แผนการเที่ยวที่โอซาก้าใน 1 วัน ครั้งนี้ตามแผนการเราต้องตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยกันครบทีมภายใน 7 โมงเช้าและลงไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมให้เรียบร้อย แล้วออกไปตระเวนข้างนอกกับ 4 สถานที่ใน 1 วันทำได้จริงด้วยตัวเองนะ ครั้งนี้ไปกันเพียง 2 คน หากมากกว่านี้คาดว่าอาจจะเก็บได้ไม่ครบทุกสถานที่เพราะเมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้นจำนวนภาพและเวลาที่เสียไปในการถ่ายรูปจะเยอะมากต่อหนึ่งสถานที่ จึงไม่แนะนำให้กลุ่มใหญ่ๆ ทำตามแผนการนี้นะ

Osaka castle > Osaka Aqua-Liner > Expo ’70 Commemorative Park > Umeda Building

 

ไปลองเที่ยวโอซาก้าในรูปแบบใหม่กันบ้าง เข้าถึงวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมากขึ้น สถานที่ห้ามพลาดเลยจริงๆก็คือ ปราสาทโอซาก้า ใกล้ๆ กันมี Osaka Aqua Bus เหมือนนั่งเรือเร็วไปลงท่าเรือต่างๆ แบบที่กรุงเทพเรามี แต่นั่งที่โอซาก้ามันให้บรรยากาศที่แตกต่างไป เราเลือกนั่ง Osaka Aqua Bus เพื่อชมเมืองโอซาก้า หลังจากนั้นไป Expo ’70 Commemorative Park และ Umeda Building

1

Osaka castle

osaka castle

ภาพจาก: Nok Srihong

เราเดินถ่ายรูปเล่นข้างนอกเพราะสวนรอบนอกปราสาทก็สวยเดินถ่ายรูปได้อย่างเพลิดเพลิน สังเกตฐานของตัวปราสาทเขาทำมาจากหิน สมัยก่อนเอาอะไรตัดให้หินมันเป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้ได้นะ ปราสาทแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มากมาย ได้รับการสถาปนาให้เป็นสมบัติประจำชาติ
osaka castle02

อาหารโอซาก้า

ภาพจาก: Nok Srihong

เดินรอบนอกไปเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าปราสาท จะมีลานกว้างที่สามารถจุคนได้เยอะ และทำให้ถ่ายรูปโดยไม่ติดคนอยู่ด้านหลังได้ โซนนี้เป็นมุมถ่ายรูป และที่สำคัญเป็นมุมพักกินค่ะ เลือกทานได้หลากหลาย ทั้งไอติม ไก่ทอด และทาโกยากิ ใกล้ๆกันมีที่ให้นั่งรับประทานกันด้วย

💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
ถ้ามาโดย Subway ให้ลงสถานีปลายทางเหล่านี้ Temmabashi , Tanimachi 4- chome หรือ Morinomiya ถ้ามาโดย JR ให้ลงสถานีปลายทางเหล่านี้ Morinomiya หรือ Osakajokoen

2

Osaka Aqua-Liner

osaka aqua bus

ภาพจาก: Nok Srihong

จากปราสาทโอซาก้าเดินมาสัก 5 นาที ยังท่าเรือ OPA ซึ่งอากาศที่นี่เย็นสบาย 5 นาทีให้ความรู้สึกว่าไม่ไกลจากปราสาทเท่าไหร่ มานั่งพักหย่อนขาและชมวิวกัน ขึ้นลงเรือได้หลายท่าเรือนะ เช่น Osakajo pier , Hachiken-yahama Pier , Yodoyabashi Pier, OAP pier

osaka aqua bus 02

ภาพจาก: Nok Srihong
💰 ค่าบริการ
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
ช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่แนะนำที่สุดเพราะสามารถเห็นดอกซากุระบานจากสอง ฝั่งริมแม่น้ำ และช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะเห็นต้นไม้สีแดงสดใสสองฝั่งริมแม่น้ำ

3

Expo ’70 Commemorative Park

Osaka expo 01

ภาพจาก: Nok Srihong

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบครบวงจรเพราะในบริเวณ Expo ’70 Commemorative Park ตอนนี้เขาได้พัฒนาให้บริเวณนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่นี่มีสวนขนาดใหญ่ให้เราได้ชื่นชมความงามของธรรมชาติ และเจ้าโปเกม่อนขนาดยักษ์นั้นก็คงเป็นสวรรค์ของเหล่าเด็กๆ
Osaka expo 02

ภาพจาก: Nok Srihong

เดินหน้าไปต่อก็จะเป็นช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ ที่มีของแบนด์เนมดังทุกอย่าง เป็นการเดินห้างสรรพสินค้าที่ให้อารมย์ที่แตกต่าง รู้สึกว่าเข้าไปเดินช้อปปิ้งท่ามกลางธรรมชาติเลย เพราะเขาสละพื้นที่บางส่วนในบริเวณช้อปปิ้งมอลล์ นำมาสร้างห้องกระจกและปลูกต้นไม้ คาดว่าหากมาช่วงที่ใบไม้แดงและช่วงหิมะตกล่ะก็อินกับฤดูกาลของญี่ปุ่นสุดๆ
Osaka expo 03

ภาพจาก: Nok Srihong

และแล้วเมื่อเราเดินมาจนถึง Food Cort บริเวณทางเท้าที่เรายืนจะเป็นภาพแผนที่ของ Expo ’70 Commemorative Park ทั้งหมด ทำให้เรารู้ว่าเราสามารถใช้เวลาได้เป็นวันๆ ใน Expo ’70 Commemorative Park ได้อย่างไม่น่าเบื่อ เดี๋ยวก็รู้ว่ามีอะไรบ้างเราจะพาออกไปเที่ยวชมให้ทั่วกันเลย
Osaka expo 04

ภาพจาก: Nok Srihong

เก็บตกภาพเล็กน้อยก่อนออกจากช้อปปิ้งมอลล์แห่งนี้ แอบเห็นร้านอาหารไทยใน Food Cort ด้วย

Natural and Culture Garden – Japanese Garden

Expo garden

ภาพจาก: Nok Srihong

เมื่อออกจากห้างมาเดินมาไม่ไกลก็เจอ Natural and Culture Garden – Japanese Garden ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก 70 เยน เป็นที่ตั้งของสัญลักษณ์ของ Expo ’70 Commemorative Park ตัวประหลาดนี้ชื่อว่า “Tower of the Sun” เป็นผลงานของอาจารย์ทาโร่ โอกาโมโต้ ในสวนแห่งนี้ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่เหมาะสำหรับคนที่รักการถ่ายรูป (เซลฟี่) และการเข้าถึงพิธีชงชาแบบฉบับชาวญี่ปุ่น และอื่นๆ ลองไปดูกัน

Toyono – Village of the cosmos

Expo garden 02

ภาพจาก: Nok Srihong

นั่งรถเที่ยวชมดอกไม้ตามฤดูกาล รถจะพามาหยุดพักที่แรกคือ สวนดอกไม้คอสโม่ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาดูดอกคอสโม่บานคือ ปลายเดือนกันยายนไปจนต้นเดือนตุลาคม เขาบอกว่าที่นี่ทำการปลูกต้นคอสโม่ไว้ล้านกว่าต้น น่าจะจริงเพราะดอกคอสโม่เบ่งบานสุดสายตาเลยทีเดียว ไกด์บอกว่าเรามาเที่ยวถูกช่วงมากถ้ามาช้ากว่านี้อีกหน่อยก็อดดูแล้ว

Japanese Garden

Japanese garden

ภาพจาก: Nok Srihong

ต่อมารถนำเที่ยวพามา Japanese Garden ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก(น่าจะนะเดาจากรูป อ่านไม่ออก) 70 เยน มีประวัติที่ยาวมากไม่ได้อ่าน ถ่ายรูปมาแทน มีคุณลุงไกด์พูดภาษาอังกฤษได้แนะนำประวัติความเป็นมาแทนที่จะไปอ่านเอา แต่รวมๆ ก็จำอะไรไม่ได้มากนัก

Modern Garden section

ภาพจาก: Nok Srihong

เมื่อฟังคุณลุงไกด์พูดเสร็จก็เดินไปด้านหลังคุณลุงที่นี่เรียกว่า Modern Japanese Garden ถ้ามาช่วงใบไม้ผลิคงสวยมาก น้ำใสมากเห็นปลาว่ายไปมาด้วย ด้านหลังจะเป็นภูเขาขนาดเล็ก

Tea House

Tea House

ภาพจาก: Nok Srihong

เดินต่อมาจาก Modern Japanese Garden ตลอดทางมีต้นไม้เริ่มแดงแล้วดีใจมาก ถือว่าทริปนี้ประสบความสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่าง เดินเพลินเลย (ยกความดีความชอบให้กับรองเท้าเพราะไม่ปวดเมื่อยเลย) สุดท้ายก็ถึง Tea house กัน

tea ceremony

ภาพจาก: Nok Srihong

ข้างในเป็นพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น รีบจับจองที่นั่งเอาหน้าๆไว้ เลยได้รูปมาฝาก คุณพี่กิโมโนเขียวเป็นคนชงชาให้ดูค่ะ ตอนแรกพี่กิโมโนเขียวจะนั่งเงียบๆ เพื่อทำสมาธิ ทุกคนในห้องก็พากันเงียบเหมือนหยุดหายใจตามพี่กิโมโนเขียวเลยค่ะ จนพี่กิโมโนเขียวเริ่มตักน้ำร้อนล้างแก้วชา แล้วก็ตวงชาเขียวใส่แก้ว ตักน้ำร้อนใส่ แล้วคนๆๆๆๆๆ จนเกิดฟองชา พี่กิโมโนเขียวทำโชว์แก้วเดียวค่ะ แก้วอื่นๆที่นำมาให้ผู้มาชมพิธีชงชานั้นจะถูกปล่อยออกมาจากห้องทางด้านหลัง ตามธรรมเนียมชาเขียวร้อนจะเสริฟพร้อมกับขนมหวานเสมอ
tea ceremony 02

ภาพจาก: Nok Srihong

แก้วชาแต่ละใบก็มีเรื่องราว และความหมายนะคะ แก้วใบนี้มีลวดลายที่สื่อถึงมัดข้าวของชาวนาสมัยโบราณ รูปร่างแก้วจึงออกมาเป็นรีๆหน่อย ไม่กลมเลยซะทีเดียว ก่อนดื่มชาต้องทานขนมหวานก่อน เพราะขนมจะหวานมากแต่เมื่อทานชาเขียวตาม (มันขม) รสชาติหวานนั้นจะ drop ลงไปเลยค่ะ ชาเขียวนั้นแรกสัมผัสจะรับรู้ถึงฟองชาที่ฟูอยู่ด้านบนก่อน และก็รับรู้ถึงรสชาติชาเขียวเข้มข้น อร่อยมาก อยากจะชิมอีกหลายๆแก้วเลยล่ะค่

Tea House02

ภาพจาก: Nok Srihong

ดื่มชาเสร็จแวะไปชม Tea House ที่จะเปิดทำการให้เฉพาะเวลามีพิธีชงชาจริงๆเท่านั้น เขาเลยไม่ได้เปิดบ้านให้เราดูค่ะ เหมือนจะเป็นสถานที่เก่าแก่ของสำนักชาแห่งนี้ ให้อารมย์เหมือนหลุดเข้าไปในอดีตเลย ทั้งที่อยู่ในเมืองใหญ่อย่างโอซาก้ากลับไม่ได้ยินเสียงรถยนต์ที่แล่นบนถนนหรือเสียงรถไฟเลยค่ะ ธรรมชาติมากๆ

การเดินทาง
💰 ค่าบริการ
Natural and Culture Garden – Japanese Garden : ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก 70 เยน
Japanese Garden : ผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก 70 เยน

4

Umeda Sky Building

Umeda building

ภาพจาก: Umeda Sky Building

ถ้าจะให้นึกถึงสถานที่ดูพระอาทิตย์ตกที่โอซาก้า ต้องที่ Umeda Sky Building พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสำนักงานออฟิตต่างๆ ส่วนข้างบนจะเป็นร้านอาหาร และบาร์ให้มานั่งดื่มกันหลังเลิกงาน โดยมีวิวเป็นเมืองโอซาก้านั่นเอง ส่วนที่วัดใจคนกลัวความสูงคือบันไดเลื่อนที่จะขึ้นไปส่วนของยอดของตึก ดูจากรูปเลยโครงสร้างแข็งแรงค่ะ มีโครงเหล็กห่อหุ้มไว้โดยรอบบันไดเลื่อนทั้งทางขึ้นและทางลงค่ะ เมื่อลองไปยืนที่บันไดเลื่อนตรงนั้นแล้วเหมือนเราลอยอยู่กลางอากาศเลยค่ะ

Umeda building night

ภาพจาก: Nok Srihong

พอพระอาทิตย์ตกแล้วก็รอชมแสงสีเมืองโอซาก้ายามค่ำคืน ที่ชั้นบนสุดเป็นแบบ open air รับลมหนาวกันไปเต็มๆ ที่พื้นมันเรืองแสงเหมือนเป็นดาวนับล้านดวงเลย ใครที่ใส่เสื้อสีขาวมาจะโดดเด่นมากเพราะเสื้อสีขาวที่ใส่มานั้นจะเรืองแสง แม้กระทั่งเวลายิ้มแล้วฟันสีขาวของเรานั้นก็สามารถเรืองแสงได้ด้วยนะคะ จากสีขาวจะกลายเป็นเขียวๆ ฟ้าๆ แปลกตาดีค่ะ

💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
เดินราว 9 นาทีจากสถานี Osaka , JR หรือสถานี Umeda, Midosuiji Line ,Hankyu Raiway, สถานี Higashi Umeda, Tanimachi Line, สถานี Nishi Umeda. Yotsubashi Line

เที่ยวโอซาก้ากันต่อที่

1 Day trip – Universal Studio Japan > Minami (Namba) > Tombori River Cruise > Shinsekai


โรงแรมทั้งหมดในโอซาก้า
ข้อมูลสนามบินคันไซ
ค้นหาตั๋วเครื่องบินไปสนามบินคันไซ โอซาก้า
คู่มือท่องเที่ยวโอซาก้า