หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่นอกเหนือจากที่เที่ยวยอดนิยมอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ปารีส นิวยอร์ก ลอนดอน วันนี้ขอให้รีบตามเอ็กซ์พีเดียมา! เพราะเราจะพาเพื่อนๆ ไปดู 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยเหมือนฝันดุจเทพนิยาย เราได้รวบรวมมาตั้งแต่เมืองเล็กๆ ไปจนถึงเมืองใหญ่ บางเมืองหลายคนอาจเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว แต่รับรองว่าทุกเมืองนั้นสวยงามเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายที่เคยจินตนาการไว้ตอนเด็กๆ กันแน่นอน พร้อมแล้วก็รีบแพ็คกระเป๋า เตรียมตัวไปท่องโลกแห่งความฝันกันเลย

10 สถานที่ท่องเที่ยวสวยดุจเทพนิยาย


1

ชิราคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น
(Shirakawa-go)

1.Shirakawa-go-1

1.Shirakawa-go-2
1.Shirakawa-go-3
ภาพจาก : iStockPhoto

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกเรียกได้ว่าหลุดออกมาจากต้นตำรับเทพนิยายสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งก็คือชิราคาวาโกะ หมู่บ้านมรดกโลก ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา หลายคนบอกว่าคล้ายกับหมู่บ้านนินจาในสมัยก่อน จุดเด่นของที่นี่คือบ้านสไตล์กัสโชสึคุริหรือบ้านแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งสร้างขึ้นโดยไม่ได้ใช้ตะปู วัสดุต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างล้วนมาจากธรรมชาติ กิจกรรมที่ทำได้ที่นี่มีมากมาย ทั้งการไปไหว้ศาลเจ้า ไปทานอาหารอร่อยๆ แวะร้านขายของที่ระลึก และที่ห้ามพลาดเลยคือการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีการจัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านนั่นเอง หากใครไปช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เห็นบ้านสีน้ำตาลอยู่กลางทุ่งนาสีเขียว หากเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเพื่อนๆ ก็จะได้เห็นหมู่บ้านชิราคาวาโกะท่ามกลางภูเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้สีส้ม สีเหลือง และสีแดง แต่หากใครอยากชมความสวยงามแบบลืมหายใจต้องไปช่วงฤดูหนาว ในเทศกาล Light-up ซึ่งในหนึ่งปีจะจัดเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ในเทศกาลนี้เวลาพลบค่ำ หมู่บ้านจะเริ่มเปิดไฟ เห็นเป็นบ้านเรือนที่มีไฟสีเหลืองท่ามกลางหิมะสีขาว สวยจนลืมไม่ลงแน่นอน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว

สามารถเที่ยวได้ทั้งปี

  • ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
  • ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
  • ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
  • ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์


2

เมืองคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี
(Cappadocia)

2.Cappadocia-1

2.Cappadocia-2
2.Cappadocia-3
ภาพจาก : iStockPhoto

หากเพื่อนๆ กำลังอยากไปเยือนโลกเทพนิยายที่มีบรรยากาศชวนฝัน รับรองว่าคัปปาโดเกียจะช่วยเติมเต็มความฝันนั้นให้เพื่อนๆ ได้อย่างแน่นอน เพราะคัปปาโดเกียคือเมืองที่มีบอลลูนซึ่งพานักท่องเที่ยวลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าเพื่อชมความงามของวิวทิวทัศน์เหนือเทือกเขาอานาโตเลียทุกเช้า ภูมิประเทศของคัปปาโดเกียเกิดจากการทับถมกันของลาวาที่โดนกัดเซาะโดยลมฝนและน้ำจนเกิดเป็นภูเขารูปร่างแปลกตา เพื่อนๆ สามารถขึ้นบอลลูนได้ในราคาไม่แพง ทิวทัศน์จากข้างบนนั้นก็สวยงามเหนือคำบรรยาย สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในคัปปาโดเกียนั้นมีมากมาย ที่ห้ามพลาดคือเมืองใต้ดินอันโด่งดังที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินถึง 90 เมตร ภายในมีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ในอดีตใช้เป็นที่หลบภัยหากเกิดสงคราม นอกจากนั้นใครที่จะไปเที่ยวคัปปาโดเกีย ขอแนะนำว่าต้องไปพักที่พักแบบถ้ำ! รับรองว่าได้บรรยากาศมากๆ เลยล่ะ

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
สิ้นเดือนเมษายน – เดือนมิถุนายน และเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม


3

เมืองเชสกี้ ครุมลอฟ สาธารณรัฐเช็ก
(Český Krumlov)

3.Český-Krumlov-1

3.Český-Krumlov-2
3.Český-Krumlov-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เชสกี้ ครุมลอฟ ไข่มุกแห่งโบฮีเมีย เมืองในสาธารณรัฐเช็กแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างปรากมากนัก เป็นเมืองเล็กๆ แต่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางที่มาพร้อมความน่ารักและความสวยงามอย่างล้นหลาม เชสกี้ ครุมลอฟตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแม่น้ำที่ล้อมเมืองเป็นรูปตัว S บ้านเรือนภายในเมืองมีหลังคาสีส้มคุมโทนดูสดใส แถมยังมีปราสาทเชสกี้ ครุมลอฟ ปราสาทขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเช็กตั้งอยู่โดดเด่น ดูแล้วเหมือนเมืองในนิทานตามที่เคยฟังตอนเด็กๆ ไม่มีผิด หากใครวางแผนจะมาที่นี่ แนะนำให้มาในช่วงเทศกาลกุหลาบห้ากลีบ (Five-petalled Rose Festival) เทศกาลฉลองวันหยุดสุดสัปดาห์ช่วงเดือนมิถุนายน รับรองว่าเหมือนได้ย้อนบรรยากาศไปอยู่ในยุโรปยุคกลางคล้ายกับในเทพนิยายหลายเรื่อง เพราะมีกิจกรรมให้ได้ชมมากมาย เช่น การประลองบนหลังม้า การเต้นรำ การแสดงดนตรี เป็นต้น นอกจากนั้นภายในเมืองก็มีการตกแต่งแบบยุคกลาง ผู้คนในเมืองก็จะแต่งกายในชุดสมัยยุคกลางไปด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
กลางเดือนมีนาคม – กลางเดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน – กลางเดือนพฤศจิกายน


4

ปราสาทนอยชวานชไตน์ ประเทศเยอรมนี
(Neuschwanstein Castle)

4.Neuschwanstein-Castle-1

4.Neuschwanstein-Castle-2
4.Neuschwanstein-Castle-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ถ้าจะพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายแล้ว ไม่พูดถึงปราสาทนอยชวานชไตน์ก็คงไม่ได้ เพราะที่นี่คือต้นแบบของปราสาทเทพนิยายเลย แม้แต่เองดิสนีย์ยังใช้ที่นี่เป็นต้นแบบของปราสาทในสวนสนุก ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาในเมืองฟุสเซน (Füssen) ไม่ไกลจากมิวนิก ล้อมรอบด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาแอลป์ เหตุผลที่ปราสาทนี้ดูสวยงามราวกับในนิทานก็เพราะได้รับการออกแบบโดยคริสเตียน ยังค์ (Christian Jank) คนออกแบบฉากละครนั่นเอง ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูเป็นปราสาทยุคกลาง แต่หากเพื่อนๆ เข้าไปชมภายในก็จะได้พบกับศิลปะยุคต่างๆ มากมาย เช่น ไบแซนไทน์ โรมันเนสก์ โกธิก เป็นต้น

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนพฤศจิกายน – เดือนธันวาคม และเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม


4

เมืองกอลมาร์ ประเทศฝรั่งเศส
(Colmar)

5.Colma-1

5.Colma-2
5.Colma-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองกอลมาร์ เมืองเล็กๆ สุดน่ารักและอบอุ่น ตั้งอยู่ติดกับชายแดนประเทศเยอรมนี เป็นเมืองที่คู่รักหลายคู่เลือกที่จะมาใช้เป็นสถานที่ฮันนีมูน บางคู่รักก็มาขอแต่งงานกันที่เมืองแห่งนี้ บรรยากาศในเมืองอบอวลไปด้วยความโรแมนติก เพราะอาคารบ้านเรือนมีการตกแต่งโดยใช้สีสันน่ารัก ตามเมืองมีการประดับประดาด้วยดอกไม้ มีคลองผ่านเมือง มีเรือโบราณให้นั่ง แถมในเมืองยังมีชาวบ้านพักอาศัยอยู่จริง ไม่ได้เป็นเมืองที่มีแต่นักท่องเที่ยวมากมายเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป นอกจากนั้นใครที่เป็นแฟนเทพนิยายเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูรก็ต้องมาเมืองนี้ให้ได้ เพราะที่นี่เป็นต้นแบบของเมืองที่เบลล์อาศัยอยู่นั่นเอง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนพฤษภาคม และเดือนสิงหาคม – เดือนพฤศจิกายน


6

หมู่บ้านกีธอร์น ประเทศเนเธอร์แลนด์
(Giethoorn)

6.Giethoorn-1

6.Giethoorn-2
6.Giethoorn-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ใครกำลังจะไปอัมสเตอร์ดัมแต่อยากไปเที่ยวนอกเมืองด้วยบ้าง? เอ็กซ์พีเดียขอแนะนำกีธอร์น หมู่บ้านแห่งสายน้ำ ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งสายน้ำเพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีถนน การเดินทางภายในหมู่บ้านจึงต้องสัญจรด้วยเรือไปตามคลองเท่านั้น ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องมีเรือเป็นพาหนะส่วนตัว ราวกับอยู่ในเทพนิยายสมัยเก่าเลยทีเดียว บ้านเรือนสองฝั่งคลองนั้นก็เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกดูสวยงาม หากใครอยากลองไปใช้ชีวิตสบายๆ ริมคลองก็ขอแนะนำหมู่บ้านกีธอร์นแห่งนี้เลย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
กลางเดือนเมษายน – กลางเดือนตุลาคม


7

เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี
(Venice)

7.Venice-1

7.Venice-2
7.Venice-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองสวยดังเทพนิยายในความฝันที่ใครหลายคนอยากจะไปคงหนีไม่พ้นเวนิส เมืองแห่งสายน้ำที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ หนึ่งในเอกลักษณ์ที่สวยงามของเมืองแห่งนี้ก็คือแกรนด์คาแนล (Grand Canal) ลำคลองใหญ่ที่ไหลผ่านกลางเมือง รวมถึงคลองย่อยๆ กว่าอีก 150 คลองที่เชื่อมสถานที่ในเมืองให้ถึงกัน นอกจากนั้นยังมีสะพานพาดระหว่างคลองอยู่อีกกว่า 400 แห่ง หากใครมาเที่ยวเวนิส นอกจากจะเดินเที่ยวชมเมือง ทั้งบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค ชมหอระฆัง และหอนาฬิกาแล้ว ต้องห้ามพลาดการนั่งเรือกอนโดล่าลัดเลาะไปตามคลอง ฟังเสียงฝีพายร้องเพลงกล่อม พร้อมชมตึกสไตล์ยุโรปอันสวยงามริมสองฝั่ง รับรองว่าความโรแมนติกที่คิดว่ามีแต่ในความฝันเป็นจริงได้ที่เวนิสแน่นอน

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน และเดือนมกราคม – เดือนกุมภาพันธ์


8

เมืองเอดินเบิร์ก ประเทศสกอตแลนด์
(Edinburgh)

8.Edinburgh-1

8.Edinburgh-2
8.Edinburgh-3
ภาพจาก : iStockPhoto

มาดูเมืองหลวงแห่งเทพนิยายบนดินแดนสกอตแลนด์ที่เอดินเบิร์กกันบ้าง เอดินเบิร์กแบ่งออกเป็นย่านเมืองเก่าและย่านเมืองใหม่ ทั้งสองฝั่งเมืองนั้นเต็มไปด้วยตึกหน้าตาเก่าแก่ได้อารมณ์ความเป็นยุโรปที่แท้จริง ทุกวันที่เดินอยู่ในเมืองเพื่อนๆ จะรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในยุคเจริญรุ่งเรืองของยุโรปในอดีต ใครๆ ที่เคยไปต่างก็บอกว่าทุกมุมของเอดินเบิร์กนั้นสวยเหมือนหลุดออกมาจากความฝันจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ก็มีมากมาย เช่น ปราสาทเอดินเบิร์ก (Edinburgh Castle) ต้นแบบของโรงเรียนฮอกวอตส์ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือคาลตันฮิลล์ (Calton Hill) จุดชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองเอดินเบิร์ก และถนนรอยัลไมล์ (Royal Mile) ศูนย์กลางของเมือง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล


9

ประเทศไอซ์แลนด์
(Iceland)

9.Iceland-1

9.Iceland-2
9.Iceland-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เพื่อนๆ อาจได้ยินชื่อเสียงของประเทศไอซ์แลนด์กันมาบ้างว่าเป็นประเทศน่าอยู่ รายได้เฉลี่ยของประชากรก็สูง แถมทั้งประเทศยังมีประชากรเพียงแค่ 300,000 คน แต่นอกจากนั้นเพื่อนๆ ทราบไหมว่าไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีธรรมชาติอันสวยงามเหมือนอยู่ในสวรรค์กันเลย หากใครเคยดูภาพยนตร์เรื่องชีวิตพิศวงของวอลเตอร์มิตตี้ (The Secret Life of Walter Mitty) คงจะคุ้นภาพนี้พอสมควร แต่สำหรับใครที่ไม่คุ้น เอ็กซ์พีเดียก็ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเหมือนเทพนิยายซึ่งได้แก่ น้ำตกเซลยาลันส์ฟอส (Seljalandsfoss Falls) น้ำตกอันเป็นสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์ เมื่อน้ำที่ตกลงมาจากความสูง 60 เมตรกระทบกับผืนน้ำด้านล่างจะเกิดละอองน้ำบางๆ ลอยกระจายอยู่ในอากาศ สวยจับใจเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) ภูเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางหาดทรายสีดำ เห็นแล้วรับรองว่าต้องทึ่งในความอัศจรรย์ของธรรมชาติจริงๆ สุดท้ายอย่าลืมแวะเที่ยวเรคยาวิก (Reykjavik) เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ น่ารัก มีสถานที่ท่องเที่ยวแบบคนพื้นเมืองให้เที่ยวอีกมากมาย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม และเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม


10

ประเทศกรีนแลนด์
(Greenland)

10.Greenland-1

10.Greenland-2
10.Greenland-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ที่สุดท้ายคือประเทศกรีนแลนด์ เรียกได้ว่าเป็นความฝันของใครหลายคนที่อยากจะมาดูแสงเหนือที่ขั้วโลกแห่งนี้ เพราะที่นี่เป็นประเทศที่มีแสงเหนือสวยสุดๆ พื้นที่กว่า 85% ของกรีนแลนด์นั้นถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ แต่หากใครไปช่วงหน้าร้อนอาจได้เจอพระอาทิตย์เที่ยงคืนแทนแสงเหนือ เพราะช่วงฤดูร้อนที่กรีนแลนด์นั้นพระอาทิตย์จะอยู่เหนือฟ้าทั้งเดือน ไม่มีกลางคืน นอกเหนือจากการไปชมแสงเหนือแล้ว กิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมากรีนแลนด์ก็มีอีกมากมาย อย่างเช่นการนั่งรถหมาลากเลื่อนไปบนเนินหิมะ รับรองว่าได้ประสบการณ์แปลกใหม่ไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน เมืองท่องเที่ยวของกรีนแลนด์นั้นมีทั้งเมืองอิลูอิสซัต (Ilulissat) ที่เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็ง เมืองซิซิมุท (Sisimiut) เมืองใหญ่เป็นอันดับสองของกรีนแลนด์ และเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงที่มีประชากรอยู่ไม่ถึง 20,000 คน และบ้านเรือนมีหลากหลายสีสันตัดกับสีขาวของหิมะ บอกเลยว่าเป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ทั้งปี แต่หากอยากเห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนให้ไปช่วงฤดูร้อน เดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม