หลายคนอาจคุ้นชื่อเกาะเชจูจากละครหรือภาพยนตร์เกาหลีว่าเป็นฉากหลังยอดนิยมในการไปเที่ยวหรือฮันนีมูนของพระเอกนางเอก เพราะเป็นเกาะที่มีความสวยงามทางธรรมชาติในหลายด้าน เช่น ภูเขา ทะเล และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ ซึ่งเกาะเชจูไม่ได้เป็นเพียงเกาะท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนมรดกโลกอีกด้วย เพราะได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติภายใต้ชื่อ “เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา” เมื่อปี พ.ศ. 2550

เกาะเชจู ตั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไปทางใต้ของประเทศ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ ตัวเกาะเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน และในปัจจุบันก็ยังมีปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วปรากฎอยู่หลายแห่ง เกาะเชจูมีธรรมชาติที่สวยงามและมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นสถานที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบ เช่น แหล่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะ เป็นต้น

วันนี้ Expedia จะพาคุณไปทัวร์เกาะเชจูดินแดนมรดกโลกของเกาหลีใต้กัน เกาะเชจูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถไปได้ทุกฤดูกาล เนื่องจากมีอากาศดี เย็นสบายต่อเนื่องตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งในปีนี้ ใบไม้เปลี่ยนสีในเกาะเชจูจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน การท่องเที่ยวบนเกาะเชจูในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเป็นอีกโปรแกรมยอดนิยมทั้งของชาวเกาหลีเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การทัวร์เกาะเชจูของเราจะแบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกตามที่ตั้งในแต่ละส่วนของเกาะคือส่วนกลางเกาะเชจู Central Jeju ด้านตะวันออก Eeastern Jeju-do และด้านตะวันตก Western Jeju-do โดยในแต่ละส่วนของเกาะก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมอยู่ควบคู่กันไป

เที่ยวเกาะเชจู ดินแดนมรดกโลกของเกาหลีใต้


Central Jeju ส่วนกลางเกาะเชจู

1

อุทยานแห่งชาติภูเขาฮัลลาซาน ( Hallasan National Park )

Hallasan National Park 01

ภาพจาก: sanga979 / pixabay
jeju-7
Hallasan National Park 02
ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr and sanga979 / pixabay

อุทยานแห่งชาติภูเขาฮัลลาซาน เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ใจกลางเกาะเชจู ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงามหลายเส้นทาง มีสภาพทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย มีพันธุ์ไม้มากกว่า 1800 สายพันธ์ เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามมาก และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด อุทยานแห่งชาติภูเขาฮัลลาซานมีจุดชมวิวเกาะเชจูอยู่บนยอดเขา เป็นจุดหมายของนักเดินและปีนเขาหลาย ๆ คน เนื่องจากเส้นทางเดินเขาของที่นี่ไม่ยากนัก แต่จะอนุญาติให้ทำการเดินหรือปีนเขาได้ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น

💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

2

ปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี ( Sangumburi Crater )

jeju-1

ภาพจาก:www.jejuweekly.com

อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เกาะเชจูทางธรรมชาติในช่วงใบไม้ใบเปลี่ยนสีที่ไม่ควรพลาด ปากปล่องภูเขาไฟ ซานกึมบูรี หรือ Sangumburi Crater เป็นปากปล่องภูเขาไฟชื่อดังบนเกาะเชจูที่สามารถขึ้นไปชมด้านบนได้ มีพืชพันธ์กึ่งเขตร้อน เขตอบอุ่น และพืชไม้ดอกแบบเดียวกับเทือกเขาแอลป์มากกว่า 420 ชนิด เมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี พืชพันธ์ต่าง ๆ ก็จะสร้างสีสันสดใสให้กับที่นี่อย่างน่าประทับใจ ความหลากหลายทางพฤกษศาสตร์ของปากปล่องภูเขาไฟซานกึมบูรี ทำให้ได้รับฉายาจากนักพฤกษศาสตร์ว่า บ้านขุมสมบัติแห่งพันธุ์ไม้ นอกจากนี้ ในบริเวณปากปล่องภูเขาไฟยังมีเส้นทางไหลของลาวาในอดีต และสวนหินที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอีกด้วย ที่นี่ถือเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจบนเกาะเชจู และเป็นอีกหนึ่งที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

jeju-15

ภาพจาก:x12y12.com
💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

Western Jeju-do ด้านตะวันตก

3

พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอค ( O’Sulloc Museum )

jeju-2

ภาพจาก:www.justgola.com

พิพิธภัณฑ์ชาโอซุลลอคเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดจากโปรแกรมทัวร์เกาะเชจู เนื่องจากชาโอซุลลอค เป็นชาพื้นเมืองขึ้นชื่อของเกาะเชจู และไร่ชาโอซุลลอคก็เป็นเขตไร่ชาที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพที่สุดในประเทศเกาหลี พิพิธภัณฑ์ชาที่นี่จะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาเขียวพื้นบ้าน จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากชา นอกจากตัวพิพิธภัณฑ์แล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าชมส่วนของไร่ชา และโรงงานผลิตชาได้อีกด้วย

jeju-8

jeju-6

ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr
💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง

4

พิพิธภัณฑ์สวนแก้วเชจู ( Jeju Glass Museum )

jeju-3

ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr

พิพิธภัณฑ์สวนแก้วเชจู หรือ Jeju Glass Museum เป็นพิพิธภัณฑ์บนเกาะเชจูที่ประดับตกแต่งด้วยแก้วรูปทรงต่าง ๆ ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงบ้านที่ทำจากกระจกสีต่าง ๆ เมื่อเปิดไฟแล้วจะมีสีสันสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการเป่าแก้วและขั้นตอนการทำแก้วให้นักท่องเที่ยวชมอีกด้วย ส่วนภายนอกพิพิธภัณฑ์มีสวนขนาดใหญ่ที่ทำจากแก้วประดับตกแต่งเป็นรูปต้นไม้ ดอกไม้และใบไม้ ใครที่ชื่นชอบความสวยงามต้องห้ามพลาด

jeju-4

ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr
💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

Eastern Jeju-do

5

ถ้ำลาวามานจังกุล ( Manjanggul Cave )

jeju-12

ภาพจาก:iStockPhoto

ถ้ำลาวามานจังกุล หรือ Manjanggul Cave ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เป็นถ้ำที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟบนเกาะเชจูซึ่งมีความยาวที่สุดในโลกถึง 13422 เมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเพียง 1000 เมตรเท่านั้น ถ้ำลาวามานจังกุลเป็นถ้ำที่มีอายุยาวนานมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์และยุคน้ำแข็ง จึงถือเป็นแหล่งศึกษาธรณีวิทยาที่สำคัญ และเป็นแหล่งศึกษาชีวิตสัตว์กลางคืน เช่น ค้างค้าวอีกด้วย บรรยากาศในถ้ำเย็นสบาย มีหินงอก หินย้อยและหินรูปร่างแปลกตา เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เกาะเชจูที่ห้ามพลาด

jeju-11

ภาพจาก:iStockPhoto
💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

6

หมู่บ้านพื้นเมืองซงอับ ( Seongeup Folk Village )

jeju-9

ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr

หมู่บ้านพื้นเมืองซงอับ หรือ Seongeup Folk Village เป็นหมู่บ้านเกาหลีโบราณ ซึ่งมีมีผู้คนอยู่อาศัยมายาวนานและในปัจจุบันก็ยังคงมีชาวเกาะเชจูอาศัยอยู่ หมู่บ้านพื้นเมืองซงอับเป็นเขตอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านที่ต้องมีอยู่ในโปรแกรมทัวร์เกาะเชจู

Seongeup Folk Village

ภาพจาก:jeonsango / pixabay

ตัวอาคารบ้านเรือนของที่นี่ยังเป็นแบบโบราณที่มุงด้วยหลังคาฟางและกำแพงหิน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับบรรยากาศเกาหลีย้อนยุคอย่างแท้จริงที่นี่

jeju-5

ภาพจาก:english.visitkorea.or.kr
💰 ค่าเข้าชม
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

เกาะเชจูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและถือว่าควรอยู่ในลิสต์ Once in a lifetime ต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากจะได้ท่องเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่จะพลาดไม่ได้ในโปรแกรมทัวร์เกาะเชจูก็คือ การซื้อของฝาก และของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ก็คือ น้ำมันสนเข็มแดง ซึ่งเป็นเหมือนสินค้า OTOP ของที่นี่ สกัดจากใบสนแดงบนเกาะเชจู มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการหลอดเลือดอุดตัน ช่วยย่อยไขมันและคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด นอกจากนี้น้ำมันสนเข็มแดง ยังช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย บำรุงรักษาผิวพรรณและความงามอีกด้วย ซึ่งบนเกาะเชจูจะมีศูนย์น้ำมันสนเข็มแดงที่เป็นทั้งร้านขายผลิตภัณฑ์และให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันสนเข็มแดง รวมถึงมีการสาธิตวิธีการสกัดน้ำมันออกจากสนเข็มแดง และทดลองประสิทธิภาพของน้ำมันสนเข็มแดงให้นักท่องเที่ยวดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย

jeju-13

ภาพจาก:www.ดีเจหนุ่มยอง.com

สำหรับการเดินทางจากประเทศไทยไปเกาะเชจูก็สะดวกสบาย สามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่สนามบินนานาชาติเชจูบนเกาะได้เลย มีเที่ยวบินจากหลายสายการบินให้บริการ สามารถเช็คเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์ของ Expedia

ตั๋วเครื่องบินไปเชจู

ส่วนการเดินทางภายในเกาะเชจู สามารถเช่ารถยนต์ขับภายในเกาะหรือใช้บริการรถบัสที่มีให้บริการภายในเกาะไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้