หากใครอยากไปเที่ยวประเทศที่สวยงามราวกับเทพนิยาย ค่าครองชีพไม่แพง แถมยังไม่ต้องทำวีซ่า วันนี้เอ็กซ์พีเดียก็ขอมาแนะนำตุรกี เมืองสองทวีปที่เรียกได้ว่าไปเที่ยวประเทศเดียวได้ไปทั้งเอเชียและยุโรป ตุรกีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายให้เพื่อนๆ ได้ไปค้นหากัน ตั้งแต่เมืองสไตล์ยุโรปสุดอลังการ มัสยิดใหญ่โต ร่องรอยอารยธรรมโบราณ และธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ

เพื่อนๆ สามารถท่องเที่ยวตุรกีได้ตลอดทั้งปี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และช่วงฤดูใบไม้ร่วงจากเดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนนั่นเอง เพราะฝนไม่ตก ท้องฟ้าใสสว่าง รับรองเที่ยวสนุก ได้ภาพถ่ายสวยงามอย่างแน่นอน

พาเที่ยวตุรกี ดินแดนลูกครึ่งเอเชีย – ยุโรป


1

อิสตันบูล (Istanbul)

1.Istanbul-1

1.Istanbul-2
1.Istanbul-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองแรกที่อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันคืออิสตันบูล เมืองสองทวีปซึ่งตั้งอยู่ระหว่างช่องแคบบอสฟอรัส (Bosporus) อันโด่งดัง ทำให้มีฝั่งหนึ่งที่อยู่ในยุโรปและอีกฝั่งหนึ่งอยู่ในทวีปเอเชียนั่นเอง สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอิสตันบูลนั้นก็ได้แก่ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สุเหร่าขนาดใหญ่อลังการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง หลังจากนั้นก็เดินข้ามต่อไปที่ฮายาโซฟีอา (Hagia Sophia) มหาโบสถ์ขนาดยักษ์สุดวิจิตร หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ส่วนใครอยากรับลมขอแนะนำให้ไปนั่งเรือชมวิวช่องแคบบอสฟอรัส ชมความสวยงามของสองทวีปด้วยตาตัวเอง จากนั้นใครที่อยากช้อปปิ้งต้องห้ามพลาดแกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar) ตลาดขนาดใหญ่ของอิสตันบูลที่เต็มไปด้วยของพื้นเมืองมากมายให้เลือกซื้อเป็นของฝากกันได้ แต่ถ้าใครอยากจะช้อปสินค้าแบรนด์เนมขอแนะนำจตุรัสทักซิม (Taksim Square) รับรองไม่ผิดหวัง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

2

อิซเมียร์ (Izmir)

2.Izmir-1

2.Izmir-2
2.Izmir-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ถัดจากอิสตันบูลมาไม่ไกล ที่ตุรกีก็มีเมืองที่ชื่อว่าอิซเมียร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ในตุรกี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังคือเมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus) เมืองกรีกอันรุ่งเรืองในสมัยจักรพรรดิออกุสตุส ซีซาร์ ปัจจุบันก็ยังหลงเหลือร่องรอยความยิ่งใหญ่ให้เราเข้าไปเที่ยวชมกันได้ จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในเอเฟซุสได้แก่ ห้องสมุดเซลซุส (The Library of Celsus) หอสมุดที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์เฮลเลนนิสติก นับเป็นหอสมุดที่สวยงามและสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง อีกหนึ่งจุดห้ามพลาดได้แก่โรงละครเอเฟซุส (Great Theatre) โรงละครกลางแจ้งที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในตุรกี ในอดีตสามารถจุผู้ชมได้ถึง 30,000 คนเลยทีเดียว ปัจจุบันก็ยังมีการใช้จัดงานแสดงอยู่ หากใครไปตรงช่วงที่มีการแสดงก็สามารถซื้อบัตรเข้าไปชมกันได้

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

3

บอดรัม (Bodrum)

3.Bodrum-1

3.Bodrum-2
3.Bodrum-3
ภาพจาก : iStockPhoto

บอกได้เลยว่าเพื่อนๆ จะต้องตะลึงกับความสวยงามของตุรกีเมื่อมาถึงเมืองถัดไปแน่นอน บอดรัมเป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลเอเจียน ภายในเมืองนอกจากมีเมืองโบราณและอาคารเก่าแก่ให้เพื่อนๆ ได้ไปชมกันแล้ว ยังมีทิวทัศน์ริมทะเลที่สวยงาม มีชายหาดขาวทอดยาว น้ำทะเลก็ใสแจ๋ว เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำมากๆ ส่วนอาคารบ้านเรือนที่ตั้งอยู่เรียงรายบริเวณริมทะเลก็เป็นสีขาว หน้าต่างสีฟ้า สวยน่ามองไม่ต่างอะไรกับซานโตรินีเลย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

4

ปามุกกาเล (Pamukkale)

4.Pamukkale-1

4.Pamukkale-2
4.Pamukkale-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองท่องเที่ยวตุรกีแห่งถัดมานั้นนับเป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคนที่อยากจะมาเห็นปราสาทปุยฝ้าย เพราะที่นี่คือปามุกกาเล ซึ่งเป็นที่ตั้งของแอ่งน้ำหินปูนสีขาวที่เกิดจากตะกอนของหินปูนที่ทำปฏิกิริยากับอากาศ จนจับตัวกันกลายเป็นแอ่งน้ำหินปูนที่มีธารน้ำแร่สีฟ้าจากใต้ดินอยู่ภายใน มองไกลๆ เหมือนเป็นปราสาทปุยฝ้ายสีขาวขนาดใหญ่ เพื่อนๆ สามารถเดินลัดเลาะจากบริเวณด้านล่างขึ้นไปยังด้านบนผ่านแอ่งน้ำต่างๆ และแวะถ่ายภาพกันได้ นอกจากนั้นพอขึ้นไปถึงบริเวณด้านบนก็จะพบที่ตั้งของเมืองโบราณของตุรกีที่มีชื่อว่าเฮียราโพลีส (Hierapolis) ซึ่งมีอายุกว่า 2,000 ปี สร้างตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาล ให้เพื่อนๆ ได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมยุคโบราณได้อีกด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

คัปปาโดเกีย (Cappadocia)

5.Cappadocia-1

5.Cappadocia-2
5.Cappadocia-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ที่สุดท้ายในตุรกีขอเรียกว่าเป็นสุดยอดเมืองในฝันบน bucket list ของใครหลายคน เพราะที่นี่คือคัปปาโดเกีย เมืองที่เพื่อนๆ จะได้ล่องลอยไปกับบอลลูนขึ้นไปสู่ฟากฟ้า บอลลูนของคัปปาโดเกียนั้นจะพาเพื่อนๆ บินล่องลอยผ่านภูมิประเทศอันสวยงามของคัปปาโดเกีย สามารถชมวิวภูเขาหน้าตาแปลกประหลาดต่างๆ ของเทือกเขาอานาโตเลียได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นหากไปเที่ยวคัปปาโดเกียก็ต้องห้ามพลาดนอนในโรงแรมถ้ำ เพราะภูมิประเทศของคัปปาโดเกียนั้นเป็นภูเขา ผู้คนจึงมักขุดเจาะภูเขาทำเป็นที่อยู่อาศัยให้อบอุ่นและปลอดภัย รับรองว่าได้ความรู้สึกแปลกใหม่แน่นอน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในคัปปาโดเกียนั้นก็มีมากมาย ทั้งนครใต้ดินไคมัคลี (Kaymakli) ที่ลึกถึง 8 ชั้น แต่เพื่อนๆ สามารถเข้าชมได้เพียง 4 ชั้นบนเท่านั้น กับอีกหนึ่งแห่งก็คือ เดอรินกูยู (Derinkuyu) ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ลึกลงไปกว่า 10 ชั้น ในอดีตใช้เป็นที่หลบภัยในช่วงสงคราม เป็นอีกจุดที่น่าไปเที่ยวมากๆ

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


ดีลแนะนำ กรุงเทพฯ-คัปปาโดเกีย