โชคดีตื่นเช้ามาอากาศค่อนข้างนิ่ง แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะอากาศที่นี่เปลี่ยนทุกๆ 5 นาที พอเช็คว่าเส้นทางใกล้ๆเริ่มออกไปได้ เราก็เดินทางไปมุมยอดฮิตของ Kirkjufell ตอนแรกก็หาทางเข้าไม่เจอ เพราะหิมะปกคลุมพื้นจนดูไม่ออกว่าทางเดินอยู่ตรงไหนแล้วตรงไหนคือธารน้ำตก แต่พอเห็นตากล้องยืนอยู่รอบๆน้ำตกก็เลยหารอยเท้าแล้วเดินตามไป

Kirkjufell

Kirkjufell, Iceland

Kirkjufell, Iceland

Kirkjufell, Iceland

เสียดายที่ไม่มีใครกล้าข้ามไปถ่ายมุมยอดนิยมที่อยู่ด้านบนของน้ำตก เพราะพื้นลื่นมาก แถมน้ำแข็งอาจจะเปราะแล้วแตกทำให้หล่นลงมาได้ เราได้ยินอย่างนี้มีหรอจะกล้า เราก็เลยยืนถ่ายจุดเดียวกับพวกตากล้องคนอื่นๆ ถึงแม้ฟ้าจะปิดแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยเนอะ ถ่ายรูปเสร็จวันนี้ก็มีภารกิจอันใหญ่หลวงคือ การไล่เก็บรูปแถบ Golden Circle ซึ่งรวมถึง Geysir Gulfoss และ Thingvellir National Park อันหลังสุดนี่โดนหิมะปกคลุมจนดูไม่ออกเลยว่าอะไรคืออะไร ถ่ายรูปมายังงงเลย

Geysir Gulfoss

Geysir

Geysir

Geysir

เสร็จจาก 3 ที่นี้ก็ต้องบึ่งไป Blue Lagoon ไปถึงก็ใกล้จะปิดล่ะ แต่เค้าให้แช่ต่อได้ครึ่งชั่วโมง คนอื่นๆเลยเข้าไปแช่กัน เหลือแต่เราที่ขอเดินถ่ายรูปรอบๆ พนักงานห้องอาหารที่นี่ก็ใจดี พอถามว่าถ่ายรูปตรงไหนได้บ้าง ก็ชี้ให้ขึ้นไปที่หลังคาเลย ได้วิวดีจริงๆ

Blue Lagoon Iceland

Blue Lagoon Iceland

Blue Lagoon Iceland

เสร็จจากที่นี่เราก็ไปหาของกินอร่อยๆในเมือง Reykjavik การหาของกินตอน 4 ทุ่มไม่ง่ายเลย ร้านปิดเกือบหมดแล้ว โชคดีที่ได้เจอร้าน Tapas

Tapas Barinn

Tapas Barinn

อาหารอร่อยที่สุดของทริปนี้เลย แถมไม่แพงด้วย อยู่ใกล้ๆกับ Harpa จุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของ Reykjavik พอท้องอิ่มเราก็กะจะไปเก็บรูปในเมืองให้ครบเป็นการปิดท้ายก่อนเดินทางกลับพรุ่งนี้ ระหว่างที่ถ่ายรูปที่ Harpa ก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่คนไทยอีกกลุ่มนึงว่ามีแสงเหนือขึ้นมาตรง lighthouse ใน Keflavik ใกล้ๆที่พักของเราเลย แต่จุดนั้นห่างจากที่เราอยู่ไป 50 กม. แต่ถึงกระนั้นเอง เราก็พยายามบึ่งไปให้เร็วที่สุด แต่ผ่านไปแค่ 10 กว่านาที พี่เค้าก็โทรมาบอกว่าหายไปแล้ว… เสียใจสุดซึ้ง นึกว่าจะได้ปิดท้ายอย่างสวยงามก่อนกลับด้วยแสงเหนืออีกชุด แต่ก็ไม่เป็นไร พวกเราก็ได้แต่ปลอบตัวเองแล้วก็กลับที่พัก Hotel Keflavik ที่จองผ่าน Expedia เช่นเคย ห้องพักที่นี่ถือว่านอนสบายมาก เตียงนุ่ม ห้องสะอาด ทุกอย่างกำลังดี เสียแค่เรามีเวลานอนน้อยมาก เพราะพรุ่งนี้ต้อง check out แต่เช้ามืด เพื่อกลับบ้าน

Hotel Keflavic

ตอนเช้าก็รีบกินกันสุดฤทธิ์ แล้วบึ่งไปที่สนามบิน เนื่องจากของ Icelandair ไม่สามารถ check in ผ่าน website ได้ เลยต้องรีบไป แล้วเราก็ต้องไปทำเรื่อง claim สายการบิน เพราะกระเป๋าเดินทางขาดตอนที่มาถึง Iceland ด้วย นอกจากกระเป๋าจะขาดแล้ว รองเท้า trekking คู่ใจก็หมดอายุไขที่สนามบินด้วยพอดี

Icelandair

รองเท้า trekking

นับเป็นการจบทริปที่สมบูรณ์จริงๆ ตอนแรกนึกว่าจบเรื่องแล้ว แต่กว่าเครื่องจะออกได้ก็ delay ไปกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะหิมะตกค่อนข้างหนัก แต่ก็ถือว่าดีกว่า flight cancellation เหมือนที่เกิดขึ้นที่ Iceland 2 วันก่อนเรากลับ

Icelandair

Icelandair

Icelandair

ทริปนี้เป็นทริปที่มีหลายอย่างน่าจดจำมากมาย ไม่ว่าจะลุ้นระทึก หรือตื่นเต้นสุดตัว ก็ล้วนแต่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนที่รักการท่องเที่ยวคนหนึ่ง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับมาอีก ขอขอบคุณ Expedia มากๆ ที่เป็นส่วนสำคัญในการมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งนี้ค่ะ


ประสบการณ์ทั้งหมดของคุณโย #Expedia Take Me

แนะนำตัว – คุณโย ผู้โชคดีได้ไปไอซ์แลนด์ฟรีๆ

เตรียมตัว ขอวีซ่าไอซ์แลนด์

แวะเฮลซิงกิ ระหว่างทางไปล่าแสงเหนือ ฟิน!

Ice Cave Tour – ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์

ตามล่าหาแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

พายุหิมะในไอซ์แลนด์ หนาวเว่อร์!

ไอซ์แลนด์ตอนกลับบ้าน

วีดีโอไอซ์แลนด์ทริป คุณโย Expedia Take me

วีดีโอแสงเหนือโดยคุณโย Expedia Take me

คุณคัด ผู้โชคดีอีกท่านจาก Expedia Take Me ได้ไปมัลดีฟส์ฟรีๆ


ดูราคาโรงแรมเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

ตั๋วเครื่องบินไปเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

คู่มือท่องเที่ยวเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์