กัมพูชา ประเทศแห่งมรดกโลกอย่างนครวัด เพื่อนบ้านที่เรายังไม่เคยได้ไปเยี่ยมเยือนเลยสักครั้ง ทริป “Low Cost – Cambodia” จึงได้เริ่มต้นขึ้น ไปดูกันว่าทริปที่ใช้เงินไป 7,300 บาท (ไม่รวมค่าอาหารและช้อปปิ้ง) จะได้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวใดในกัมพูชาบ้าง

นครวัด กัมพูชา 5 วัน


วันที่ 1

ด่านปอยเปต

ด่านปอยเปต. credit: Getty Images

เราเดินทางโดยรถบัสจากสวนลุมพินีไปลงที่ตลาดโรงเกลือผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านปอยเปต (ไม่ต้องขอวีซ่าแต่อย่าลืมหนังสือเดินทาง) ค่ารถคนละ 200 บาท เมื่อผ่านด่านเข้ามาแล้วก็จ้างแท็กซี่ที่จอดรถอยู่บริเวณด่าน ต่อรองราคาแล้วไม่ควรเกิน 100,000 เรียล (ประมาณ 1,000 บาท) ไปถึงเสียมราฐใช้เวลา 2 ชั่วโมง เราเลือกพักที่ Soria Moria Boutique Hotel ใกล้กับผับสตรีทในราคาคืนละ 1,000 บาท หลังจากเช็กอินและล้างหน้าล้างตา เราเหมารถตุ๊กตุ๊กให้พาเที่ยวทั่วเมืองเสียมราฐตลอด 4 วัน ราคาแล้วแต่ความสามารถในการต่อ แต่เราได้มาในราคา 800 บาท/คน/4วัน จากนั้นตุ๊กตุ๊กก็พาพวกเราไปซื้อตั๋วเข้าชมนครวัด โดยตั๋ว 1 ใบราคา 20 ดอลลาร์ สามารถใช้เข้าชมทั่วทั้งนครวัดในเย็นวันที่ซื้อและวันถัดมาตลอดทั้งวัน เย็นวันนี้ เราอยู่รอชมพระอาทิตย์ตกดินกันที่นครวัดก่อนที่จะนั่งรถกลับมากินมื้อเย็นแถวที่พัก


วันที่ 2

นครวัด กัมพูชา

Credit: Photo by kolibri5/Pixabay

ตุ๊กตุ๊กมารับเราตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปให้ทันชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นครวัดตอนตีห้าครึ่ง ซึ่งเป็น A Must ของทริปนี้ ตามวลีคลาสสิก “See Angkor Wat and die”  พวกเรารีบมาจับจองพื้นที่ตรงสระน้ำหน้านครวัดเพื่อถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งจะเห็นเงาของปราสาทสะท้อนในสระน้ำเป็นรูปสมมาตร  จากนั้นก็ตระเวนเที่ยวตามจุดสำคัญๆ อย่าง ปราสาทบายน ลานช้าง ปราสาทตาพรม จนถึงเย็น

นครวัด
กัมพูชา
Credit: Pixabay

คู่มือท่องเที่ยวปราสาทบายน

คู่มือท่องเที่ยวปราสาทตาพรหม


วันที่ 3

Pub Street

Pub Street. credit: Photo by Alan Wat/CC BY 2.0

วันนี้เราพักผ่อนตามอัธยาศัยหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาตลอด 2 วัน เริ่มด้วยการเดินซื้อของฝากแถวๆ ผับสตรีทซึ่งมีร้านขายของพื้นเมืองและร้านอาหารมากมาย ของบางอย่างที่นี่ก็เหมือนกันกับของที่วางขายในถนนข้าวสารแต่ราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง จากนั้นช่วงบ่ายจึงไปผ่อนคลายด้วยการนวดซึ่งมีร้านให้เลือกมากมายหลายราคาตั้งแต่ 90-1,500 บาทต่อชั่วโมง คืนนี้เราตั้งใจออกไปท่องราตรีที่ผับสตรีทซึ่งเริ่มคึกคักตั้งแต่หัวค่ำจนถึงประมาณตี 1 แม้จะชื่อว่าผับสตรีท แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีคลับเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านแนวนั่งดื่มกินสบายๆ แต่เราได้ข้อมูลจากคนท้องถิ่นว่าคลับยอดนิยมของที่นี่คือ Angkor What? ซึ่งบรรยากาศคึกคักของร้านนี้ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง


วันที่ 4

Angkor National Museum

พิพิธภัณฑ์ Angkor National Museum. credit: Photo by e_chaya/CC BY 2.0

วันนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินชมพิพิธภัณฑ์กันบ้าง พิพิธภัณฑ์สองแห่งที่เราคิดว่าควรค่าแก่การเยี่ยมชมคือ The Cambodia Landmine Museum (ค่าเข้า 5 ดอลลาร์) ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวระเบิดในกัมพูชาและชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบ อีกแห่งคือ The Angkor National Museum (ค่าเข้า 12 ดอลลาร์) สุดอลังการซึ่งให้ความรู้เจาะลึกเกี่ยวกับนครวัด คุณจะได้เห็นสถาปัตยกรรมและศิลปะเขมร ตลอดจนสิ่งของที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เรียกว่าเดินทั้งวันยังไม่ทั่ว จากนั้นเรากลับมากินมื้อเย็นแถวที่พักและเข้านอนเอาแรงเพื่อเดินทางกลับพรุ่งนี้


วันที่ 5

เช้าวันสุดท้าย เราจัดการเก็บกระเป๋าแล้วเรียกแท็กซี่กลับไปที่ด่านปอยเปต ก่อนจะขึ้นรถบัสสายเดิมเข้ากรุงเทพกัน

สรุปทริปนี้เราหมดเงินไป 7,300 บาท (ไม่รวมค่าอาหารและช้อปปิ้ง) ราคานี้สำหรับนักเดินทางลุยเดี่ยว แต่ถ้าไปกับเพื่อน หารกันก็จะประหยัดค่ารถและค่าที่พักไปได้อีกเยอะ


เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ

  •  ควรเรียกแท็กซี่บริเวณด่านและต่อราคาสุดความสามารถ ไม่ควรเดินออกมาไกลเกินไป เพราะราคาจะแพงขึ้นเรื่อยๆ
  •  ถ้าอยากถ่ายรูปพระอาทิตยขึ้นในตำนานหน้าสระนครวัด ต้องไปถึงแต่เช้ามืดไม่เกินตีห้าครึ่ง
  •  ที่นี่รับทั้งเงินบาทและดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ถ้าอยากแลกเงินเรียล ก็สามารถแลกได้ทั้งที่ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ร้านโทรศัพท์
  •  อย่าลืมต่อราคาเวลาซื้อของฝากเช่นกัน ไม่ต้องเหนียมอาย

ดูราคาโรงแรมในนครวัด

ค้นหาตั๋วเครื่องบินไปเสียมเรียบ

คู่มือท่องเที่ยวนครวัด