ลมหนาวมาแล้ว อะไรจะดีไปกว่าการขึ้นเขารับลมหนาวไปสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นๆ ให้ชื่นใจบวกนอนชิลๆ ในที่พักสวยๆ แบบเห็นทะเลหมอกได้จากบนที่นอนกันอีก เดือนสุดท้ายของปีที่พ่วงวันหยุดหลายๆ วันแบบนี้ Expedia ก็มีทริปรับลมหนาว 2 วัน 1 คืนมาฝากกัน เป็นทริปที่จะได้ทั้งขึ้นเขา ชมทะเลหมอก และเก็บที่เที่ยวระหว่างทางแบบครบรส ปูเรื่องมาขนาดนี้ เพื่อนๆ หลายคนน่าจะเริ่มเดาออกกันแล้วว่าเราจะพาไปเที่ยวเขาค้อ – ภูทับเบิก

รับลมหนาวส่งท้ายปีที่เขาค้อ – ภูทับเบิก


เขาค้อ-–-ภูทับเบิก-1
เขาค้อ-–-ภูทับเบิก-2
ภาพจาก : iStockPhoto

เขาค้อคืออำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ตั้งอยู่บนภูเขา รายล้อมด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ของภาคเหนือตอนล่างที่ทอดตัวเรียงรายสลับกัน ส่วนภูทับเบิกก็คือยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์นั่นเอง โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดชมวิวและชมทะเลหมอกที่สวยงาม เขาค้อ – ภูทับเบิกเป็นสถานที่ที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวสายเดียวกันและได้รับการขนานนามว่าเป็นเส้นทางชมวิวและชมทะเลหมอกที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ใครมาเพื่อชมทะเลหมอก ขอบอกเลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีจุดชมทะเลหมอกให้ได้ฟินกันตลอดทาง

เขาค้อ-–-ภูทับเบิก-3

ภาพจาก : iStockPhoto

วันที่ 1

จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ– พระตำหนักเขาค้อ – ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) – วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ทริปนี้เราจะเริ่มต้นกันแต่เช้าตรู่ สำหรับคนที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เราแนะนำให้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันตั้งแต่ตี 4 ตื่นเช้าหน่อยเพื่อจะได้เก็บที่เที่ยวเขาค้อ – ภูทับเบิกให้ครบ ไปถึงอำเภอวิเชียรบุรีประมาณ 7 โมงเช้าก็แวะจิบกาแฟ ทานไก่ย่างวิเชียรบุรี อาหารขึ้นชื่อของอำเภอนี้เป็นอาหารเช้ากันก่อน จะเจ้าไหนก็รับรองว่าอร่อยแบบต้นตำรับเหมือนๆ กัน พักทานข้าวยืดเส้นยืดสายกันแล้วก็ออกเดินทางต่อไปที่ตัวเมืองเพชรบูรณ์

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-1

ภาพจาก : iStockPhoto

จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ให้ขับรถตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกนางั่วแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2258 ขับตรงขึ้นไปผ่านสี่แยกรื่นฤดีแล้วให้สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะซึ่งเป็นพิกัดแรกในทริปของเรา จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะเป็นหนึ่งในจุดชมวิวและทะเลหมอกที่สวยที่สุดบนเขาค้อ จากที่นี่จะมองเห็นวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนที่สวยงามโดยมีเขาปู่เขาย่า ภูเขาที่มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิเป็นไฮไลท์ เริ่มเก็บภาพบรรยากาศความสวยงามของเขาค้อกันที่นี่ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มอิ่ม ชมหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่งตัดกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้า ชาร์จพลังสำหรับการท่องเที่ยวในจุดต่อๆ ไป จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะมีค่าบำรุงสถานที่ 10 บาทต่อคน

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-2
1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-3
ภาพจาก : iStockPhoto

จากจุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะให้ย้อนกลับมาทางเดิม สังเกตทางขวามือจะมีป้ายบอกทางไปพระตำหนักเขาค้อ พิกัดที่ 2 ในทริปของเรา พระตำหนักเขาค้อเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาดเช็กอินในทริปเขาค้อ – ภูทับเบิก ที่นี่เป็นพระตำหนักของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งอยู่บนเนินเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,100 เมตร ไฮไลท์ของที่นี่คือสวนหย่อมและแปลงดอกไม้รูปทรงกลมบริเวณด้านหน้าพระตำหนัก มีดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใสให้ถ่ายรูปมากมาย โดยมีฉากหลังเป็นทิวสนป่าเรียงรายกันไปตามไหล่เขา สวยงามเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปสมฉายาสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยของเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 06.00 – 18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่มีกฎว่าต้องแต่งกายสุภาพ ไม่สวมรองเท้าแตะ ไม่ใส่เสื้อแขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้นเพราะเป็นเขตพระราชฐาน

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-4
1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-5
ภาพจาก : www.youtube.com , www.tourismthailand.org

จากพระตำหนักเขาค้อ ขับรถกลับไปตามทางเดิมจนถึงสี่แยกรื่นฤดีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 สังเกตทางซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าฐานอิทธิหรือพิพิธภัณฑ์อาวุธ ฐานอิทธิเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวและชมทะเลหมอกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของเขาค้ออีกด้วย ในอดีตเขาค้อเคยได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งคอมมิวนิสต์ เป็นเขตอันตรายที่เต็มไปด้วยการสู้รบระหว่างรัฐบาลและคอมมิวนิสต์ในช่วงปี พ.ศ.2511 จนยุติสิ้นเชิงโดยรัฐบาลไทยเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในปี พ.ศ.2525 ฐานอิทธิแห่งนี้เคยเป็นฐานยิงปืนใหญ่สนับสนุนการสู้รบและเป็นฐานสำคัญในการเข้ายึดพื้นที่เพื่อเอาชนะกลุ่มคอมมิวนิสต์ ในปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธที่ใช้ในการสู้รบสมัยนั้นจัดแสดงอยู่มากมาย เช่น เครื่องบินขับไล่ F5 รถสายพานลำเลียงพล รถถัง และปืนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารนิทรรศการประวัติความเป็นมาและสรุปเหตุการณ์สมรภูมิรบที่เขาค้อ รวมถึงการจัดแสดงอุปกรณ์ เครื่องใช้ และอาวุธของกลุ่มคอมมิวนิสต์ให้ได้ชมอีกด้วย ฐานอิทธิหรือพิพิธภัณฑ์อาวุธเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 07.00 – 17.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-6

ภาพจาก : www.phetchabun.org

จากฐานอิทธิขับรถตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 2196 แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกแคมป์สนก่อนชิดซ้าย สังเกตป้ายบอกทางเข้าวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วทางซ้ายมือ พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายในวันแรกของทริปนี้ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สวยงามทั้งจากตัวสถาปัตยกรรมภายในวัดและวิวรอบด้าน ตัววัดล้อมรอบด้วยทิวเขาเรียงรายและทะเลหมอก ภายในวัดมีสถานที่สำคัญที่สวยงามและน่าสนใจอยู่มากมาย เช่น เจดีย์พระธาตุผาแก้วตกแต่งด้วยถ้วยกระเบื้องและหินสีต่างๆ ดูสวยงามและมีสีสัน อุโบสถพระพุทธเจ้า 5 องค์ อุโบสถสีขาวบริสุทธิ์ที่มีด้านบนเป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่สร้างซ้อนกันลงมา 5 องค์ ศาลาพระหยกเขียว ศาลาปฏิบัติธรรมรูปทรงจัตุรัส ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่มองเห็นวิวเทือกเขาเขียวชอุ่มโดยรอบ นอกจากเป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญแล้ว วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วยังมีจุดชมวิวและทะเลหมอกมุมสูงที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนๆ ในเขาค้อ – ภูทับเบิกอีกด้วย ที่นี่เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.30 – 16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่มีกฎว่าต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง เสื้อแขนกุด เอวลอย กางเกงหรือ กระโปรงสั้น และต้องรักษาความสงบ แสดงกิริยาให้เหมาะสมเพื่อเป็นการเคารพสถานที่

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-7

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-8
1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-9
ภาพจาก : iStockPhoto

จบโปรแกรมวันแรกแล้วก็เช็คอินเข้าที่พักกันเลย ที่พักในทริปนี้เป็นที่พักสวยๆ ในแคมป์สน ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเพียง 500 เมตรเท่านั้น เป็นรีสอร์ทสไตล์เก๋ชื่อคีรีปุระรีสอร์ท ตัวห้องพักเป็นเคบินยกสูงรูปร่างแปลกตา มีระเบียงขนาดใหญ่บวกกิมมิคคือโซนพักผ่อนที่ขึงด้วยตาข่ายให้ได้นอนเล่นชิลๆ ชมวิวและทะเลหมอกกันแบบเต็มอิ่มอีกด้วย ภายในห้องพักตกแต่งสวยงาม เน้นโทนสีขาว สีพาสเทล และเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบแคมป์ปิ้ง ทางคีรีปุระรีสอร์ทก็มีเต็นท์ไว้บริการด้วย บอกเลยว่าที่นี่เป็นที่พักที่เปิดประตูเปิดเต็นท์ออกมาก็จะได้เห็นทะเลหมอกและวิวหลักล้านอย่างแน่นอน

1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-10
1.จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ-11

ภาพจาก : iStockPhoto

วันที่ 2

ภูทับเบิก – อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

เริ่มต้นโปรแกรมวันนี้ด้วยการตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 แล้วออกเดินทางขึ้นภูทับเบิก จุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ อีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกในยามเช้า จากคีรีปุระรีสอร์ทให้ขับย้อนขึ้นไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2372 สังเกตุป้ายบอกทางไปภูทับเบิกทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2331 แล้วขับตามป้ายขึ้นไป หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของภูทับเบิกเรื่องไร่กะหล่ำปลีขนาดใหญ่ แต่ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้จากไร่กะหล่ำปลีจะเปลี่ยนเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และดอกนางพญาเสือโคร่งแทน ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้กัน อยู่ชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่นี่พร้อมกับชมวิถีชีวิตชาวม้ง ชาวบ้านกลุ่มหลักในภูทับเบิก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ และสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มที่แล้วก็ออกเดินทางไปพิกัดต่อไปของวัน

2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-3

2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-1
2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-2
ภาพจาก : iStockPhoto

จากภูทับเบิกขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 2331 จะเห็นป้ายบอกทางขึ้นอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอยู่ทางขวามือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการสู้รบระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ ภายในอุทยานจึงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์คู่กับธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า คือ พิพิธภัณฑ์การสู้รบในสมัยเป็นสมรภูมิต่อสู้ สุสาน ทปท. สถานที่ฝังศพของนักรบกองทัพปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) ลานหินปุ่ม ลานหินริมหน้าผาที่มีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปมขนาดไล่เลี่ยกัน ที่เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินกลายเป็นภูมิประเทศที่สวยงามแปลกตา และผาชูธง หน้าผาสูงชันที่สามารถมองเห็นวิวเทือกเขารอบด้านได้อย่างสวยงาม ในอดีตกลุ่มคอมมิวนิสต์เคยใช้เป็นที่ชูธงแดงรูปฆ้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะ ในปัจจุบันมีธงชาติไทยตั้งอยู่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-4
2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-5
ภาพจาก : iStockPhoto

ก่อนออกจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าประมาณ 400 เมตรให้สังเกตทางฝั่งขวามือจะมีป้ายบอกทางขึ้นไปจุดชมวิวภูแผงม้า จุดชมวิวที่สูงที่สุดของภูหินร่องกล้า โดยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,775 เมตร ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกและทิวทัศน์ของภูทับเบิกที่สวยงามแบบห้ามพลาดเลยทีเดียว

2.อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า-6

ภาพจาก : www.khaokho.com

กลับไปพักผ่อนหย่อนใจชมวิวในที่พักแล้วก็เริ่มออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันได้ ตลอดเส้นทางของทางหลวงหมายเลข 12 จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ตั้งอยู่ในจุดชมวิวหลายร้าน แวะทานข้าวจิบเครื่องดื่มและชมวิวสวยๆ ส่งท้ายทริปกันอีกสักหน่อย แค่นี้ก็ได้ชาร์จพลังกลับไปลุยงานต่อกันได้ชิลๆ แล้ว มาเที่ยวที่เขาค้อ – ภูทับเบิกนอกจากจะได้ชมทะเลหมอกแล้วยังได้เที่ยวธรรมชาติสวยๆ เข้าวัดทำบุญ ชมสถาปัตยกรรมที่งดงาม และได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์จากสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวแบบนี้ ถ้าไม่วางทริปเขาค้อ – ภูทับเบิกไว้เป็นทริปต่อไปคงจะเสียดายแย่

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?