เอ็กซ์พีเดียขอเอาใจคนงบน้อยแต่ใจรักการท่องเที่ยว ด้วยการอาสาเป็นไกด์แนะนำประเทศน่าเที่ยวที่ราคาตั๋วเครื่องบินไป – กลับไม่เกิน 20,000 บาท และเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก เพื่อนๆ จะได้ใช้เป็นตัวเลือกในการจัดทริปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดกัน รับรองว่างานนี้ได้เที่ยวสมใจ ได้รับประสบการณ์ใหม่ แถมยังได้ประหยัดเงินอีกด้วย

รวมประเทศน่าเที่ยวที่ไม่ต้องขอวีซ่า


1

ประเทศพม่า (Myanmar)

1.Myanmar-1.jpg

1.Myanmar-2.jpg
1.Myanmar-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

“พม่า” ประเทศเพื่อนบ้านที่แค่ข้ามแม่น้ำโขงไปก็ถึงแล้ว อีกทั้งเป็นประเทศน่าเที่ยวที่ไม่ต้องขอวีซ่า มีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เรามักจะได้เห็นชาวพม่าแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ประแป้งทานาคา เป็นภาพที่น่าเอ็นดู แต่ละเมืองของพม่าก็มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างสไตล์ให้ได้ไปชมกัน ทั้งวัด ทะเล สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ อาทิ
• เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เป็นมหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า สูง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต หุ้มด้วยทองคำหนัก 1,100 กิโลกรัม ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ด้านบนยอดเจดีย์ประดับเพชรจำนวน 5,448 เม็ด และเป็นพระธาตุประจำปีของผู้ที่เกิดปีมะเมียด้วย โดยเราสามารถไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดของตัวเอง และขอพรบริเวณลานอธิษฐานกันได้
• พระธาตุอินทร์แขวน (Kyaiktiyo Pagoda) หรือเรียกอีกชื่อว่าพระธาตุไจที่โย่ เป็นหินรูปหัวฤาษีสีทองขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 7.3 เมตร ตั้งหมิ่นเหม่ริมผาคล้ายจะตกลงมาแต่ก็ยังคงตัวอยู่ได้ ภายในบรรจุพระเกศาเอาไว้ เชื่อกันว่าพระอินทร์เป็นผู้ช่วยจัดวางพระธาตุแห่งนี้ ภายในยังประดิษฐานเทพทันใจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปขอพรมากที่สุดเมื่อมาเยือนพม่า
• สะพานอูเบ็ง (U Bein Bridge) สะพานไม้สักเก่าแก่ที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ มีอายุกว่า 200 ปี มีระยะทางยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร รวมไปถึงเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย สะพานอูเบ็งสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมสองฝั่งของทะเลสาบตองตะมาน เป็นอีกจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากเลยทีเดียว

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


2

ประเทศลาว (Laos)

2.Laos-1.jpg

2.Laos-2.jpg
2.Laos-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

“ลาว” ประเทศน่าเที่ยวซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอีกฝั่งแม่น้ำโขง อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมอันทรงเสน่ห์ ใช้เวลาเดินทางจากประเทศไทยเพียง 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้น และเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าก็สามารถเดินทางมาได้ หากเพื่อนๆ เป็นคนรักธรรมชาติ ชอบสถาปัตยกรรมเก่าๆ และหลงรักในความเรียง่ายจะต้องตกหลุมรักประเทศลาวอย่างแน่นอน สำหรับที่เที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
• ประตูชัย (Patuxay Monument) สร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรชนที่ร่วมรบในการประกาศเอกราชกับฝรั่งเศส มีลักษณะคล้ายประตูชัยของประเทศฝรั่งเศส ตกแต่งแบบศิลปะล้านช้าง โดยรอบมีน้ำพุและดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ควรค่าแก่การไปเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ กัน
• พระธาตุหลวง (Pha That Luang) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือพระเจดีย์โลกะจุฬามณี เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของประเทศลาว สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเวียงจันทน์ ภายในพระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยในตอนกลางวันที่พระอาทิตย์สาดส่องลงมา พระธาตุหลวงจะเปล่งแสงทองอร่ามไปทั่ว เกิดเป็นภาพที่งดงาม ควรค่าแก่การมาชมสักครั้งในชีวิต
• สี่พันดอน (Si Phan Don) หมู่เกาะที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขงทางตอนใต้ของประเทศลาว ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ จำนวนกว่า 4,000 เกาะ แต่ละเกาะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มีไฮไลท์เด็ดคือ “น้ำตกหลี่ผี” ซึ่งมีลักษณะเป็นแก่งหินสีดำวางตัวขวางลำน้ำโขง เกิดเป็นน้ำตกที่ให้ละอองสีขาวฟุ้งกระจายเป็นภาพที่สวยงาม
• บลูลากูน (Blue Lagoon) เป็นบ่อน้ำที่ผุดจากชั้นหินไหลผ่านดินและหินขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อรวมกับแร่ธรรมชาติจึงเกิดเป็นน้ำสีฟ้าใสเหมือนคริสตัล มองเห็นพื้นใต้น้ำอย่างชัดเจน นอกจากเพื่อนๆ สามารถลงไปเล่นน้ำได้แล้ว ยังมีแพไผ่ บริการเช่าห่วงยางและชิงช้าไว้ให้กระโดดลงไปเล่นน้ำด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


3

ประเทศเวียดนาม (Vietnam)

3.Vietnam-1.jpg

3.Vietnam-2.jpg
3.Vietnam-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

อีกประเทศน่าเที่ยวใกล้ไทยที่ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมง เป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับก็ไม่เกิน 20,000 บาท นั่นก็คือประเทศเวียดนาม เพื่อนๆ สามารถเลือกได้เลยว่าจะเที่ยวธรรมชาติสวยงาม จะไปสัมผัสกับเมืองเก่า หรือไปชมสถาปัตยกรรมสุดอลังการที่เวียดนามก็มีให้เที่ยวครบ ไม่ว่าจะเป็น
• บาน่าฮิลล์ เมืองดานัง (Bana Hill, Danang) เมืองบนเขาที่ต้องเดินทางขึ้นไปด้วยเคเบิ้ลคาร์ แต่รับรองว่าคุ้มค่าการเดินทางแน่นอน ด้านบนจะให้บรรยากาศเหมือนอยู่ยุโรป มีหมู่บ้านฝรั่งเศสที่ตกแต่งอย่างอลังการเหมือนอยู่ในประเทศฝรั่งเศสจริงๆ แถมยังมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ให้ได้ไปถ่ายรูปคู่สวยๆ รวมไปถึงสะพานโกลเด้น (Golden Bridge) หรือสะพานบนมือยักษ์ ที่ใครๆ ก็ต้องไปถ่ายรูปกัน ไม่อย่างนั้นจะเหมือนมาไม่ถึงเวียดนาม
• The Cafe Apartment นครโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh City) เป็นอพาร์ตเมนต์เก่าที่ถูกนำมาดัดแปลงให้เป็นศูนย์อาหาร มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมไปถึงร้านค้าอื่นๆ มีทั้งหมด 9 ชั้น ที่นี่เหมาะกับเพื่อนๆ ชาวฮิปส์เตอร์เป็นอย่างมาก บรรยากาศสวยทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งในตอนกลางคืนที่ตึกแห่งนี้จะประดับไฟอย่างสวยงามทีเดียว
• ฮาลองเบย์ เมืองไฮฟอง (Ha Long Bay, Hai Phong) อ่าวที่เต็มไปด้วยกลุ่มเกาะหินปูนน้อยใหญ่กว่า 1,969 เกาะ ที่เรียงรายกันบนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางกิโลเมตร ยังคงความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อมาถึงที่นี่แล้วแน่นอนว่าต้องห้ามพลาดการล่องเรือชมฮาลองเบย์ รับรองเลยว่าเพื่อนๆ จะได้เต็มอิ่มกับความสวยงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์อย่างแน่นอน
• ซาปา (Sa Pa) ตั้งอยู่ในจังหวัดลาวไก ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งเวียดนาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของเวียดนามเหนือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ล้อมรอบด้วยด้วยภูเขาสูง มีอากาศเย็นสบายตลอดปี และมีหิมะตกในหน้าหนาวช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมกราคมอีกด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


4

เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย (Bali, Indonesia)

4.Bali-Indonesia-1.jpg

4.Bali-Indonesia-2.jpg
4.Bali-Indonesia-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

หากเพื่อนๆ อยากสัมผัสกับท้องทะเลอันสวยงามและศาสนาฮินดูอันเป็นเอกลักษณ์ เกาะบาหลีแห่งประเทศอินโดนีเซีย คือหนึ่งในประเทศน่าเที่ยวที่ไม่ต้องขอวีซ่าและค่าตั๋วเครื่องบินไม่เกิน 20,000 บาทด้วย เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอให้เราได้ไปสัมผัสเพียบ เช่น
• วัดกระจก (Lempuyang Temple) แลนด์มาร์กสำคัญที่ไม่ว่าใครมาบาหลีก็ต้องมาถ่ายรูปคู่กับประตูวัดยักษ์หรือประตูสวรรค์ (The gateway to heaven) นั่นเอง ภาพที่เห็นเป็นเงาสะท้อนน้ำนั้น จริงๆ แล้วมีเจ้าหน้าที่นำกระจกมาประกอบการถ่ายรูปให้กลายเป็นภาพเงาของน้ำนั่นเอง และหากมองผ่านประตูนี้ไปเพื่อนๆ ก็จะเห็นภูเขาไฟอากุง (Agung)อยู่ตรงกลางด้วย
• วัดอูลูวาตู (Uluwatu Temple) นอกจากเราจะได้มาไหว้พระแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีทัศนียภาพที่งดงาม เพราะตั้งอยู่บนไหล่เขาริมท้องทะเลและมีจุดชมวิวที่เรียกว่า Karang Boma Uluwatu เหมาะกับการไปนั่งชิลชมวิวทะเลทีไกลสุดลูกหูลูกตา หรือจะเก็บภาพตอนพระอาทิตย์ตกก็บอกเลยว่าสวยมาก
• ตลาดอูบุด (Pasar Ubud) ตลาดที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรร จะหาอาหาร ขนม ของกินเล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือกระทั่งงานศิลปะ ของแต่งบ้านก็มีให้เลือกช้อปได้อย่างจุใจ เหมาะกับการมาซื้อของที่ระลึกกลับไปฝากคนทางบ้านเป็นอย่างยิ่ง
• เกาะนูซาเปอนีดา (Nusa Penida) สวรรค์ของนักดำน้ำแถมยังมีที่พักให้ติดทะเลให้เลือกเพียบ สำหรับจุดดำน้ำยอดนิยม เช่น Manta Bay, Wall Point, GT Point และ Gamat Bay ส่วนใครที่อยากจะถ่ายภาพสวยๆ ต้องไปบริเวณ Kelingking Beach หรือ “เกาะไดโนเสาร์” ซึ่งเป็นหน้าผาริมทะเลรูปคล้ายไดโนเสาร์ที่เวลาถ่ายรูปจากข้างบนลงไปจะเห็นเป็นเหมือนหลังไดโนเสาร์นั่นเอง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม


4

มัลดีฟส์ (Maldives)

5.Maldives-1.jpg

5.Maldives-2.jpg
5.Maldives-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

“มัลดีฟส์” ประเทศน่าเที่ยวที่เป็นดินแดนในฝันของสาวๆ หลายคน และเป็นเกาะสวรรค์ของผู้หลงใหลการดำน้ำอย่างแท้จริง ที่สำคัญเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย สำหรับค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ บินตรงจากประเทศไทยก็ราคาไม่เกิน 20,000 บาท ไปถึงแล้วก็มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมายตั้งแต่นอนอาบแดดชิลๆ นอนดูปลาโลมาอยู่ในห้องพักส่วนตัว เดินชมหมู่บ้านบนเกาะก็เป็นอีกกิจกรรมที่หลายคนทำกัน หรือจะพายเรือแคนู เล่นเรือใบ วินเซิร์ฟ กระดานโต้คลื่น ดำน้ำชมปลากระเบนแมนตา ก็มีให้เลือกเพียบ สำหรับที่พักก็มีให้เลือกแบบประหยัดแบบนอนบนเกาะ เกสท์เฮาส์ แบบนี้ก็ประหยัดงบไปได้เยอะ หรือเขยิบขึ้นมาอีกหน่อยก็เป็นที่พักริมชายหาด เดินออกมาจากห้องก็เจอหาดเลย แต่ถ้าหากอยากฟินให้สุด ให้โลกรู้ไปเลยว่ามาถึงมัลดีฟส์แล้วก็ต้องพักแบบรีสอร์ทกลางทะเลไปเลย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


6

ประเทศตุรกี (Turkey)

6.Turkey-1.jpg

6.Turkey-2.jpg
6.Turkey-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

นึกถึงบอลลูนนึกถึงตุรกี แต่เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่นั้น เพราะตุรกียังเป็นประเทศน่าเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ รอให้เพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวชมอีกเพียบ ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ – ตุรกีก็ราคาไม่ถึง 20,000 บาท และเป็นประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่าด้วย สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น
• ปามุคคาเล (Pamukkale) หรือแปลเป็นภาษาไทยคือปราสาทปุยฝ้าย เป็นน้ำตกเนินหินปูนสีขาวโพลน นวลสะอาดตาเกิดจากธารน้ำใต้ดินที่อุดมสมบูรณ์ วางตัวลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติทั้งสิ้น มีน้ำสีฟ้าสวยอยู่เป็นแอ่งตรงกลางไหลลงมาตามเนินสีขาว เมื่อน้ำสีฟ้าใสนี้สะท้อนกับแสงแดดก็จะก่อให้เกิดภาพสวยๆ ที่เพื่อนๆ จะรู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยายเลยทีเดียว
• โรงละครกรีกโบราณ (Hierapolis Theatre) โรงละครกลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่ในอดีตใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขันและจัดงานเทศกาลสำคัญต่างๆ จุคนได้มากถึง 12,000 คน ตั้งอยู่บนยอดเขาของปามุคคาเล่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 หรือราว 2,200 ปีก่อน ยังคงมีสภาพหลายๆ ส่วนค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับโบราณสถานอื่นๆ ในตุรกี จึงกลายเป็นที่เที่ยวสำคัญของตุรกีนั่นเอง
• สุเหร่าโซเฟีย, อิสตันบูล (Hagia Sophia, Istanbul) เมื่อก่อนเคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์ นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่า แต่ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกยกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง มีโดมขนาดใหญ่คตั้งอยู่ตรงกลาง เป็นโดมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เพื่อนๆ ต้องไปเยือนหากไปถึงตุรกี
• เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ไฮไลท์ของเมืองนี้ก็คือการมาขึ้นบอลลูนยักษ์ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการมาเที่ยวตุรกี เมื่อขึ้นบอลลูนไปชมวิวเมืองนี้ เพื่อนๆ จะได้เห็นทัศนียภาพที่แปลกตาของเมืองคัปปาโดเกีย ที่เต็มไปด้วยแท่งหินปูนรูปกรวย,กระโจม,โดม, ปล่องไฟหรือเห็ด แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคน ซึ่งแท่งหินเหล่านี้เกิดจากการระบิดของภูเขาไฟเมื่อ 3 ล้านปีก่อน กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง จนเมืองนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” นั่นเอง

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
เดือนพฤษภาคม – เดือนมิถุนายน และเดือนตุลาคม