วันหยุดเสาร์อาทิตย์ทั้งที หนีรถติดเมืองกรุงไปเดินเที่ยวและทานของอร่อยที่เขาใหญ่กันดีกว่า ถึงจะมีเวลาแค่หนึ่งวัน แต่ก็เที่ยวที่ดังๆ ได้หลายแห่งถ้าวางแผนให้ดี อย่างเส้นทางของเราในทริปนี้ เดินทางเป็นวงกลม ไม่ต้องขับรถวนไปมา แถมได้เที่ยว ถ่ายรูป และทำกิจกรรมได้หลากหลายอีกด้วยค่ะ

เที่ยวเขาใหญ่ 1 วัน แบบไปเช้าเย็นกลับ


เช้า: ชมงานศิลป์ เที่ยวฟาร์มเห็ด

Suan Son Silp2

งานศิลปะที่สวนซ่อนศิลป์. รูปภาพ: สวนซ่อนศิลป์

ออกเดินทางจากกรุงเทพ 8 โมงเช้า เพียง 2 ชั่วโมงกว่าก็จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วค่ะ เป้าหมายแรก จากถนนมิตรภาพก่อนถึงเส้นธนะรัชต์ เราเลี้ยวขวาไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ สวนซ่อนศิลป์ (ค่าเข้าชม 100 บาทต่อคน) ซึ่งแวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เงียบสงบและเย็นสบาย ภายในสวนเต็มไปด้วยประติมากรรมอาร์ตๆ และมุมถ่ายรูปสุดเก๋ที่ซ่อนงานศิลปะไว้อย่างสวยงามและกลมกลืน เช่น บ้านศิลปิน สวนหินล้านปี ดินแดนคนจิ๋ว สวนโมเสก ถ้าง่วง ก็พักดื่มกาแฟสักแก้วที่คาเฟ่ด้านในได้เลย หน้าร้านจะมีระเบียงไม้ริมบึงใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศชิลและร่มรื่นมากค่ะ

ชมงานศิลป์กันแล้ว ขับรถต่อไปยังถนนธนะรัชต์เพื่อไปสนุกแบบสุขภาพดีที่ Khao Yai Panorama Farm (เข้าฟรี) สถานที่เที่ยวเชิงเกษตรซึ่งเป็นฟาร์มเห็ดขนาดใหญ่ มีกิจกรรมน่าสนใจอย่างการเก็บเห็ดในฟาร์ม ทัวร์ชมฟาร์มเห็ด มีร้านขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดน่าซื้อหลายอย่าง เช่น น้ำสลัดเห็ด เห็ดกรอบสามรส ซึ่งรสชาติอร่อยและทานไม่ยากเลยค่ะ ภายในยังมีโซนห้องพักในตึกทรงเห็ดน่ารักๆ สำหรับคนอยากนอนค้างคืน มีสวนดอกไม้และมุมถ่ายรูปมากมาย และที่สำคัญ Wifi ฟรีทั้งฟาร์ม ถ่ายปุ๊ป อัพโหลดโชว์เพื่อนๆ ได้ทันที

เที่ยง: แวะร้านดังประจำเขาใหญ่

Chocolate factory

รูปภาพ: Chocolate Factory

หลังจากเดินเล่นในฟาร์มเห็ดกันได้สักประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ได้เวลาเคลื่อนทัพไปหามื้อกลางวันอร่อยๆ ทานกันแล้ว ขับรถต่ออีกเพียง 3 กิโลเมตร ก็จะถึงครัวเขาใหญ่ (400 บาทต่อคนโดยประมาณ) ร้านดังที่ใครๆ ก็ต้องแวะ ห้ามพลาดแฮมซี่โครงรมควันหอมฉุย เมนูเด็ดซึ่งสั่งกันแทบทุกโต๊ะ เมื่อทานมื้อกลางวันเรียบร้อย แน่นอนว่าต้องเผื่อท้องไว้สำหรับขนมหวานและกาแฟแก้ง่วง เราจึงแวะร้านกาแฟสุดชิค The Chocolate Factory & Restaurant (300 บาทต่อคนโดยประมาณ) แค่ก้าวเข้ามาก็จะตื่นตาตื่นใจไปกับช็อกโกแลตที่วางเรียงรายอยู่อย่างละลานตา ถ้าเลือกไม่ถูก ขอแนะนำเมนูยอดนิยมอย่าง Chocolate Lava อร่อยเข้มถูกใจ แถมจัดแต่งมาได้ประณีตเหมือนงานศิลปะเลยค่ะ

บ่าย: สัมผัสบรรยากาศแบบอิตาลี เดินเล่นไร่องุ่น

PB Valley Grand View

วิวสวยๆ ที่ PB Valley. รูปภาพ: PB Valley

อิ่มท้องแล้ว ไปเดินเล่นต่อที่ Primo Piazza บนถนนกุดคล้า-ผ่านศึก (ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท) ซึ่งแต่เดิมเป็น Primo Posto แต่รีโนเวทใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม โดยการจำลองหมู่บ้านโบราณ 500 ปี จากแคว้น Tuscany มีมุมถ่ายรูปงามๆ ให้เลือกได้ไม่ซ้ำ ภายในมีความบันเทิงครบครันทั้งร้านอาหาร-ขนม ร้านขายของ และฟาร์มสัตว์ที่เราสามารถเข้าไปให้อาหารและถ่ายรูปคู่กับอัลปากา น้องแกะเมอร์ริโน และดองกี้สุดน่ารักได้อย่างใกล้ชิด

Wine Selection at PB Valley

รูปภาพ: PB Valley

จากนั้นขับรถต่อจาก Primo Piazza ไปอีก 16 กิโลเมตร เราก็มาถึง PB Valley Khao Yai Winery ไร่องุ่นเขียวชอุ่มบนพื้นที่กว่า 2,500 ไร่ มีวิทยากรพาทัวร์โรงบ่มไวน์พร้อมให้ความรู้และมีไวน์รสเยี่ยมให้ชิมฟรี (ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท) ติดใจไวน์ตัวไหน ก็สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านขายของฝาก ซึ่งจะมีสินค้าแปรรูปอื่นๆ จากองุ่นด้วยอย่างน้ำองุ่นและแยมแสนอร่อย ส่วนมื้อเย็นก็ไม่ต้องไปไหนไกลค่ะ PB Valley เองมีร้านอาหารอร่อยอย่าง The Great Hornbill Grill (500 บาทต่อคนโดยประมาณ) เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนและและอาหารไทยรสเยี่ยม มีเมนูขึ้นชื่ออย่างพิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียน ที่ทานคู่กับไวน์ได้อร่อยลงตัวสุดๆ

ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ช่วยในการจัดทริป

เดือนน่าเที่ยว
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ถ้าอยากหลบลมร้อนจากกรุงเทพมานอนรับลมเย็นๆ สักหนึ่งคืน เรามีโรงแรมและรีสอร์ทน่าสนใจมาแนะนำเช่น Thames Valley Khao Yai รีสอร์ทสไตล์ชนบทอังกฤษท่ามกลางภูเขาและสวนสวย Botanica Khao Yai รีสอร์ทวิวสวย ดีไซน์เท่แบบโมเดิร์น และ Lala Mukha Tented Resort Khao Yai ที่พักแบบเต็นท์ขนาดใหญ่ได้บรรยากาศสนุกๆ แบบนักผจญภัย