อีกแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็ใกล้วันหยุดยาวอีกแล้ว จะไม่วางแพลนไปเที่ยวก็ยังไงอยู่ ฉะนั้นแล้ว เรามาวางแพลน จองตั๋วเครื่องบิน บินลัดฟ้าไปต่างประเทศกันเถอะและอย่างที่ทราบกันดีว่า ก่อนที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศทุกครั้ง เราจะต้องแลกเงินเป็นสกุลเงินประเทศจุดหมายปลายทาง แต่หากเราตั้งใจจะไปทริปช้อปปิ้งล่ะ ต้องแลกเงินแค่ไหนถึงจะพอ ซึ่งการพกเงินสดติดตัวเป็นฟ่อนๆ ไปเที่ยวช้อปปิ้งที่ต่างประเทศคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้น บัตรเครดิตจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

รูดบัตรเครดิตต่างประเทศ ใช้สกุลเงินไทยหรือเงินเทศดี?


รูดบัตรสกุลไหนดี-3

บินลัดฟ้าไปพร้อมกับบัตรเครดิต

ก่อนที่เราจะเอาบัตรเครดิตไปรูดปรื๊ดๆ นั้น เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเวลาที่คุณรูดบัตรเครดิต นอกเหนือจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะแพงกว่าอัตราแลกเงินสดแล้ว ยังมีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินที่ทางธนาคารเจ้าของบัตรจะคิดเพิ่มอีกด้วย ซึ่งโดยปกติจะไม่เกิน 2-2.5% ของยอดค่าใช้จ่าย

รูดบัตรสกุลไหนดี-2

ค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินไม่เกิน 2% ค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินไม่เกิน 2.5%
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ธนาคารกรุงเทพ
ไอซีบีซี ธนาคารกสิกรไทย
บัตรเครดิตเซ็นทรัล
ซิตี้แบงค์
ธนาคารทหารไทย
บัตรเครดิตเทสโก้-โลตัส
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารธนชาติ
ธนาคารแห่งประเทศจีน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารยูโอบี
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส
อิออน
ธนาคารกรุงไทย

 

หลังจากที่ทราบค่าความเสี่ยงแล้ว เราก็จะสามารถคำนวนได้ว่าพอไปรูดบัตรเครดิตที่ต่างประเทศ เราจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทเท่าไหร่ ดังขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นตอนแรก เมื่อมีการรูดบัตร ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม หากหน่วยเงินไม่ได้เป็นสกุล US Dollars คุณจะต้องนำไปแปลงก่อนเสมอ โดยสามารถดูอัตราแลกเปลี่ยนได้จากเว็บไซต์ VISA Card ได้เลย

ขั้นตอนที่ 2 นำจำนวนเงินที่เรารูดไปคูณกับอัตราแลกเปลี่ยนให้ได้ตัวเลขเป็นเงินบาท

ขั้นตอนที่ 3 นำจำนวนเงินที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 ไปคูณกับค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินตามที่แต่ละธนาคารกำหนด เพื่อให้ได้ตัวเลขค่าธรรมเนียมความเสี่ยง

ขั้นตอนที่ 4 นำจำนวนเงินที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 และ 3 มารวมกัน ก็จะได้จำนวนเงินที่เราต้องชำระให้แก่ธนาคารนั่นเอง

รูดบัตรสกุลไหนดี-4

สรุปแล้วไปเที่ยวต่างประเทศใช้สกุลเงินไหนดีนะ

เมื่อไหร่ที่คุณไปรูดบัตรเครดิตช้อปปิ้งที่ต่างประเทศ คุณจะต้องได้ยินคำถามที่ว่าจะคิดเป็นเงินสกุลไทยบาทหรือเป็นสกุลเงินท้องถิ่นนั้นดี เห้อ คำถามโลกแตกชัดๆ แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะ rabbit finance ได้หาคำตอบมาให้แล้ว ซึ่งคำตอบนั้นก็คือการใช้สกุลเงินของท้องถิ่นถูกกว่าการใช้สกุลเงินบาท! แต่ยังมีปัจจัยบางอย่างที่จะทำให้การเรียกเก็บจริงแพงกว่าค่าเงินตอนที่เราแจ้ง นั่นก็คือความผันผวนของค่าเงินในช่วงเวลานั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักแกว่งไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีคุณควรเลือกใช้บัตรเครดิตที่มีสิทธิพิเศษต่างๆ ตรงตามความต้องการด้านการจับจ่ายใช้สอยของคุณเอง เช่น ที่พักราคาพิเศษ ฟรีประกันภัยเดินทาง หรือรับเครดิตเงินคืนเมื่อใช้จ่ายที่ต่างประเทศเพื่อความคุ้มค่านั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจาก

rabbit finance-magazine

Rabbit Finance Magazine

Rabbit Finance Magazine เว็บไซต์ที่รวมรวบข่าวการเงิน และบทความที่น่าสนใจ ทั้งข่าวสารด้านการเงิน และความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกรรมประกันภัย เกร็ดความรู้ต่างๆ รวมถึงบทความไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจ ที่จะทำให้เรื่องการเงินไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากอีกต่อไป เลือกอ่านบทความดีๆ เลือก Rabbit Finance Magazine