเครือข่ายของ MasterCard ให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าเครือข่ายของ Visa แต่เอาเข้าจริงแล้ว ความแตกต่างของอัตราแลกเปลี่ยนของทั้ง Visa และ Mastercard ไม่มีตายตัวหรอกค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับธนาคารเจ้าของบัตร ประเภทบัตรเครดิตที่คุณใช้ สกุลเงิน แล้วก็วันที่ซื้อสินค้าด้วย โดยอัตราแลกเปลี่ยนจะอ้างอิงตามบริษัทที่ธนาคารนั้นๆ เป็นสมาชิกอยู่ ทั้งนี้ หากคุณอยากทราบว่าเงินที่คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายขั้นต่ำนั้นประมาณเท่าไหร่ เรามีวิธีคำนวณมาฝากค่ะ

วิธีคำนวณเงินขั้นต่ำที่คุณต้องจ่าย

สูตร : ราคาสินค้า x (1+อัตราค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน) x อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ซื้อสินค้า

*ธนาคารส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะเรียกเก็บค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินที่ 2.5% ของยอดค่าใช้จ่ายในสกุลเงินนั้นๆ

ตัวอย่างเช่น

หากคุณซื้อของ $100 อัตราค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน = 2.5% และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ $1 = 31 บาท จะเขียนสูตรได้ ดังนี้

[100 x (1+0.025)] x 31 = 3,177.5 บาท

ทั้งนี้ เงินที่คุณคำนวณได้จะไม่รวมค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ธนาคารกำหนด รู้สูตรการคำนวณแบบนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปลองใช้คำนวณดูนะคะ เพื่อให้การใช้บัตรเครดิตช้อปปิ้งในต่างประเทศสะดวกมากขึ้น และถึงแม้จะไม่ได้คำนวณเป๊ะ 100% แต่อย่างน้อยๆ คุณก็จะได้รู้ว่าคุณจะสามารถใช้เงินได้อีกเท่าไหร่ ในกรณีที่คุณได้กำหนดงบไว้แล้วนั่นเองค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก

rabbit finance-magazine

Rabbit Finance Magazine

Rabbit Finance Magazine เว็บไซต์ที่รวมรวบข่าวการเงิน และบทความที่น่าสนใจ ทั้งข่าวสารด้านการเงิน และความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมประกันภัย เกร็ดความรู้ต่างๆ รวมถึงบทความไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากอีกต่อไป เลือกอ่านบทความดีๆ เลือก Rabbit Finance Magazine