เราจะพาคุณไปย้อนอดีตของจอร์แดนผ่านแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน เรื่อยมาจนถึงความน่าสนใจของประเทศนี้ในปัจจุบัน แม้จอร์แดนจะเพิ่งปรากฏบนแผนที่โลกมาไม่ถึงร้อยปี แต่ดินแดนทางทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนในตะวันออกกลางแห่งนี้เคยตกอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรต่างๆ มาเป็นเวลาหลายพันปี จึงเป็นที่มาของมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเข้มข้น

เส้นทาง: ทัวร์จอร์แดน


Jerash

ทัวร์จอร์แดน

รูปภาพ: Tourism Media

เริ่มกันที่ Jerash เมืองศูนย์กลางเมื่อประมาณ 6,500 ปีก่อนในสมัยที่อาณาจักรโรมันปกครองดินแดนนี้ แต่เพิ่งถูกขุดค้นพบและสำรวจเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว เมืองนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองโรมันที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดในโลก

มีสถาปัตยกรรมโรมันมากมาย เช่น ถนนหนทางที่มีเสาโรมันขนาดใหญ่เรียงรายสองข้างทาง วิหารบนเนินเขา จัตุรัสประชาชน เมืองนี้เป็นที่ที่วัฒนธรรมตะวันตกมาพบกับตะวันออก ซึ่งเห็นได้จากสถาปัตยกรรม ศาสนา และภาษาที่ใช้


Petra

Petra

Petra
Petra

Petra

Petra

Petra

รูปภาพ: Petra, Google Map

ห่างออกมาไม่ไกลเป็นที่ตั้งของเมือง Petra ซึ่งเป็นสมบัติประจำชาติและสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ของจอร์แดน เมืองนี้เป็นมรดกของชาวนาเบเธียน ซึ่งเป็นชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้เมื่อ 2,000 ปีก่อน

ตัวเมืองตั้งอยู่ภายในช่องหินในทะเลทราย ภายในมีช่องว่างระหว่างหินที่มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดินชมสถาปัตยกรรมอันมหัศจรรย์ของชาวนาเบเธียน เช่น อาคาร สุสาน โรงอาบน้ำ วิหาร และอัฒจันทร์ขนาดยักษ์ ไฮไลต์ของเมืองนี้อยู่ที่อนุสาวรีย์ยิ่งใหญ่ The Treasure ที่ตั้งอยู่สุดทางเดิน อนุสาวรีย์นี้มีด้านหน้าเป็นอาคารมโหฬารสูงตระหง่าน 200 เมตรและใช้เป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones and the Last Crusade


Ajloun

ทัวร์จอร์แดน

รูปภาพ: Tourism Media

ขึ้นเหนือมาที่ Ajloun เพื่อชมปราสาท Ajloun สถาปัตยกรรมแบบอิสลามที่สร้างในช่วง ค.ศ. 1184 ปราสาทนี้มีบทบาทสำคัญในสงครามครูเสด นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้ว เมืองนี้ยังมีธรรมชาติอันงดงามที่เต็มไปด้วยป่าเขียวขจี เนินเขาลดหลั่น ซึ่งสามารถชมความสวยงามเหล่านี้จากบนยอดปราสาทได้ด้วย


อัมมาน (Amman)

ท่องเที่ยวจอร์แดน

รูปภาพ: Tourism Media

จากนั้นลงมาที่อัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดนที่ผสานความแตกต่างระหว่างสมัยใหม่กับสมัยโบราณอย่างลงตัว ที่ใจกลางเมือง มีอาคารสูงทันสมัย ร้านอาหาร แกลเลอรี่ และร้านค้ามากมาย ในขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายความเก่าแก่ที่มาจากร้านกาแฟโบราณหรือร้านขายของแบบดั้งเดิมที่อยู่บนถนนเดียวกัน ออกจากย่านดาวน์ทาวน์ไปไม่ไกล คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดออกมาอยู่อีกโลกหนึ่ง เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยโบราณสถานที่ค้นพบจากยุคโบราณ ตั้งแต่ยุคหินใหม่ กรีกโบราณ โรมันตอนปลาย และอิสลามอาหรับ ขอแนะนำให้ไปที่ Citadel ซึ่งเป็นแหล่งรวมโบราณสถาน ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างโบราณมากมาย และยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมให้ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกด้วย
แนะนำให้พักโรงแรมในเมืองอัมมาน

ค้นหาตั๋วเครื่องบินไปอัมมาน


ทะเลเดดซี (Dead Sea)

ทะเลเดดซี (Dead Sea)

ทะเลเดดซี (Dead Sea)
ทะเลเดดซี (Dead Sea)

ทะเลเดดซี (Dead Sea)

ทะเลเดดซี (Dead Sea)

ทะเลเดดซี (Dead Sea)

รูปภาพ: Tourism Media

สุดท้ายที่พลาดไม่ได้ก็คือ ทะเลเดดซี อันเลื่องชื่อ บริเวณนี้เป็นจุดที่มีพื้นผิวต่ำที่สุดในโลก น้ำที่มาจากแม่น้ำหลายสายซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาบจึงไม่สามารถไหลออกไปได้ น้ำในนี้จึงถูกกักเก็บไว้และระเหยไปด้วยแสงอาทิตย์ จึงทำให้มีปริมาณเกลือและแร่ธาตุหนาแน่นสูง จึงว่ากันว่าการแช่น้ำที่นี่จะส่งผลดีต่อสุขภาพ และเนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมด้านการพักผ่อนและรักษาสุขภาพ บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยโรงแรมหรูและสปามากมาย นอกจากความพิเศษของน้ำแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้ยังมีทิวทัศน์งดงามมหัศจรรย์ และบริเวณใกล้เคียงก็มีการค้นพบซากทางโบราณคดีอีกเป็นจำนวนมาก มาที่นี่ที่เดียว ก็จะได้สัมผัสความน่าสนใจในหลายแง่มุม
โรงแรมในทะเลเดดซี


การเดินทาง

จอร์แดนเป็นประเทศเล็กๆ และมีถนนวิ่งจากเหนือลงใต้ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง การขับรถเที่ยวด้วยตัวเองจึงไม่ยาก สามารถเช่ารถที่เมืองอัมมาน และรับรถที่สนามบินควีนอาเลีย แต่อย่าลืมศึกษากฎระเบียบและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ผู้คนนิสัยน่ารักเป็นมิตร และที่นี่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นไม่ห่วงเรื่องความปลอดภัย

ขอแนะนำให้มาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม หรือเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงที่อากาศกำลังสบาย ส่วนหน้าร้อนของที่นี่ก็ไม่ต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่