จากสนามบินที่ Finland ด้วยความที่ไม่มีเสื้อเปลี่ยน (แต่อาบน้ำนะ) พวกเราเลยเนียนไปลองน้ำหอมตรง Duty free กันจนหึ่งเลย หลังจากนั้นก็มานั่งรอเวลา boarding อย่างสงบๆ ห่างไกลผู้คน แล้วเดินทางต่อไปที่ Stockholm เพื่อไปต่อเครื่องไป Reykjavik (เมืองหลวงของ Iceland) วันนี้เหมือนรอต่อรถเมล์หลายสายเลย เรียกได้ว่าเป็นวันแห่งการเดินทาง

ที่ Stockholm เราได้มาเจอพี่อีก 2 คนที่เราขอร่วม join ทริป Iceland ด้วย ตอนแรกพี่ๆเค้าวางแผนจะไปกันเอง แต่พอเราได้ไป ก็เลยขอติดตามไปด้วย ยังไง 4 หัว ก็ย่อมดีกว่า 2 หัวเนอะ ตอนแรกก็มีลุ้นพี่ๆตกเครื่องที่ Stockholm เหมือนกัน เพราะรถไฟในเมืองดันเสียกะทันหัน เลยต้องนั่งรถแท็กซี่มา เอาซะพวกเราก็ลุ้นตัวโก่งไปด้วยเลย

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์ตอนที่เครื่องบินบินอยู่เหนือประเทศ Iceland แล้วมองลงมาเห็นแต่ความขาว ความเซ็งก็เริ่มคืบคลานเข้ามา เพราะจะถ่ายวิวสวยๆมันไม่ควรจะขาวขนาดนี้ แต่ก็ทำใจร่มๆไว้เพราะเราอาจจะไม่ได้มาทางนี้ก็ได้ (พยายามหลอกตัวเอง) พอลงมาจากเครื่องเริ่มตะลึงกว่าเดิม เพราะมองออกไปจากหน้าต่างสนามบิน เห็นลมพัดหิมะที่ตกอยู่เป็นเส้นๆ และน้ำที่พื้นกระจายอย่างเห็นได้ชัด โอววว แล้วเราจะยังไงกันล่ะนี่

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์พอเดินออกมาคนจากบริษัทรถก็ถือป้ายรอรับอยู่ด้านหน้า แปลกดี เพราะนึกว่าจะมี counter พวกเราแลกเงิน ISK เสร็จก็ไปรอเค้าเอารถมารับเพื่อไปสรุปสัญญา เงื่อนไข และค่าใช้จ่ายที่เหลือที่ต้องจ่ายกัน ระหว่างที่นั่งฟังอธิบายสัญญา และอธิบายเกี่ยวกับการขับรถใน Iceland ประมาณ 1 ชม.ตอนที่รถจอดอยู่ อากาศด้านนอกก็เปลี่ยนไปอย่างเร็วมาก ฝนตก แดดออก หิมะตก ลมแรงขนาดรถสั่น สลับไปมาทุก 5-10 นาที (ก่อนจะมาก็มีคนรีวิวว่าอากาศเปลี่ยนเร็วมาก แต่ไม่นึกว่าจะเปลี่ยนเร็วและแรงขนาดนี้) คนที่ส่งรถก็แนะนำว่าวันนี้ลมจะแรงมาก ไม่ควรขับรถออกไปไกลๆ เว้นแต่ว่าเราจะชินกับการขับรถในสภาพอากาศแบบนี้ และถนนอาจจะลื่นมาก นอกจากเบอร์ฉุกเฉิน 112 ที่ต้องจำขึ้นใจ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็โทรก่อนเลย เค้าก็แนะนำ 2 website ที่เราควรจะเช็คตลอดเวลา (แทบจะทุกๆ 5-10 นาที) ระหว่างเดินทาง (internet เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการเดินทางใน Iceland) คือ

  • http://en.vedur.is : เอาไว้เช็คพยากรณ์อากาศ ความแรงของลม บริเวณที่มีเมฆปกคลุม และโอกาสการเกิดแสงเหนือ และบริเวณที่อาจจะได้เห็น
  • http://www.vegagerdin.is/english/ : เอาไว้เช็คสภาพถนน ว่าเดินทางสะดวก / ถนนลื่น / มีน้ำแข็งปกคลุม / มีสิ่งกีดขวาง / ปิดถนน website นี้มีประโยชน์มากๆ และ update อย่างละเอียด real time

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์พอได้แยกกับคนส่งรถ เราก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะค่อยๆขยับออกไป แล้วถ้าลมแรงหรือไปต่อไม่ได้ จะหาที่พักแถวๆนั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นโอกาสเดียวที่เราจะได้ไปถ้ำน้ำแข็ง เพราะจองแล้วจ่ายเงินไปแล้ว วันอื่นคิวเต็ม หมดหวัง ดังนั้นเราไม่มีทางเลือกมาก นอกจากต้องเดินหน้าต่อไป

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

เรคยาวิก,ไอซ์แลนด์โชคดีที่พี่หัวหน้าแก๊งขับรถเทพมาก ระหว่างที่คนอื่นๆลุ้นกันจนหลับๆตื่นๆ พี่ก็พาเราไต่ไปเรื่อยๆไปจนถึงที่พักที่จองไว้ผ่าน Expedia จนได้ ระหว่างเดินทางไปเราก็โทรไปบอกก่อนว่ากลุ่มที่มาจากเมืองไทยจะไปถึงช้า คืนนี้เราพักที่ Icelandair Hotel Klaustur, Kirkjubaejarklaustur อยู่ห่างจากสนามบิน 200 กว่ากม.

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotelโรงแรมนี้ดู cozy น่ารักดี พอไปถึงเค้าก็ถามเลยว่ามาจากเมืองไทยใช่มั๊ย (สงสัยจะเป็นคนที่รับโทรศัพท์) โรงแรมดูดี แถมมีบริการ Northern light wake up call ด้วย พวกเราเลยรีบลงชื่อไว้ แต่ก็ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังซักกริ๊งเดียว เลยหลับสบายยาวๆ

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotelตอนเช้ากินข้าวเช้าที่โรงแรมเสร็จก็เช็คสภาพอากาศกับถนนกันต่อ

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotel

Klaustur Icelandair Hotelเช้านี้อากาศดูอึมครึม เลยโทรไปเช็คที่ Ice Cave Tour ก่อนว่ายังเข้าได้อยู่รึเปล่า (กลัวว่าจะเดินทางไปเกือบ 200 กม. เก้อ) เค้ายืนยันว่ายังมีอยู่ เราเลยต้องรีบออกเดินทางเพื่อไปให้ทันนัดเวลา 11 โมง กว่าจะไปถึงจุดนัดที่ Jokulsarlon Glacier Lagoon ก็ 10 โมงกว่า แต่ออกจากรถยากมากเพราะลมมันแรงมาก เกิดมาไม่เคยเจอแรงขนาดนี้ นึกถึงที่คนส่งรถเตือนเลยว่าต้องเปิดประตูรถทีละ 1 บานเท่านั้น แล้วใช้ 2 มือจับ เพราะลมที่นี่แรงขนาดประตูหักมาแล้ว และแล้วก็เกือบได้เจอกับตัว เพราะเปิดประตูเสร็จลมพัดจนประตูแทบปลิว ขนาดจับ 2 มือแล้วดึงสุดแรง ตัวยังจะปลิวตาม โชคดีที่เมย์ช่วยดึงจากในรถอีกแรง เลยปิดได้ แล้วกลับมาตั้งหลักกันใหม่ ในที่สุดพวกเราก็ออกไปนั่งรอตรงจุด service ได้ แล้วกินซุปร้อนๆอร่อยๆรอเวลา

ไกด์มาตรงเวลามาก แล้วก็รับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รอ 10 กว่าคนขึ้น 4 WD ล้อใหญ่ยักษ์เพื่อไปถ้ำน้ำแข็ง บนรถก็มีคนไทยอีกกลุ่มที่มา 3 คนด้วย

Ice cave tourถ้ำน้ำแข็งที่ไปเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุด ณ ตอนนั้น ชื่อ Crystal Ice Cave (ตามที่ไกด์บอก) พอเดินเข้าไปก็น่าตะลึงจริงๆ สวยมาก อลังการ

Ice cave tour

Ice cave tour

Ice cave tour

Ice cave tourเราใช้เวลาอยู่เกินชั่วโมง แล้วก็กลับมาที่ Jokulsarlon พอกลับมา ลมก็เริ่มสงบ เราเลยเดินดูตรง Glacier Lagoon ซักพัก แล้วไปที่ Hali ไปทานกลางวัน และเข้าที่พัก

พยากรณ์อากาศบอกค่อนข้างมีโอกาสสูงที่จะมีแสงเหนือทางฝั่งตะวันออกที่เราอยู่ ในอีก 2 วัน เราก็เลยวนเวียนอยู่แถวๆนี้ 2 วัน และวนเที่ยวไป-มาที่ Jokulsarlon Glacier Lagoon กับ Black Sand Beach ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน ที่เป็นหาดที่มีก้อนน้ำแข็งที่ละลายจากธารน้ำแข็งลอยมาเกยอยู่ที่ชายหาด วนไปวนมา 4-5 รอบในเวลา 2 วัน (ซึ่งสภาพก็ต่างกันไปทุกครั้งที่ไป น่าประหลาดมาก) แถมมีรอบนึงนึงเดินมโนว่าเล่น music VDO อยู่ริมหาดอยู่ดีๆก็มีคลื่นน้ำเย็นจัดซัดขึ้นมาโดยไม่คาดหวัง เล่นเอาซะเปียกไปครึ่งเข่า แถมเซตอนโดนคลื่นซัดจนเกือบล้ม น้ำขังในรองเท้าจนเท้าชาไปหมด ต้องรีบกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้อง โชคดีที่พี่คนนึงเอารองเท้ามา 2 คู่ แล้วเราใส่ 1 ใน 2 คู่นั้นได้พอดี เลยต้องขอยืมรองเท้าพี่เค้าชั่วคราว…กราบขอบพระคุณอย่างสูงจริงๆ

Black Sand Beach, Jokulsarlon

Black Sand Beach, Jokulsarlon

Black Sand Beach, Jokulsarlon

Black Sand Beach, Jokulsarlonหลังจากที่พวกเราขับรถเวียนอยู่แถว Jokulsarlon จนแทบจะหลับตาขับได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางต่อเพื่อตามร่องรอยของแสงเหนือไปทางตะวันออกสุดใกล้ๆ Hofn


ประสบการณ์ทั้งหมดของคุณโย #Expedia Take Me

แนะนำตัว – คุณโย ผู้โชคดีได้ไปไอซ์แลนด์ฟรีๆ
เตรียมตัว ขอวีซ่าไอซ์แลนด์
แวะเฮลซิงกิ ระหว่างทางไปล่าแสงเหนือ ฟิน!
Ice Cave Tour – ทัวร์ถ้ำน้ำแข็งที่ไอซ์แลนด์
ตามล่าหาแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์
พายุหิมะในไอซ์แลนด์ หนาวเว่อร์!
ไอซ์แลนด์ตอนกลับบ้าน
วีดีโอไอซ์แลนด์ทริป คุณโย Expedia Take me
วีดีโอแสงเหนือโดยคุณโย Expedia Take me

คุณคัด ผู้โชคดีอีกท่านจาก Expedia Take Me ได้ไปมัลดีฟส์ฟรีๆ


ดูราคาโรงแรมเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

ตั๋วเครื่องบินไปเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์

คู่มือท่องเที่ยวเรคยาวิก,ไอซ์แลนด์