ทุกครั้งที่ได้วางแผนทริป มันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าทุกอย่างดูยุ่งยากไปหมด ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนก่อน จะกินอะไรดี และควรจะไปถ่ายรูปเด็ดๆ ที่ไหน วันนี้เราได้รวบรวมไฮไลท์ของ 14 จุดหมายปลายทางชื่อก้องโลกมาให้คุณแล้ว ไล่ไปตั้งแต่แสงสีของโตรอนโตถึงหมู่บ้านลอยน้ำในเสียมเรียบ ตั้งแต่บัวโนสไอเรสที่แสนคึกคักไปจนถึงเมืองโบราณอย่างพาราณสี เราพร้อมแล้ว คุณพร้อมไปกับเราหรือยัง?


1. เบอร์ลิน (เยอรมนี)

หลายปีที่ผ่านมาเบอร์ลินเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแบ่งแยก ในวันนี้คือเมืองหลวงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารยธรรม และการเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ทำให้เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีเสน่ห์อย่างมาก เริ่มต้นทริปด้วยการตรงดิ่งไปยัง Panoramapunkt เพื่อชมทีวี ทาวเวอร์ (TV Tower) ที่ทันสมัย สัญลักษณ์แห่งความล้ำยุคของเยอรมันตะวันออก จากนั้นไปต่อที่ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) สถาปัตยกรรมเลื่องชื่อที่ผ่านการใช้งานจากจักรพรรดิเยอรมันมาแล้วในอดีต ไปเยอรมันทั้งที ถ้าไม่ได้ชิมเจ้าเคอร์รี่เวิร์สต์ (Currywurst) ถือว่าพลาด ไส้กรอกหมูโรยด้วยผงกะหรี่และซอสมะเขือเทศรสเผ็ดฟังดูน่ากินใช่ไหมล่ะ อิ่มแล้วก็ไปปั่นจักรยานตามเส้นทางเมาเออร์เว็ก (Mauerweg) ซึ่งเป็นถนนที่ทอดไปตามกำแพงเบอร์ลินในสมัยก่อน

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Berlin

2. บัวโนสไอเรส (อาร์เจนตินา)

ชื่อบัวโนสไอเรสหมายถึง ‘สายลมที่พอเหมาะ’ ตั้งอยู่บนปากอ่าวริโอเดอลาปลาตา ที่นี่มีไฮไลท์มากมายที่สามารถดึงดูดให้นักเดินทางมาเยือน วิวของประติมากรรมฟลอรัลลิส เจเนริกา (Floralis Genérica) ใน Plaza de las Naciones Unidas มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กลีบดอกไม้จะร่วงโรยในตอนเย็นและกลับมาเบ่งบานอีกครั้งในเช้าวันถัดมา เอกลักษณ์ที่ทำให้ย่านลา โบคา (La Boca) น่าดึงดูดและต่างจากที่อื่นคือบ้านที่ทาด้วยสีเจ็บๆ โดดเด่นเห็นแต่ไกล หลังจากเหนื่อยจากการสำรวจที่เที่ยวต่างๆ ก็ได้เวลาของอาซาโด (Asado) ปาร์ตี้ปิ้งย่างบาร์บีคิวเนื้อและไส้กรอกตามแบบฉบับของชาวอเมริกาใต้ จบทริปนี้ด้วยการออกไปโชว์สเต็ปแทงโก้ให้เหมือนกับชาวถิ่นที่มิลองก้า (Milonga) บอกเลยว่าฟินสุดๆ

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-BuenosAires

3. เคปทาวน์ (แอฟริกาใต้)

เคปทาวน์มีลักษณะภูมิประเทศที่จัดว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีภูเขาโต๊ะหรือ Table Mountain เป็นตัวชูโรง เริ่มต้นการเดินทางที่บลูเบิร์กสแตรนด์ (Bloubergstrand) ที่นี่คุณจะได้เห็นภาพภูเขาและทะเลมาบรรจบกันที่ปลายขอบฟ้า จากนั้นออกไปสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นด้วยการไปต่อราคาสินค้าที่ระลึกในตลาดเนเบอร์กู๊ดส์ (Neighbourgoods Market) ในวู้ดสต็อก จากนั้นไปชิม Potjiekos สตูเนื้อพื้นเมืองที่เคี่ยวในหม้อเหล็กและปรุงกันสดๆ กลางแจ้ง แล้วอย่าลืมแวะไปทักทายน้องเพนกวินทั้งหลายที่หาดโบลเดอร์ด้วยนะ เพราะถ้าพลาดชมความน่ารักนี้ไปคงเสียใจแย่ แต่เราขอเตือนไว้ก่อนนะ เจ้าเพนกวินเหล่านี้เสียงดังทีเดียว

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-CapeTown

4. ดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

น่านฟ้าดูไบดูสวยเก๋ขึ้นมาทันตาเพราะมีตึกทรงเรือใบอย่างเบิร์จ อัล อาหรับ (Burj Al Arab) ตึกระฟ้าชื่อดังแห่งหนึ่งของโลก และถ้าหากต้องการรูปสวยๆ ก็ต้องไปแชะภาพปาล์ม จูเมราห์ อยากเติมพลังงานให้ตัวเองสักหน่อย ก็ต้องแวะจิบกาแฟของชาวอาหรับอย่าง Qahwa ที่เสิร์ฟร้อนๆ หอมกรุ่นจากกาดีไซน์เก๋สีเงิน ยูเออีคือเมืองสุดล้ำ และที่เพิ่มความเป็นที่สุดให้ที่นี่ก็คือตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกอย่างเบิร์จ คาลิฟา (Burj Khalifa) หอชมวิวของตึกเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ดังนั้นคุณจึงสามารถชมความทันสมัยของเมืองนี้ได้อย่างเต็มตา จากนั้นไปลิ้มลองรสชาติของ Matchbous เนื้อแกะรสจัดจ้านที่เสิร์ฟพร้อมข้าวบาร์เลย์ ก่อนจะไปทัวร์ซาฟารีทะเลทรายบนหลังอูฐ

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Dubai

5. ฮาวานา (คิวบา)

ลมโชยเย็นๆ กับอาคารบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยสีสันทำให้ฮาวานาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก แม้แต่ระหว่างทางไปพิพิธภัณฑ์แห่งการปฏิวัติ (Museum of the Revolution) ก็สามารถแชะภาพรัวๆ ได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือแหล่งเก็บรักษาเรือและรถถังเมื่อครั้งเกิดการปฏิวัติโดยฟิเดล กัสโตร เปลี่ยนอารมณ์จากการเมืองที่เข้มข้นมาสู่ฟีลชนบทของฮาวานาด้วยอาหารพื้นเมืองชื่อดังอย่าง Moros y Cristianos อาหารที่ปรุงจากข้าวและถั่ว บอกเลยจานนี้ต้องลอง เมืองที่เหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์แห่งนี้มีจุดน่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือรถแท็กซี่ แท็กซี่หลายคันเป็นรถคลาสสิกจากยุค 50 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่รัฐบาลห้ามส่งสินค้าออกนอกประเทศเป็นเวลายาวนานถึง 55 ปี

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Havana

6. ลอนดอน (อังกฤษ)

ลอนดอนถือเป็นเมืองที่ผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งยังเป็นเมืองเก่าแก่อายุนับสองพันปี ไปเก็บภาพที่ผสานความเก่าแก่และทันสมัยเข้าด้วยกัน อย่างภาพสะพานมิลเลนเนียมที่ทอดยาวสู่มหาวิหารเซนต์พอล (St Paul’s Cathedral) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่จากโบสถ์นอร์แมนในศตวรรษที่ 17 ในเวสต์มินสเตอร์คุณจะได้พบกับพระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) ซึ่งเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ในอังกฤษ ที่นี่แสดงถึงสถาปัตยกรรมและการตกแต่งอย่างหรูหราตามสไตล์ Belle Époque เติมพลังด้วยฟิชแอนด์ชิพส์ (Fish and Chips) แบบดั้งเดิม ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังวังที่เก่าแก่กว่าเดิม นั่นก็คือหอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในยุคกลาง ที่นี่มีผู้ดูแลซึ่งผู้คนเรียกขานกันว่า ‘บีฟ อีทเทอร์ส’ (Beefeaters) คอยให้บริการนำทัวร์แก่นักท่องเที่ยว

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-London

7. ลอสแองเจลิส (สหรัฐอเมริกา)

‘ซิตี้ ออฟ แองเจิลส์’ ‘ทินเซลทาวน์’ หรือ ‘แอลเอ’ ไม่ว่าคุณจะเรียกลอสแองเจลิสว่าอะไร ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่นี่คือจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนทั่วโลก มุ่งหน้าไปยังหอชมเมืองกริฟฟิท (Griffith Observatory) เพื่อยลโฉมป้ายฮอลลีวูดอันยิ่งใหญ่ ก่อนจะลงมายังทางเดินวอล์ค ออฟ เฟม (Walk of Fame) เพื่อชมรอยประทับฝ่ามือของศิลปินและนักแสดงชื่อดังระดับโลกมากมาย มื้อเที่ยงต้องนี่เลย ทูน่าทาร์ทาร์ ที่ผสมผสานกลิ่นอายของฝรั่งเศสและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน แสดงถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายและลงตัวของแอลเอได้เป็นอย่างดี ไปต่อกันที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส สตูดิโอ ที่ที่คุณจะได้เห็นการทำงานของทีมงานระดับมืออาชีพที่สร้างภาพยนตร์ชื่อดังมาแล้วมากมาย

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-LA

8. ปารีส (ฝรั่งเศส)

ปารีสคือเมืองที่หรูหราสง่างามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไล่ตั้งแต่เฮาส์แมนเนียน บูเลอวาร์ดไปจนถึงสถาปัตยกรรมขนาดมหึมามากมาย ที่ต้องไปเห็นกับตาให้ได้คือหอไอเฟล (Eiffel Tower) ซึ่งสวยที่สุดหากมองจาก Place du Trocadéro ถ้าคุณชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก็ต้องห้ามพลาดชมคอลเล็กชันสวยๆ ที่ Musée du Louvre ในที่นี้มีภาพโมนาลิซ่าและประติมากรรม Dying Slave ของไมเคิล แองเจโลอยู่ในนั้นด้วย จากนั้นแวะชิมมาการองให้หายเหนื่อยแล้วไปต่อยังสุสานใต้ดินคาตาคอมส์ (Catacombs) สถานที่เก็บซากศพกว่า 7 ล้านศพจากสุสานเก่าแก่ในช่วงปี 1780

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Paris

9. เซเรนเกติ (แทนซาเนีย)

เซเรนเกติคือสวรรค์ของผู้ที่หลงรักธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติในแทนซาเนียแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์หายากที่มีชื่อเสียงที่สุดของแอฟริกา อยากไปถ่ายภาพเจ้าเหมียวยักษ์? ไปได้เลยที่ Moru Kopjes บ้านของสิงโตเจ้าป่า เสือชีต้า และเสือดาว อีเวนท์ใหญ่ที่สุดของเซเรนเกติคงหนีไม่พ้นการที่เหล่าสัตว์ป่าจำนวนถึง 1.7 ล้านตัวอพยพข้ามแม่น้ำมาร่าในเซโรเนร่า (Seronera) ไปชิมจานเด็ดของที่นี่อย่างเนื้อย่าง Nyama Choma แล้วไปทัวร์ซาราฟียามค่ำคืนเพื่อส่องสัตว์ที่ออกหากินหลังตะวันตกดิน ทั้งฮิปโปและสิงโต

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Serengeti

10. เสียมเรียบ (กัมพูชา)

เสียมเรียบคือเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่โดดเด่น ถ้าคุณได้เห็นนครวัด (Angkor Wat) คุณจะไม่แปลกใจว่าทำไมเสียมเรียบจึงขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรม นครวัดมีสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนอายุมากกว่า 800 ปี ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญและความภูมิใจของชาวกัมพูชา ไปสัมผัสวิถีชีวิตเก่าแก่ด้วยการนั่งเรือชมหมู่บ้านลอยน้ำกัมปง เคลง (Kompong Khleang) ด้วยบรรยากาศความเป็นอยู่และสภาพบ้านเรือน ที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งในการแวะทานก๋วยเตี๋ยวสไตล์เสียมเรียบ จบทริปนี้ด้วยการปีนขึ้นเขาพนมบาเค็ง (Phnom Bakheng) เพื่อดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ซอกอาคารของนครวัด

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-SiemReap

11. ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย)

เมืองที่ดังที่สุดของออสเตรเลียอย่างซิดนีย์เป็นเมืองที่ผสมผสานความแอคทีฟและความผ่อนคลายท่ามกลางแสงแดดไว้อย่างลงตัว จุดแรกที่อยากให้ไปคือม้าหินมิสซิสแมคควอรี่ ที่นั่นคุณจะได้เก็บภาพความประทับใจของซิดนีย์โอเปราเฮาส์ (Sydney Opera House) และสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Harbour Bridge) ไปโต้คลื่นที่หาดบอนได (Bondi Beach) แถบชานเมือง จากนั้นแวะชิมลามิงตัน (Lamington) ของหวานขึ้นชื่อของออสเตรเลียที่ทำจากมะพร้าวและช็อกโกแลต กระตุ้นอะดรีนาลินให้ร่างกายด้วยการกลับเข้าเมืองเพื่อไปปีนสะพานฮาร์เบอร์ ปีนสู่โครงเหล็กสูงของสะพานเพื่อชมวิวพาโนราม่าที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Sydney

12. โตรอนโต (แคนาดา)

โตรอนโตคือเมืองที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา แต่สถานที่แรกสำหรับการทำความรู้จักกับเมืองแห่งนี้กลับเป็นสวนสาธารณะอันเงียบสงบอย่างฮัมเบอร์ เบย์ พาร์ค (Humber Bay Park) มองผ่านแม่น้ำไปยังขอบฟ้าแสนสวย ซีเอ็น ทาวเวอร์ และถ่ายภาพหน้าป้ายเมือง ‘โตรอนโต’ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นไปดื่มด่ำกับชีวิตในเมืองที่ตลาดเคนซิงตัน (Kensington Market) ซึ่งมีร้านค้าสไตล์วินเทจและคาเฟ่อยู่มากมาย แวะชิมแซนวิชพีมีลเบคอน (peameal bacon) อันเป็นที่โปรดปรานของใครหลายๆ คน จากนั้นชมการแข่งขันฮอกกี้ที่สนามเมเปิลลีฟ

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Toronto

13. พาราณสี (อินเดีย)

พาราณสีคือศูนย์รวมจิตวิญญาณอีกแห่งของอินเดีย แชะภาพหน้าประตูป้อม Ramnagar ที่บ่งบอกศิลปวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ป้อมนี้สร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิโมกุล มีประตูทางเข้าที่โค้งและหอคอยหลังคาทรงโดมตามแบบฉบับของศิลปะอินเดีย ที่ท่าดัสวเมศ (Dashashwamedh Ghat) มีผู้คนมากมายมาอาบน้ำล้างบาปที่แม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ แวะชมประเพณีท้องถิ่นแล้วก็ชิมขนมขึ้นชื่อที่ทำจากแป้งสอดไส้ถั่วอย่าง Kachori กันต่อ ในยามราตรี ไปชมพิธีกรรมคงคาอารตี (Ganga Aarti) ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่นักบวชมากมายมารวมตัวกันเพื่อบูชาไฟแก่พระศิวะและพระแม่คงคา

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-Varanasi

14. เวนิส (อิตาลี)

สถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และคลองหลายสายที่ตัดผ่าน เมื่อรวมกันแล้วทำให้เวนิสดูคล้ายกับพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เริ่มทริปเวนิสของคุณที่รีอัลโต (Rialto) สะพานอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่สร้างตระหง่านตัดขวางแกรนด์ คาแนล สำหรับใครที่อยากดูเวนิสในมุมสูง ให้ไปที่หอระฆังคัมปานีเล (Campanile) เพื่อชมความงามของโบสถ์เซนต์มาเรีย เดลลา ซาลูต และลากูนสีน้ำเงินแสนสวย ไปต่อยังพระราชวังดอจ (Doge’s Palace) เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาของเวนิสและชมผลงานชิ้นโบว์แดงของทิเชียนและคาร์ปาชิโอ จากนั้นรับประทานปลาซาร์ดีนหมัก (Sarde in Saor) อาหารขึ้นชื่อที่บอกเล่าเรื่องราวอีกด้านของเวนิสที่แสนเรียบง่าย ทานเสร็จก็ไปนั่งเรือกอนโดลาเพื่อชมสุนทรียภาพของเมืองผ่านคูคลองที่มีอยู่มากมาย

th-TH_Source_V3_Minimalist-Travel-Posters-venice

 

และสถานที่ที่เราแนะนำไปนั้นคือจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก หากคุณกำลังวางแผนเที่ยว ลองพิจารณาสถานที่เหล่านี้ แล้วออกพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าแต่ละแห่งเหมาะกับฉายาหรือมีความโดดเด่นสมชื่อจริงหรือเปล่า