เที่ยวไหนดี ไอคอน เมนูแนะนำ ไอคอน โรงแรม ไอคอน การเดินทาง ไอคอน อุณหภูมิ ไอคอน ภาษา ไอคอน วีซ่า

ข้อมูลเบื้องต้น


อุณหภูมิโตเกียว ปลั๊กไฟญี่ปุ่น

tokyo travel guide 02

โตเกียว  สีสันจากอดีตที่ไม่เคยจางหายไปกับการเวลา  วัฒนธรรมซึ่งหลอมรวมเข้ากับความทันสมัย จนเป็นสิ่งดึงดูดให้นักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายในภาพของเมืองหลวง หรือ ความสงบในนิกายเซน ตึกระฟ้า หรือ ศาลเจ้าที่ซ่อนอยู่ห่างจากถนนใหญ่จุดหมายปลายทางที่ตอบ ทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในจุดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ระหว่างตะวันตก และตะวันออก แต่โตเกียวก็มักถูกเรียกในฐานะเมืองที่เป็น อีสต์ มีทส์ เวสต์ หรือการบรรจบกันของวัฒนธรรมตะวันตก และตะวันออกนั่นก็เพราะการคงไว้ซึ่งวิถีของความเป็นตะวันออก แต่ก็ไม่ปฏิเสธความเจริญในรูปแบบของ ตะวันตก แต่พร้อมให้ทั้งสองสิ่งได้อยู่ร่วมกันและพัฒนาไปพร้อมๆ กันจนกลายเป็น “โตเกียว” ที่นี่รอให้คุณ มาหาคำนิยามด้วยตัวเอง
 
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
 

🏯
พระราชวังโตเกียว อิมพีเรียล, 🐠 ตลาดปลาสึกิจิ, 🛍 ชิบูยา, 🎡 โตเกียว ดิสนีย์แลนด์
 

เที่ยวไหนดีที่โตเกียว


 
001w

หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

Tokyo Tower

โครงเหล็กสีแดงขาวที่ตั้งเหนือตึกสูงระฟ้ามากมายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมือง ที่ชื่อว่า “โตเกียว” อีกหนึ่งจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

สถานที่ซึ่งเรียงร้อยภาพอดีตและปัจจุบันเข้ากันได้อย่างลงตัวจนยากที่ใครจะปฏิเสธเสน่ห์ของหอคอยแห่งนี้ โตเกียวทาวเวอร์เป็นหอคอยสื่อสารขนาดใหญ่

และสวยงามมาก ตั้งอยู่ในเขตมินะโตะ กรุงโตเกียว สูง 332.6 เมตร สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2501

เป็นหอคอยที่ไว้ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ เช่น เอ็นเอชเค(NHK) หรือ ทีบีเอส(TBS) ในปีหนึ่งจะมีคนเข้าชมมากกว่า 2.5 ล้านคน

บริเวณหอคอยจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนล่างสุดเป็นอาคารสูง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ใต้หอ มีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ภัตตาคาร ฯลฯ

อีก 2 ส่วนที่เหลือเป็นจุดชมทัศนียภาพของหอคอยตั้งอยู่บนความสูง 150 เมตร และ 250 เมตรตามลำดับ

 

ช่วงเวลาที่ร้านเปิด
การเดินทาง
รถไฟใต้ดินสาย
1. ฮิบิยะ (Hibiya) ลงสถานีอาคาบาเนะบาชิ (Akabanebashi) ออกที่ทางออกอาคาบาเนะบาชิ (Akabanebashi) แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที
2. รถไฟใต้ดินสายฮิบิยะ (Hibiya) ลงสถานีคามิยะโชว (Kamiyacho) ทางออก 1 แล้วเดินต่อลงมาจนถึงแยกไฟแดงที่ 2 มิยะโชว (Kamiyacho) ทางออก 1 แล้ว 100 เมตร โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) อยู่ขวามือ

 

 
002w

มื้อเช้าที่ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji)

มื้อเช้าที่ตลาดปลาสึกิจิ
ตลาดปลาสึกิจิ (Tsukiji)

ตลาดปลาแห่งแรกในโตเกียวซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1935 อีกทั้งยังเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

บรรยากาศความคึกคักของตลาดแห่งนี้เริ่มต้นตั้งแต่เช้ามืดของทุกวัน แต่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้หลัง 09.00 น.

ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่และผู้ที่มาซื้อปลานั่นเองความน่าสนใจของตลาดปลาแห่งนี้ไม่ได้มีเฉพาะตัวตลาดเท่านั้น

แต่ยังรวมไปถึงร้านอาหาร และแผงลอยตามซอกซอยต่างๆ ในบริเวณรอบๆ ตลาดแห่งนี้อีกด้วย

สำหรับร้านแนะนำก็ได้แก่ ซูชิได (Sushi Dai) ไดวะซูชิ (Daiwa Sushi) อุไมซูชิคัง (Umai Sushikan)

 

ช่วงเวลาที่ร้านเปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟใต้ดินสายโทเอซับเวย์ โอเอโดะไลน์ (Toei Subway Oedo Line) ลงสถานีสึคิจิโจ (Tsukijishijo Station) (E18) ทางออก A1

 

 
003w

ชมการซ้อมซูโม่อย่างใกล้ชิดที่ซาไคกะวะ สเตเบิล (Sakaigawa Stable)

ซาไคกะวะ สเตเบิลภาพจาก: wikimedia

การแข่งขันซูโม่จะจัดขึ้นในช่วง เดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยา-ยน ในแต่ละครั้งจะแข่งกันกันเป็นเวลา 15 วัน ซึ่งการเข้าชมในแต่ละรอบจะต้องเสียค่าใช้จ่ายต่อบัตรราคาสูงมาก แต่ถ้าหากต้องการชมซูโม่ในราคาที่ถูกกว่านั้น คุณสามารถซื้อตั๋วภายในวันแข่งขันซึ่งจะมีราคาที่ถูกกว่าแต่ก็อาจต้องแลกกับที่นั่งซึ่งหากออกไปจากสนามมากกว่า

แต่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาโตเกียวในช่วงที่มีการแข่งขันได้คุณก็สามารถมาชมการฝึกซ้อมซูโม่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้ จ่ายในการเข้าชม สถานที่แนะนำสำหรับใครที่ต้องการชมการฝึกซ้อมซูโม่ ได้แก่ ซาไคกะวะ สเตเบิล (Sakaigawa Stable) โดยจะทำการซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่

ช่วงเวลาที่ร้านเปิด
การเดินทาง
รถไฟใต้ดินสายนิปโปริ โทะเนริ (Nippori-Toneri liner) สถานีมินุมะได-ชินซุยโคเอน (Minumadai-shinsuikoen Station) จากทางออกตะวันตก เดินอีกประมาณ 5 นาที

 

 
004w

ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko)

แหล่งช้อปสำหรับทุกเพศทุกวัยแหล่งช้อปปิ้งที่ไม่ว่าใครหากได้เดินผ่านแล้วคงยากที่จะไม่เผลอหยิบ ของติดมือกลับออกมา เหตุผลง่ายๆ นั่นก็เพราะความหลากหลายของสินค้าตั้งแต่เสื้อผ้า น้ำ ของกิน ของใช้ หรือแม้กระทั่งอาหารสดก็รวมอยู่ในตลาดแห่งนี้นั่นเอง

พื้นที่รวมของตลาดแห่งถือว่าค่อนข้างใหญ่ กินบริเวณหลายซอยเลยทีเดียว ซึ่งหากต้องการเดินตลาดอะเมโยโกะ ครบทุกร้านแล้วอาจต้องใช้เวลาเป็นวันกันเลยทีเดียว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเดินตลาดแห่งนี้ เพราะตลาดอะเมโยโกะนั้นเริ่มเปิดร้านกันหลัง 10 โมง และเปิดให้เพลิดเพลินกันได้ จนถึงช่วงหัวค่ำกันเลยทีเดียว

ตลาดอะเมโยโกะภาพจาก: wikimedia

การเดินทาง

 

 
005w

ไดคันยามะ (Daikanyama)

ไดคังยามะ (Daikanyama)ภาพจาก: wikimedia

ถ้าชิบูย่าคือความสดใสทันสมัยของวัยรุ่น ไดคังยามะที่ห่างออกมาคง เปรียบเหมือนการเดินทางของอายุที่มากขึ้นสู่วัยทำงาน แต่ยังคงไว้ซึ่งความมีสไตล์ และไม่หลงลืมความทันสมัยของยุคปัจจุบันที่ไดคังยามะคืออีกหนึ่งย่านที่รวมแหล่งแฟชั่นสุดเก๋ผสมเข้ากับย่านที่อยู่อาศัยสุดหรูได้อย่างลงตัวคุณจะพบสตรีทแฟชั่นที่รายล้อมไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม อย่าง พอล สมิทธ์ (Paul Smith) เอ.เพ.เซ. (A.P.C) ฯลฯ ที่เข้ามาเปิดตามซอกซอยของย่านนี้

พร้อมกับไอเท็มสุดลิมิเต็ด ที่คุณอาจพบได้เพียงไม่กี่ชิ้นที่นี่ และ ไม่เพียงแต่สินค้าแบรนด์เนมของหายาก แต่คุณยังสามารถหาของน่ารักตามสไตล์ญี่ปุ่นได้ตามซอกมุมต่างๆ ของย่านนี้ ที่สำคัญคือไม่ต้องกลัวว่าจะเดินจนเหนื่อยเลย เพราะตลอดทางคุณสามารถหาคาเฟ่สวยๆ พร้อมขนมอร่อยๆ ตลอดทางเลยทีเดียว

ไดคันยามะ ที-ไซท์ (Daikanyama T-Site)

ศูนย์การค้าที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไดคันยามะ เพียงแค่ 5 นาที แต่ด้วยรูปแบบของ “ห้องสมุดที่โอบล้อมด้วยป่า” คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สงบ สะอาด โปร่งโล่งสบาย และครบครันไปด้วยร้านค้าที่หลากหลายตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้งสินค้าตามไลฟ์สไตล์ ร้านจำหน่ายแผ่นซีดีที่คุณสามารถพาแก้วกาแฟแก้วโปรดของคุณเดินเลือกอัลบั้มหายากที่มีตั้งแต่อัลบั้มคลาสสิคไปจนถึงเพลงฮิตที่ชาร์จปัจจุบันเลยทีเดียว หรือจะหลบมุมมานั่งย้อนวัยในโซนวินเทจแมกกาซีน ที่รวบรวมแมกกาซีน ในยุค 60s 70s ไว้กว่า 30,000 ฉบับ ให้คุณได้พลิกความหลังจนอาจลืมวันเวลากัน

และแน่นอนว่าหนังสือยุคปัจจุบันรวมไปถึงแผ่นดีวีดีภาพยนตร์หลากหลายแนวก็คงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ความโดดเด่นของที-ไซท์ ( T-Site ) แห่งนี้ไม่เพียงเฉพาะเนื้อหาที่รวบรวมอยู่ภายใน แต่การออกแบบที่โดดเด่นนี้ได้มากจากฝีมือของ ไคลน์ ดีแธม (Klein Dytham architecture) ซึ่งถูกคัดเลือกผู้ออกแบบจากสถาปนิกกว่า 80 ทีมเลยทีเดียว

เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/W8y6xp
http://goo.gl/PwDJ9v
http://real.tsite.jp/daikanyama/english/index.html

 

 

 
006w

ชินจูกุ (Shinjuku)

ชินจูกุภาพจาก: Expedia View Finder

ย่านชื่อดังระดับโลกที่รองรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี สถานีอันดับหนึ่งที่มีผู้โดยสารขึ้นลงมากที่สุดของประเทศ

สีสันที่ไม่เคยจืดจางแห่งกรุงโตเกียว คุณจะได้พบห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำมากมาย ศูนย์กลางความบันเทิง

ทั้งช่วงกลางวันที่สดใส และค่ำคืนอันสนุกสนาน ซึ่งหากขยับกายจากแหล่งท่องเที่ยวไปอีกนิด

ก็จะได้พบกับย่านธุรกิจสำคัญของโตเกียวและ “สวนชินจูกุเกียวเอ็น”

 

แหล่งท่องเที่ยวย่านชินจูกุ

 

1. สวนชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)

 
สวนชินจูกุเกียวเอน ฤดูใบไม้ผลิ ซากุระภาพจาก: Expedia View Finder

 

สิ่งหนึ่งที่เรามักพบเห็นได้อยู่บ่อยๆ ในประเทศญี่ปุ่นคงเป็นเรื่องของ สมดุลต่างๆ เพราะในขณะที่ย่านที่พลุกพล่านติดอันดับอย่างชินจูกุ ก็มีสวนสาธารณะที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน สวนแห่งนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดของกรุงโตเกียวตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟชินจูกุ

เป็นสถานที่ที่ให้บรรยากาศเงียบสงบ เพื่อให้ผู้คนผ่อนคลายจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ และที่สำคัญคือเป็นที่ชมดอกซากุระอันดับต้นๆ ของโตเกียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ส่วนในช่วงใบไม้ร่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนธันวาคมก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วย

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันปิดทำการ
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/FE8BOJ

2. ตรอกโอโมอิเดะโยโกโจ (Omoide Yokocho)

 
ตรอกโอโมอิเดะโยโกโจ (Omoide Yokocho)ภาพจาก: https://commons.wikimedia.org

 

อีกหนึ่งความเซอร์ไพรส์ที่พบได้ในย่านชินจูกุ คงหนีไม่พ้นตรอกโอโมอิเดะโยโกโจ (Omoide Yokocho) ย่านกินดื่มทันสมัยที่คนส่วนใหญ่มักเป็นชาวญี่ปุ่นเท่านั้น ถ้าอยากลองสัมผัสบรรยากาศหลังเลิกงานของคนญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ย่านนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว ตรอกโอโมอิเดะโยโกโจเป็นแหล่งรวมร้านเหล้าในสไตล์ห้องแถวเล็กๆ พร้อมด้วยป้ายไฟสไตล์ญี่ปุ่นเรียงรายตลาดทาง

ซึ่งร้านในย่านนี้ก็มีตั้งแต่ร้านอิซากะยะ ร้านปิ้งย่างแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นอาหารปิ้งย่างจานเล็กๆ ทานคู่กับเครื่องดื่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์หรือสาเก ซึ่งแต่ละร้านมักจะเป็นร้านเล็กๆ นั่งได้ประมาณสิบกว่าที่นั่งเท่านั้น บรรยากาศเหล่านี้หลายท่านอาจจะพอนึกออกจากภาพจำในละครหรือซีรีย์ญี่ปุ่นต่างๆ ซึ่งมักมีฉากความสนุกสนานเฮฮาหรือฉากสังสรรค์หลังเลิกงานของหนุ่มออฟฟิศญี่ปุ่น ก็เป็นอีกภาพหนึ่งที่อาจจะเห็นได้อย่างชินตาในย่านนี้เช่นกัน

การเดินทาง
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/FE8BOJ
http://goo.gl/ab1Fmx
http://goo.gl/xpnsq6

 

 

 
007w

อากิฮาบาระ (Akihabara)

Akihabaraภาพจาก: Expedia View Finder

แสงจากป้ายไฟนีออนโลโก้แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ที่เรียงรายตลอดสองข้างทาง บรรยากาศแปลกตาจากเหล่าคอสเพลย์ที่คอยสร้าง

สีสันสดใสแข่งกับแสงไฟข้างทาง มังงะ (Manga) เกมส์วีดิโอ (Video Game) แอนนิเมะ (Anime) และแหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว

สวรรค์บนดินของผู้ชื่นชอบการ์ตูน ถ้าพูดถึงสิ่งเหล่านี้คงคิดถึงย่านไหนไม่ได้เลยนอกจาก ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) หรือนิยมเรียกว่า อกิบะ (Akiba)

ย่านมีชื่อเสียงด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกสอดแทรกไปด้วยร้านของเหล่าโอตาคุ (Otaku) ซึ่งโด่งดังเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

บนถนนเส้นหลักของย่านนี้ก็คือ ชุโอะ โดริ (Chuo Dori) โดยไฮไลท์ของถนนเส้นนี้คือการปิดการจราจรและเปลี่ยนเป็นถนนคนเดิน

ในทุกวันอาทิตย์ ประมาณ 13.00 – 18.00 น.

 

จุดเริ่มต้นของย่านอากิฮาบาระนั้นเริ่มต้นจากการเป็นเพียงย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ จนกระทั่งได้มีการต่อเติมสถานีอากิฮาบาระ

และสร้างอาคารใหม่ขยายออกมาซึ่งอาคารเหล่านี้ล้วนแต่เป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีทั้งร้านโยโดบาชิ (Yodobashi)

ที่มีสินค้าจำหน่ายครบภายในตึกเดียวตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดๆ กล้อง เครื่องเสียง เกมส์ ของเล่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เสริมต่างๆ

ไปจนถึงเครื่องสำอางค์สำหรับสาวๆ และร้านอากิฮาบาระ ครอสฟิลด์ (Akihabara Crossfield)

จึงทำให้ย่านนี้กลายเป็นศูนย์กลางของแหล่งสินค้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โด่งดังของโตเกียว

 

ร้านที่น่าสนใจ

 

กันดั้ม คาเฟ่ (Gundam Café)

 

แม้ว่าคุณจะไม่ใช้โอตาคุ แต่หากมีโอกาสผ่านมาย่านอากิฮาบาระแล้วก็ไม่ควรพลาดแวะเข้ามาชมคาเฟ่เก๋ๆ ที่ “กันดั้มคาเฟ่”

ซึ่งให้บริการทั้งอาหารคาว ของหวานและเครื่องดื่มที่ตกแต่งหน้าตาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่องกันดั้ม

เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/033uJQ

 

 

 
008w

ฮาราจูกุ (Harajuku)

ฮาราจูกุภาพจาก: Expedia View Finder

ย่านสุดแนวอีกย่านหนึ่งของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ระหว่างชินจูกุ และชิบูยา ที่อัดแน่นไปด้วยความสดใสของวัยรุ่น แบบเต็มๆ

เพราะเป็นอีกย่านหนึ่งของญี่ปุ่นที่จะมีการแต่งชุดคอสเพลย์ ตามตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบมีการแสดงดนตรีของวัยรุ่นตามท้องถนน

รวมไปถึงร้านค้าในย่านนี้ บนถนน ทาเกะชิตะ โดริ (Takeshita Dori) จะเน้นหนักไปที่เสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นทันสมัย เก๋ๆ

เปรี้ยวๆ เรียกว่าเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นทั่วโตเกียวเลยกว่าก็ว่าได้

เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
ลงสถานีรถไฟฮาราจูกุ

 

แหล่งท่องเที่ยวย่านฮาราจูกุ

 

1. สวนสาธารณะโยโยกิ (Yoyogi Park)
 

สวนสาธารณะโยโยกิภาพจาก: Expedia View Finder


หากว่าเดินเที่ยวฮาราจูกุจนเหนื่อยแล้วล่ะก็ สวนสาธารณะโยโยกิ (Yoyogi Park)มาพักผ่อนกับบรรยากาศสุดชิวอีกหนึ่งจุดของโตเกียว และแน่นอนว่าที่นี่ก็เป็นจุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน ผสานรวมเข้ากับบรรยากาศอันเย็นสบายของสระน้ำขนาดใหญ่และต้นไม้ที่หนาแน่น จึงทำให้เป็นอีกหนึ่ง จุดที่ชาวเมืองโตเกียวมักใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายยามเย็น

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
เปิดทุกวัน

2. ศาลเจ้าเมจิ ฮาราจูกุ (Meiji Shrine / Meiji Jingu)

 

ศาลเจ้าเมจิ ฮาราจูกุภาพจาก: Expedia View Finder

ถัดมาจาก สวนสาธารณะโยโยกิ (Yoyogi Park) สถานที่อีกแห่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากมีโอกาสผ่านมาย่านฮาราจุกุ นั่นก็คือ ศาลเจ้าเมจิฮาราจูกุ(Meiji Shrine/Meiji Jingu) ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สามารถรักษาธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาความทันสมัยได้เป็นอย่างดี เพราะแม้ว่ารอบของศาลเจ้าเมจิจะล้อมรอบไปด้วยย่านแหล่งท่องเที่ยวแต่ภายในศาลเจ้าแห่งนี้มีสวนภายในที่มีต้นไม้มากกว่า 1 แสนต้น กว่า 300 สายพันธุ์เลยทีเดียว

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
การเดินทาง
รถไฟฟ้า: สายยามะโนเตะ ลงที่สถานีฮาราจูกุ
รถไฟใต้ดิน: สายชิโยดะ (Shiyoda) และฟูกุโตชิน (Fukutoshin)
ลงที่สถานีเมจิ จินกุมาเอะ ฮาราจูกิ (Meiji-Jingumae)

 

 

 
009w

กินซ่า (Ginza)

Ginzaภาพจาก: Expedia View Finder

แม้ว่าแหล่งช้อปปิ้งของโตเกียวจะมีให้เลือกมากมายหลากหลายย่าน แต่ถ้าต้องพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งที่มีความหรูหรา เก่าแก่ คงพลาดไม่ได้

ที่จะต้องพูดถึงกินซ่า(Ginza) เพราะไม่เพียงแต่เป็นย่านช้อปปิ้งหรูหราของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังได้ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งหรูหราระดับโลก

ที่นี่เป็นย่านสุดฮิตสำหรับการช้อปปิ้งอีกหนึ่งย่านของโตเกียว ซึ่งบนถนนสองข้างทางถูกแวดล้อมไว้ด้วยร้านสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกมากมาย

ทั้งแบรนด์เนมระดับ Hi-end พร้อมด้วยเหล่า Flagship Store ของแบรนด์น้อยใหญ่ต่างๆ มากมายในแต่ละห้างบนย่านนี้ทำให้กินซ่า

ถือเป็นจุดมุ่งหมายที่จะพลาดไม่ได้เลยสำหรับขาช้อป นอกจากนี้ยังมีร้านขายของเก๋ๆ อีกมากมายตั้งอยู่ อาทิ โตเกียว โคสึ ไคคัง (Tokyo Kotsu Kaikan)

ตึกที่รวมสินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่สินค้าที่เป็นของใช้ต่างๆ ในบ้าน รวมไปถึงของฝากจากต่างภูมิภาคในญี่ปุ่น ก็สามารถมาหาได้ภายในตึกแห่งนี้

ถัดมาอีกหน่อยก็เป็นที่ตั้งของร้านฟรายถัก (Freitag) แบรนด์เจ๋งๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ที่หนุ่มสาวผู้หลงใหลในสินค้าสุดลิมิเต็ดรู้จักกันดี

ความเจ๋งของกระเป๋าแบรนด์นี้ อยู่ที่กระเป๋าแต่ละใบถูกผลิตจากผ้าใบรถบรรทุก ซึ่งทำให้ลายของแต่ละใบนั้นจะมีเพียงใบเดียวบนโลกเลยก็ว่าได้

 

แหล่งท่องเที่ยวย่านกินซ่า

 

โดเวอร์ สตรีท มาร์เก็ต (Dover Street Market)

 

แม้ว่าที่กินซ่าจะมีแบรนด์เนมอยู่ตลอดสองข้างทางให้ช้อปปิ้งจนเพลินได้ตลอดวัน แต่ถ้าหากมีเวลาไม่มากนักและต้องการจุดที่มีครบและหลากหลาย

คุณสามารถหยุดการช้อปปิ้งไว้ได้ภายในตึกเดียวคุณต้องแวะมาที่โดเวอร์ สตรีท มาร์เก็ต เพราะที่นี่ได้รวมเอาแบรนด์ต่างๆ ไว้มากมายภายในตึก 6 ชั้น

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์วัยรุ่นสุดแนวอย่าง กอม เอ กาซอง (COMME des GARCONS) อเล็กซ์ซานเดอร์ แมคควีน (Alexander McQueen)

จีวองชี่ (Givenchy) ไปจนถึงแบรนด์สุดหรูอย่าง หลุยส์ วิตตอง (LOUIS VUITTON) ก็มาตั้งอยู่ในตึกนี้ด้วยเช่นกัน

เวลาเปิด-ปิด
การเดินทาง
การเดินทาง
ทางออก A1 ของรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีกินซ่า

 

 

 
010w

ชิบูยา (Shibuya)

ชิบูยา (Shibuya)ภาพจาก: Expedia View Finder

 

รูปปั้นฮาจิโกะ ชิบูย่าภาพจาก: Expedia View Finder

หลายคนอาจจะรู้จักชิบูย่า (Shibuya) พร้อมๆ กับชื่อ 5 แยกชิบูย่า เลยก็ว่าได้ และอาจรวมถึงรูปปั้นฮาจิโกะที่สถานีรถไฟชิบูย่าเช่นกันย่านชิบูย่าถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นย่านที่ไม่ใหญ่มากนักแต่ก็ถือว่ามีครบเรื่องแฟชั่นศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหาร บาร์ คลับ และไลฟ์เฮ้าส์สุดอินเทรนด์ นอกจากนี้ยังสามารถมาเที่ยวถ่ายภาพสวยๆ  กับสถานที่สำคัญของย่านนี้ได้อีกด้วย สำหรับห้างที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมก็ ได้แก่ ชิบูย่า 109 (Shibuya 109) ชิบูย่ามาร์คซิตี้ (Shibuya Mark City) ชิบูย่าฮิการิเอะ (Shibuya Hikarie) โตคิวแฮนด์ (Tokyu Hands)  ซึ่งแต่ละห้างจะไม่อยู่ห่างกันนัก สามารถเดินลัดเลาะชมร้านเล็กร้านใหญ่ และช้อปปิ้งตามห้างต่างๆ ได้อย่างสบาย
การเดินทาง

 

 

 
011w

มารุโนอูจิ (Marunouchi)

ย่านมารุโนอูจิ (Marunouchi)ภาพจาก: Expedia View Finder

สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตเกียว เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟโตเกียวซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่คับคั่งที่สุดอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

(มากกว่า 3,000 เที่ยวต่อวัน) และมีผู้คนสัญจรผ่านมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของภาคตะวันออกของญี่ปุ่น สถานีรถไฟโตเกียวยังเป็นต้นทางและ

ชุมทางของรถไฟชิงกันเซ็งที่มากที่สุด ไม่เพียงเท่านี้ตัวสถานียังมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก เพราะตัวอาคารทำด้วยอิฐบล็อกสีแดง

สวยงามตระการตา สูง 3 ชั้น มีความยาวกว่า 330 เมตร เป็นการออกแบบโดยนำวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาประยุกต์ใช้ หากไปในช่วงกลางวัน

ก็สามารถชมสถาปัตยกรรมอันงดงามนี้ได้ช่วงกลางคืนจะมีการฉายแสงซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน แม้ไม่ใช่ย่านการค้าแต่เป็นย่านธุรกิจ

ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังโตเกียว อิมพีเรียล (Imperial Palace)

การเดินทาง
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/yODqOb
https://goo.gl/RW47l7

 

แหล่งท่องเที่ยวในย่านมารุโนอูจิ (Marunouchi)


 

พระราชวังโตเกียว อิมพีเรียล (Imperial Palace)
 

Imperial Palaceภาพจาก: Expedia View Finder

อดีตที่ตั้งของพระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล เคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ แต่ปัจจุบันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิ์และราชวงศ์ญี่ปุ่น ซึ่งโดยรอบพระราชวังเป็นพื้นที่ของสวนขนาดใหญ่ ซึ่งมีคูเมืองและกำแพงหินล้อมรอบ 
ในอดีตสมัยเอโดะนั้นเป็นที่อยู่ของท่านโชกุนโทคุงาวะ ผู้ปกครองญี่ปุ่นในช่วงระหว่างปี 1603-1867 แต่ในปี 1868 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และได้ย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตมายังโตเกียว จึงได้มีการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นแทนปราสาทเอโดะ

ในส่วนของพระราชวังอิมพีเรียล นักท่องเที่ยวสามารถชมสะพานได้ 2 สะพาน คือ สะพาน Nijubashi และสะพาน Meganebashi แต่ในส่วนด้านในของพระราชวังนั้น โดยปกติจะไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ยกเว้นวันที่ 2 มกราคม และวันที่ 23 ธันวาคมของทุกปี ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมได้ และได้เห็นราชวงศ์ของญี่ปุ่นที่จะออกมาพบประชาชนบริเวณระเบียงของพระราชวัง

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
การเดินทาง
ข้อมูลอ้างอิง
http://goo.gl/LNEhJ3

 

 

 
012w

วัดเซ็นโซจิ อาซากุสะ

วัดเซ็นโซจิ อาซากุสะภาพจาก: Expedia View Finder

ภาพโคมไฟสีแดงขนาดใหญ่กลางซุ้มประตูทางเข้าวัดอีกหนึ่งภาพที่หลายคนอาจเห็นจนชินตาหลายคนเรียกวัดนี้ว่า “วัดอาซาคุซะ”

หรือชื่อเต็มๆ ว่า “วัดเซ็นโซจิ (Sensoji)” วัดแห่งนี้เป็นวัดพุทธในย่าน อะสะกุสะ เขตไทโต โตเกียว เป็นวัดที่เก่าแก่

และมีความสำคัญอย่างมากแห่งหนึ่งในโตเกียว แรกเริ่มเคยเป็นวัดในสายเทนได ต่อมาได้แยกเป็นอิสระหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

บริเวณติดกับวัดเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอาซากุสะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต วัดเซ็นโซจิเคยถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

และหลังจากนั้นก็มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุขเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่น

ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาเยี่ยมชมวัดเซนโซจิบริเวณรอบๆ วัดจึงมีร้านค้าขายสินค้า

และอาหารพื้นเมืองญี่ปุ่นมาวางขายจำนวนมากโดยเฉพาะที่ถนนนากามิเสะ ซึ่งทอดยาวตั้งแต่ประตูสายฟ้าไปจนถึงบริเวณวัด

สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ขายของที่ระลึกต่างๆ เช่น พัด ภาพวาดแผ่นไม้ ชุดกิโมโน เสื้อคลุมแบบต่างๆ ม้วนภาพเขียน

ขนมหวานพื้นเมือง ไปจนถึงหุ่นยนต์ของเล่น เสื้อยืด หรือของประดับโทรศัพท์มือถือ

ค่าเข้าชม
การเดินทาง
รถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote line) ไปลงสถานีอุเอโนะ (Ueno) จากนั้นต่อ รถไฟใต้ดินสายกินซ่า (Ginza Line) เพื่อไปยังสถานีอาซากุสะ ทางออก 3

 

 

 
013w

สะพานสีรุ้ง (Rainbow Bridge)

สะพานสีรุ้ง (Rainbow Bridge)ภาพจาก: Expedia View Finder

จุดชมวิวที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งในโตเกียว เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองโตเกียว และเกาะโอไดบะ

สามารถขับรถ เดิน หรือนั่งรถไฟข้ามผ่านสะพานนี้มาได้สะพานนี้ยังเป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์ของเกาะโอไดบะอีกด้วย

นอกจากเป็นจุดชมวิวแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปช้อปปิ้งที่ห้างไดเวอร์ซิตี้ โตเกียว พลาซ่า

ซึ่งเป็นที่ตั้งของหุ่นกันดั้มขนาดเท่าของจริง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของโตเกียวเช่นกัน

ค่าเข้าชม
การเดินทาง
รถไฟยามาโนเตะ (Yamanote line) ไปลงสถานีชิมบาชิ (Shimbashi) แล้วต่อสายยูริกาโมเมะ (Yurikamome line) ไปลงที่สถานีโอดาอิบะคาอิฮินโคเอ็น (Odaibakaihinkoen)

 

 

Tokyo is the city where the bright lights and high tech of the hyper modern world still blend seamlessly with the traditions that shape its culture, ethics and its people. Odaiba is a great evening location for a breath-taking view of the city lights, with Rainbow Bridge, Tokyo Tower and the replica of the Statue of Liberty all in one place.

By Kach and Jonathan Howe co-founders of http://twomonkeystravelgroup.com

 

 
014w

โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)ภาพจาก: Expedia View Finder

สวนสนุกของดิสนีย์ขนาดใหญ่ที่เหล่าบรรดาตัวการ์ตูนขวัญใจเด็กๆ จะออกมาโลดแล่นให้ชมอย่างเพลิดเพลิน

ภายในประกอบไปด้วยโซนต่างๆ มากมาย อาทิ เวิลด์ บาซาร์ (World Bazaar) เป็นจุดช้อปปิ้งของฝากต่างๆ

ทูมอร์โร่แลนด์ (Tomorrowland) พื้นที่จำลองอนาคต ตูนทาวน์ (Toontown) เป็นย่านชานเมืองที่อยู่อาศัยของชาวตัวละครดิสนีย์

แฟนตาซีแลนด์ (Fantasyland) สร้างเป็นสไตล์ภาพยนตร์การ์ตูนดิสนีย์คลาสสิคอีก ยังมีโซนที่น่าสนใจอีกหลายโซน

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟสายเคอิโย (Keiyo) หรือสายมูซะชิโน (Musashino ไปลงที่สถานีมาอิฮามะ (Maihama Station) แล้วเดินไปประมาณ 5 นาที
โตเกียว ดิสนีย์ซี

โตเกียวดิสนีย์ซี

ภาพจาก: Nok

 

โตเกียว ดิสนีย์ซี ส่วนสนุกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวดิสนีย์ รีสอร์ท ซึ่งได้แรงบันดาลใจการออกแบบจากเทพนิยายจากตำนานแห่งท้องทะเล ซึ่งภายในได้ถูกแบ่งเป็นโซนต่างๆ อาทิ ทะเลสาบนางเงือก (Mermaid Lagoon) ชายฝั่งอาราเบียน (Arabian Coast) ปากอ่าวที่สาบสูญ (Lost River Delta) เป็นต้น ซึ่งในแต่ละโซนก็ได้ถูกบรรจุเครื่องเล่นชนิดต่างๆ ไว้ตามแบบฉบับของดิสนีย์แลนด์นั่นเอง

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
จากสถานีรถไฟ มาอิฮามะ (Maihama) ขึ้นรถไฟโมโนเรลของดิสนีย์รีสอร์ทไปยังสถานีดิสนีย์ซี

 

 

The unique Disney Sea theme park features real and fantasy lands by the sea. Stroll along realistic Venetian canals or plunge into the depths of the ocean on one of the rides inspired by Jules Verne’s novels. Don’t miss the unusual popcorn such as curry, soy sauce, and milk tea.

By Erin McNeaney co-founder of http://www.neverendingvoyage.com/

 

 
015w

โตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree)

โตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree)ภาพจาก: Expedia View Finder

นับจากโตเกียวทาวเวอร์ที่เป็นสัญลักษณ์เก่าแก่ของกรุงโตเกียวในหลายปีที่ผ่านมา การเกิดขึ้นของหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์โตเกียวสกายทรี

อาจนับเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวในยุคสมัยใหม่ก็ว่าได้ โตเกียวสกายทรีนอกจากเป็นหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์แล้วบริเวณรอบๆ

ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง และไม่เพียงเท่านั้นหอคอยแห่งนี้ยังได้บรรจุอควาเรี่ยมเอาไว้อีกด้วยสิ่งที่น่าตื่นตา

ของโตเกียวสกายทรีนั้นอยู่ที่จุดสูงสุดของหอคอยแห่งนึ้ซึ่งหากคุณขึ้นไปยังชั้นบนสุดของซึ่งอยู่สูงถึง 450 เมตร

คุณยังสามารถเดินขึ้น ไปถึงจุดที่สูงที่สุดของหอคอย มีความสูง 451.2 เมตร ทั้งชั้นจะเป็นกระจกใส

สามารถมองเห็นวิวของทั้งเมืองโตเกียวได้รอบด้าน ยิ่งในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน จะเป็นวิวที่สวยงามมาก

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟใต้ดินสายโตบุ อิเซซากิ (Tobu Isesaki) ไปยังสถานีโตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree) หรือสายอาซากุสะ (Asakusa) ไปยังสถานีโอชิอาเกะ (Oshiage) แล้วเดินต่อไปอีก 5 นาที

↑ กลับไปข้างบน

 

อาหารในโตเกียว


 

หากพูดถึงความหลากหลายของอาหารในโตเกียวบอกได้เลยว่าคงไม่แพ้ความหลากหลายด้านอื่นๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้อาหารอร่อยร้านเด็ดของโตเกียวก็เรียกกระจายอยู่ทั่วทุกเขตเลยทีเดียว

 

 

Tokyo is one of the best cities in the world for food lovers, but don’t feel like you have to spend big bucks to eat well. It’s nearly impossible to have a bad meal in this town. Vending machine ramen joints, hole in the wall soba specialists and train station bento boxes all serve up delicious, authentic and filling meals.

By Stephanie Yoder founder of http://twenty-somethingtravel.com/

 

 

แนะนำร้านดัง

 

1. มิโดริ ชูฮอนเท็น (Midorisouhonten)
 

ซูชิร้านเด็ดสำหรับวันจันทร์ หากคุณมองหาร้านซูชิบุฟเฟ่ต์ดีๆ สักกร้าน คุณไม่ควรพลาดกับร้านนี้เพราะในทุกวันจันทร์คุณสามารถทานซูชิเกรดดีในแบบบุฟเฟ่ต์ได้

ราคา: 3,600 เยน ส่วนลด 600 เยนสำหรับผู้หญิง

เวลาเปิด-ปิด: 11.00 – 21.00 น. บุฟเฟ่ต์มีเฉพาะวันจันทร์

การเดินทาง: รถไฟสายโอดาคิว (Odakyu) ลงสถานีอุเมะกาโอกะ (Umegaoka) แล้วเดินอีก 2 นาที

2. คัตสีเซ็น (KATSUZEN)
 

สุดยอดทงคัตสึดาวมิชลิน อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ว่าใครที่ได้มาเยือนโตเกียวอย่างน้อยคงต้องได้ลองทานเมนูนี้กันดูซักครั้งกับเมนูทงคัตสึ หรือว่าหมูทอดนั่นเอง แต่ถ้าจะให้พูดถึงร้านที่เป็นสุดยอดทงคัตสึแถมรางวัลการันตีคงต้องร้านนี้เลย เคล็ดลับความอร่อยจากแป้งสูตรพิเศษบวกประสบการณ์เกือบ 50 ปีของพ่อครัวเป็นเครื่องรับรองได้ว่ามื้อนี้จะเป็นมื้อสุดพิเศษของคุณอีกมื้อหนึ่งอย่างแน่นอน

ราคา: 4,000 เยน *ราคาเมื่อปี พ.ศ. 2559

เวลาเปิด-ปิด: มื้อกลางวัน: 11.30 – 14.30 น. / มื้อเย็น: 17.00 – 22.00 น.

การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน มารุโนะอุจิ (Marunouchi) สถานีกินซ่า (Ginza) ทางออก 3 เดินเท้า 3 นาทีมายังตึกโคจุน (Kojun Bldg.) ร้านอยู่ที่ชั้นที่ 4 ของตึกนี้

3. กันดา ยาบุโซบะ (KANDA YABUSOBA)

กันดา ยาบุโซบะ (KANDA YABUSOBA)ภาพจาก: Wikimedia

 

ครั้งหนึ่งร้านนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้จนต้องปิดปรับปรุงชั่วคราว แต่เมื่อถึงเวลากลับมาเปิดบริการอีกครั้งก็ไม่ได้ทำให้เหล่านักชิมลดน้อยลงไปแต่อย่างใด ด้วยความพิเศษของเส้นอันเหนียวนุ่มและน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมจึงไม่น่าแปลกใจเลยหากร้านนี้จะเป็นอีกหนึ่งร้านที่หลายคนต้องแวะมาลิ้มลองรสชาติหากได้มาโตเกียว

ราคา: 1,000 เยน *ราคาเมื่อปี พ.ศ. 2559

เวลาเปิด-ปิด: 11.30 – 19.30 น.

การเดินทาง: สถานีรถไฟอาวาจิโช (Awajicho)

4. บันฉะขุยะ (Banshakuya)
 

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับท่านที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารแบบชาวโตเกียว สไตล์ท้องถิ่นบรรยากาศเป็นกันเอง แนะนำให้มุ่งหน้ามาที่ชินจูกุ กับร้านบันฉะขุยะ อาหารแบบฉบับโฮมเมดที่ราคาสบายกระเป๋า แต่มาพร้อมกับความพิถีพิถันในการปรุงบวกกับวัตถุดิบที่คัดสรรมาแล้ว

ราคา: 500 เยน *ราคาเมื่อปี พ.ศ. 2559

เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา: 18.00 – 19.00 น.

การเดินทาง: รถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote) สถานีชินจูกุ (Shinjuku)

ข้อแนะนำ: มีเฉพาะเมนูภาษาญี่ปุ่น (มีรูปเป็นบางเมนู) มีเฉพาะพนักงานพูดภาษาญี่ปุ่น

5. ร้านข้าวหน้าปลาไหล อิโระกาวะ (Irokawa)

ร้านข้าวหน้าปลาไหล อิโระกาวะ (Irokawa)ภาพจาก: tabelog.com

 

ถือเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งหากได้มาเยือนญี่ปุ่น โดยเฉพาะร้านพิเศษๆ แบบนี้แล้วล่ะก็ยิ่งถือว่าไม่ควรพลาด เพราะที่ร้านอิโระกาวะมีอายุกว่าร้อยปีเลยทีเดียว ถือเป็นร้านเก่าแก่ดั้งเดิมซึ่งเมนูก็จะมีเพียงเมนูเดียวนั่นก็คือข้าวหน้าปลาไหล แต่จะมีให้เลือกด้วยกันสองขนาดเท่านั้น ทานคู่กับน้ำซุปและผักดอง

ราคา: กล่องใหญ่ 4,100 เยน กล่องเล็ก 3,000 เยน *ราคาเมื่อปี พ.ศ. 2559

เวลาเปิด-ปิด: 11.30 – 13.30 น.

การเดินทาง: รถไฟใต้ดิน สถานีอาซากุสะ (Asakuza) ทางออก 3

↑ กลับไปข้างบน

 

โรงแรมในโตเกียว


 

โรงแรมหรูในโตเกียว

 

โรงแรมฮิลตัล โตเกียว


โรงแรมที่จะตอบความต้องการของคุณได้อย่างเต็มรูปแบบคงไม่ใช่ที่ไหนนอกจาก โรงแรมฮิลตัล โตเกียว ที่พักสุดหรู ที่คุณสามารถออกกำลังกายด้วยการเล่นเทนนิสบนดาดฟ้า สระว่ายน้ำในร่ม ห้องซาวน่า และศูนย์ออกกำลังกายที่สามารถเข้าใช้บริการได้ฟรี และที่สำคัญภายหลังจากบูรณะไปเมื่อปี ค.ศ. 2009 โรงแรมแห่งนี้ก็ได้เพิ่มความสะดวกสบาย และบริการที่มีระดับยิ่งขึ้นด้วยร้านอาหารฝรั่งเศสระดับดาวมิชลินที่พร้อมสร้างความประทับใจให้คุณอย่างเต็มที่

นอกเหนือจากโรงแรมที่กล่าวมาแล้ว ไฮแอท รีเจนซี่ โตเกียว (Hyatt Regency Tokyo) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ย่านชินจูกุ ถัดจากชินจูกุ เซ็นทรัล ปาร์ค (Shinjuku Central Park) ก็เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่พร้อมมอบบริการสุดพิเศษในทุกด้านของความสะดวกสบาย พร้อมเสิร์ฟความประทับใจแก่ผู้เข้าพักทุกท่านด้วย ห้องอาหาร กุยซีน มิชเชล ทรัวโกร (Cuisine Michel Troisgros) ให้บริการอาหารตำรับฝรั่งเศสแท้ ขณะที่มิยาโกะ (Miyako) ให้บริการซูชิชั้นเลิศที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีผู้เข้าพักยังสามารถเลือกรับประทานอาหารจีนดั้งเดิมที่ เจด การ์เด้น (Jade Garden) หรือผ่อนคลายที่บาร์ โอ เดอ วี (Eau de Vie) แล้วยังใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักของเมือง เช่น อาคารศาลาว่าการนครโตเกียวจุดชมวิวมุมสวยอีกมุมหนึ่งของโตเกียวนั่นเอง

ไฮแอท รีเจนซี่ โตเกียว (Hyatt Regency Tokyo)

 

 

โรงแรมระดับกลางในโตเกียว

 

หากการท่องเที่ยวของคุณเน้นการหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงแรมที่หรูหรามากนัก แต่ก็ยังต้องเป็นโรงแรมคุณภาพ

สามารถเดินทางสะดวกอยู่คุณสามารถพักที่โรงแรมในราคาที่คุ้มค่าได้อีกมากมายในโตเกียว

โรงแรมชินจูกุ วอชิงตัน เมน

โรงแรมชินจูกุ วอชิงตัน เมน ตั้งอยู่บนย่านธุรกิจและจุดที่สามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่อื่นๆ ในโตเกียวได้อย่างสะดวกพร้อมการบริการที่มีคุณภาพ


โรงแรมเอพีเอ ชินจูกุ เพียงแค่ได้ยินชื่อก็อาจจะไม่ต้องอธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติของโรงแรมแห่งนี้มากนัก ด้วยสาขามากมายของโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพก็ถือว่าเป็นมาตรฐานด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังตั้งอยู่ในย่านที่สะดวกต่อการเดินทางอีกด้วย

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ ที่นี่มีห้องพักราคาปานกลางจนถึงราคาสูง ตั้งแต่ 5,000-9,000 บาท

โรงแรมเอพีเอ ชินจูกุ
อี โฮเทล ฮิกาชิ ชินจูกุ

อี โฮเทล ฮิกาชิ ชินจูกุ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับสถานีฮิกาชิ ชินจูกุ (Higashi-Shinjuku Subway Station) เพียบพร้อมไปด้วยร้านค้าสะดวกซื้อ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณเป็นคนรักความสะดวกสบายที่นี่ก็เป็นอีกคำตอบที่น่าสนใจ

↑ กลับไปข้างบน

 

การเดินทางในโตเกียว


 

การเดินทางจากกรุงเทพไปยังยังสนามบินฮาเนดะ ระยะทางโดยประมาณ 4,594 กม.

การเดินทางจากกรุงเทพไปยังยังสนามบินนาริตะ ระยะทางโดยประมาณ 4,654 กม.

มีหลากหลายสายการบินให้เลือกสรร หากเลือกสายการบินที่ทำการบินตรงจากกรุงเทพไปยังโตเกียวเลย จะใช้เวลาการบินประมาณ 6 ชั่วโมง

หากเลือกบินหลายต่อ เวลาการบินก็จะมากกว่า 9 ชั่วโมง แต่ราคามักจะถูกกว่าบินตรงเสมอ

 

 
ตั๋วเครื่องบินราคาถูกจากกรุงเทพไปยังสนามบินฮาเนดะ (BKK-HND)
ตั๋วเครื่องบินราคาถูกจากกรุงเทพไปยังสนามบินนาริตะ (BKK-NRT)

 

การเดินทางในโตเกียวถือว่าเป็นเมืองที่สะดวกสบายเพราะมีเส้นทางให้เลือกเดินทางหลากหลาย

 

 

รถไฟบนดิน (JR Osaka Loop Line)

 

รถไฟบนดิน มี 4 สาย คือ

รถไฟ รายละเอียดเส้นทาง
1. เจอาร์ เรลเวย์ (JR Railway)
– สายยามาโนเตะ (Yamanote Line) แถบสีเขียวอ่อนสายยอดนิยมของนักท่องเที่ยววิ่งวนรอบโตเกียว
– สายชูโอะ (Chuo line) เส้นผ่าโตเกียว ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินทาง
– สายโชนัน ชินจูกุ (Shonan-Shinjuku Line) เส้นทางจากอิเกะบุคุโระ ชินจูกุ (Ikebukuro/Shinjuku) ไปโยโกฮามา (Yokohama) และคามาคุระ (Kamakura)
– สายโตไกโด (Tokaido Line) จากโตเกียวมุ่งลงใต้ไปคาวาซากิ (Kawasaki) โยโกฮามา (Yokohama) และโอดาวาระ (Odawara)
– สายโซบุ โยโกสึกะ (Sobu Line/Yokosuka Line) เชื่อมระหว่างสนามบินนาริตะมายังสถานีโตเกียวและมุ่งลงใต้ไปยังคาวาซากิ (Kawasaki) โยโกฮามา (Yokohama) และคามาคุระ (Kamakura)
2. เคอิโอ เรลเวย์ (Keio Railways) เป็นรถไฟที่จะไปยังสถานีคล้ายกับ Chuo Line อยู่บ้าง เช่น ชิโมกิทาซาวะ (Shimokitazawa) ที่ผ่านสถานีโอดากิว (Odakyu) หรือคิชิโจจิ (Kichijoji)
3.โตคิว เรลเวย์ (Tokyu Railways) เป็นเส้นสีแดงในแผนที่ JR อยู่โซนตะวันตกของโตเกียว ผ่านที่ช้อป เช่น – ไดคันยามะ (Daikanyama) นาเกะเมกุโระ (Nakameguro) และจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)
4.โอดาคิว เรลเวย์ (Odakyu Railways) เป็นต้นทางไปแถบฮาโกเน่ (Hakone) โดยจะไปขึ้นที่ย่านชิจูกุ (Shinjuku)

 

 

 

การเดินทางจากสนามบินนานาชาตินาริตะ

 

การเดินทางจากสนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport) เข้าเมืองโตเกียว (Tokyo)

สนามบินนานาชาตินาริตะ อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 60 กม. มีเส้นทางให้เลือกหลากหลายวิธีดังต่อไปนี้

วิธีการ รายละเอียดเส้นทาง
1. JR Narita Express เดินทางด้วย นาริตะ เอ็กซ์เพรส (JR Narita Express) สะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะไม่มีปัญหาการจราจรและไปได้ถึงสถานีปลายทางทางในโตเกียวคือ สถานีโตเกียว สถานีชินากาว่า สถานีชิบูย่า สถานีชินจูกุ สถานีอิเคบุคุโระ และสถานีโยโกฮาม่า เหมาะที่สุดสำหรับผู้ใช้ตั๊วเดินทางชนิดไม่จำกัดเที่ยว JR Railpass และนักธุรกิจทีมีสัมภาระน้อยและต้องการทุ่นเวลาในการเดินทาง
2. Keisei บริการรถด่วนและรถเร็ว ไคเซอิ (Keisei) รวดเร็วและประหยัดค่าโดยสารสำหรับผู้ที่ไม่ใช้ตั๋วเดินทางชนิดไม่จำกัดเที่ยว โดยสารได้ที่สถานีไคเซอิ นาริตะ (Keisei Narita) ชั้นใต้ดิน B1 ไปเชื่อมต่อกับรถไฟเจอาร์ ได้ที่สถานีนิโปริ (Nipori) หรือลงสุดทางที่สถานีไคเซอิ อูเอโนะ (Keisei Ueno) ในโตเกียว ซึ่งใกล้กับสถานีอูเอโนะ (Ueno)
3. Limousine Bus บริการรถบัสลีมูซีน (Limousine Bus) นักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ จะหารถแท็กซี่ได้ยาก ดังนั้นวิธีเดินทางด้วยลีมูซีนบัส อาจจะเป็นทางเข้าโตเกียวที่สะดวกที่สุด ควรจะเป็นรถลีมูซีนบัสไปลงที่ปลายทาง คือ โตเกียว ซิตี้แอร์ เทอร์มินัล (TCAT), สถานีโตเกียว สถานีชินจุกุ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์ อัตราค่าโดยสารรถลีมูซีนบัส เริ่มจากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 80-90 นาที
4. แท็กซี่ บริการรถแท็กซี่จากสนามบินนานาชาตินาริตะเข้าเมืองโตเกียว มีทั้งแบบรถแท็กซี่ที่กำหนดค่าโดยสารตามมิเตอร์ แต่ไม่รวมค่าทางด่วน ราคาประมาณ 25,000 เยน หรือบริการจัมโบ้รถแท็กซี่ขนาดกลางที่ สามารถนั่งรวมกัน 9 คนเฉลี่ยคนละ 3,500 เยน ถึง 5,000 เยน ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทางในเมืองโตเกียว แต่ต้องรอจนเต็มคัน หากผู้โดยสารต้องการความเป็นส่วนตัวคนเดียวหรือเฉพาะกลุ่ม ก็จะมีรถมินิแวนแท็กซี่หรือลีมูซีนแท็กซี่ ให้บริการแบบเหมาจ่าย ซึ่งค่าโดยสารจะคิดตามปลายทาง เที่ยวละ 14,000 เยนถึง 20,000 เยน ยังไม่รวมค่าทางด่วน 2,350 เยน ค่าสำรองที่นั่งอีก 400 เยน ค่าปรับตามเส้นทาง 660 เยน

 

 

 

การเดินทางจากสนามบินนานาชาติฮาเนดะ

 

สนามบินนานาชาติฮาเนดะเป็นสนามบินที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางไปกรุงโตเกียว ดังนั้นจึงมีโอกาสที่คุณจะได้ใช้สนามบินนี้

ขณะที่โตเกียวกระจายออกไปทั่วพื้นที่ขนาดใหญ่ วิธีการเดินทางที่ดีที่สุดจากสนามบินไปในเมืองขึ้นอยู่กับปลายทางของคุณ

วิธีการ รายละเอียดเส้นทาง
1. รถไฟ รถไฟรางเดี่ยววิ่งเชื่อมระหว่างสนามบินฮาเนดะและสถานีฮามามัทซึโช (Hamamatsucho) ในเขตมินาโตะ ของกรุงโตเกียว มีรถไฟออกทุก 3-5 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 นาที จากนั้นสามารถไปต่อรถไฟเพื่อไปยังสถานีอื่นๆ ภายในโตเกียวได้
2. รถบัส รถบัสเป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองที่สะดวกสบายเพราะไม่ต้องถือสัมภาระ ขึ้นรถลงสถานีรถไฟ และยังมีรถไปยังตามย่านสำคัญๆ และโรงแรมหลายแห่งในโตเกียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและสถานที่ปลายทาง
3. แท็กซี่ สนามบินฮาเนดะตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโตเกียว ค่าโดยสารจึงยังมีราคาไม่สูงมากนัก โดยแท็กซี่ที่ให้บริการมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบแท็กซี่ทั่วไป และแบบเหมาค่าโดยสาร (Airport Taxi) ซึ่งมีอัตราค่าโดยสารแตกต่างกันไปตามโซน สามารถใช้บริการแท็กซี่ได้ที่บริเวณชั้น 1 ของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ

 

↑ กลับไปข้างบน

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวโตเกียว


 

โตเกียวเที่ยวได้ตลอดปี ไม่เพียงแต่เป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายหลากหลายประเภทแล้ว โตเกียวยังถือเป็นอีกเมืองหนึ่งที่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ถือว่าน่าเที่ยวมากที่สุด และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุด คงต้องยกให้ ช่วงซากุระบานต้นฤดูใบไม้ผลิประมาณช่วงปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงกลางเดือนเมษายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปี นอกจากจะได้ชมซากุระสวยๆ ทั่วทั้งเมืองแล้ว ยังสามารถเดินเที่ยวได้พร้อมกับอากาศสบายๆ อีกด้วย

 

อุณหภูมิโตเกียว*ข้อมูลจาก http://www.jnto.go.jp/

 

 

ฤดูใบไม้ผลิ5 สถานที่ชมซากุระยอดนิยมของโตเกียว

เทศกาลชมซากุระของประเทศญี่ปุ่นเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างมุ่งหน้ามายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อชมความงามของซากุระอีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นอีกด้วย เพราะเป็นช่วงที่สิ้นสุดฤดูหนาวอันยาวนาน ดอกไม้เริ่มผลิบานเข้าสู่ฤดูแห่งการเพราะปลูกซึ่งช่วงเวลาแห่งซากุระจะเริ่มตั้งแต่มีนาคมไปจนถึงปลายเมษายนโดยจะเริ่มบานไล่ตั้งแต่ทางตอนใต้ขึ้นไปยังตอนเหนือ สำหรับโตเกียวนั้นในทุกๆดอกซากุระจะเริ่มบานประมาณช่วงต้นเดือนเมษายนไปจนถึงกลางเดือนเมษายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี โดยจุดที่นักท่องเที่ยวรวมไปถึงคนญี่ปุ่นมักไปเที่ยวชมซากุระมีดังนี้

1.สวนอุเอะโนะ (Ueno Park)

 

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว แต่ถือว่าเป็นสวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในโตเกียวเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นจุดชมซากุระตั้งแต่สมัยเอโดะและถือว่าเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเลยทีเดียวโดยภายในสวนแห่งนี้มีทั่วทั้งสวนมีต้นซากุระกว่าพันต้นเบ่งบานให้นักท่องเที่ยวได้เก็บบรรยากาศประทับใจ อย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

ที่ตั้ง
ค่าเข้าชม
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
การเดินทาง
วิธีที่ 1: นั่งรถไฟใต้ดินสายจี กินซ่า (G-Ginza Line) สายเอช ฮิบิย่า (H-Hibiya Line) ลงสถานีG16/H17-อุเอโนะ
วิธีที่ 2: นั่งรถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote) ลงสถานีอุเอโนะ

 

2.นากะเมกุโระ (Nakameguro)

 

เรียบคลองเมกุโระย่านเก๋ๆ แห่งหนึ่งในโตเกียว ที่อาจจะไม่หนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวมากนัก แต่ในช่วงเวลาแห่งซากุระ ย่านนี้ถือเป็นย่านที่เป็นจุดหมายแห่งการถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งด้วยบรรยากาศต้นซากุระตลอดสองข้างทางของคลองเมกุโระกว่าแปดร้อยต้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ย่านนี้จะเป็นอีกหนึ่งย่านที่นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจ

ที่ตั้ง
ค่าเข้าชม
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดิน เอช ฮิบิย่า (H-Hibiya Line) ลงสถานีH01-นากะ เมกุโระ (Naka-meguro)

 

3.สวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุ เกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen National Garden)

 

สวนสาธารณะแห่งชาติของญี่ปุ่นที่อยู่ระหว่างชินจูกุ และชิบูย่า นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนจุดสำคัญของชาวโตเกียวแล้ว ในช่วงเวลาของซากุระ สวนแห่งนี้ก็เป็นอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวและชาวโตเกียวเองต่างมุ่งหน้ามาชมความงาม รวมไปถึงทานมื้อเที่ยงใต้ต้นซากุระกันอีกด้วย

ที่ตั้ง
ค่าเข้าชม
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
การเดินทาง
วิธีที่ 1: นั่งรถไฟใต้ดินสายเอ็ม มารุโนะอูชิ (M-Marunouchi Line) หรือ สายเอฟ ฟูโกะโตชิน (F-Fukotoshin) ลงสถานีM09/F13 ชินจูกุ ซานโคเมะ (Shinjuku-sanchome) ทางออก E8
วิธีที่ 2: นั่งรถไฟใต้ดินสายเอส ชินจูกุ (S-Shinjuku) ลงสถานีชินจูกุ ซานโคเมะ S02-Shinjuku-sanchome ทางออก E8
วิธีที่ 3: นั่งรถไฟสายยามาโนเตะ (Yamanote Line) ลงสถานีชินจูกุ (Shinjuku) ออกทางใต้ใหม่ (New South Exit)

 

4.สวนสาธารณะริมแม่น้ำสุมิดะ (Sumida Park)

 

ใกล้วัดเซนโซจิวัดชื่อดังของโตเกียวมีจุดชมซากุระที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อน หลังจากเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเซนโซจิกันแล้ว ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำสุมิดะนั้น มีต้นซากุระที่เรียงรายไปตามแม่น้ำสุมิดะด้วยบรรยากาศของสายน้ำและดอกซากุระที่งดงาม ที่แห่งนี้จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเก็บบรรยากาศและภาพสวยๆ อีกแห่งหนึ่งของโตเกียว

ที่ตั้ง
ค่าเข้าชม
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
การเดินทาง
วิธีที่ 1: นั่งรถไฟใต้ดินสายจี กินซ่า (G-Ginza) ลงสถานีG19-อาซากุสะ (Asakusa) ทางออกที่ 4 หรือ 5
วิธีที่ 2: นั่งรถไฟใต้ดินสายเอ อาซากุสะ (A-Asakusa) ลงสถานีA18-อาซากุสะ Asakusa ทางออกที่ 4 หรือ 5

 

5. สวนสาธารณะอิโนคาชิระ (Inokashira Park)

 

ย่านที่มีร้านเก๋ๆ อย่างคิชิโจจิ ที่ไม่เพียงแต่ร้านค้าที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ในช่วงเวลาแห่งการชมซากุระ สวนสาธารณะอิโนคาชิระที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ก็เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนและชมความงามของซากุระ ภายในสวนนั้นมีบ่อน้ำที่เสมือนทะเลสาบขนาดย่อมอยู่ตรงกลางและมีต้นซากุระอยู่กว่าหลายร้อยต้นแข่งกันเบ่งบานอย่างสวยงาม เป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระยอดนิยมแห่งโตเกียวเลยทีเดียว รวมไปถึง หากใครเป็นแฟนของสตูดิโอ กิบรี (Studio Ghibli) ย่านนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ กิบรี (Ghibli Musuem) อีกด้วย

ที่ตั้ง
ค่าเข้าชม
ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
การเดินทาง
วิธีที่ 1: เริ่มต้นที่สถานีชินจูกุ (Shinjuku) นั่งรถไฟสายชูโอะ (Chuo Line) ลงสถานีคิชิโจจิ (Kichijoji)
วิธีที่ 2: เริ่มต้นที่สถานีชิบูย่า (Shibuya) นั่งรถไฟสายอิโนะคาชิระ (Inokashira Line) ลงสถานีปลายทาง คิชิโจจิ (Kichijoji)

↑ กลับไปข้างบน

 

พูดภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ


 

ประโยคภาษาไทย ประโยคภาษาญี่ปุ่น
สวัสดีตอนเช้า โอะฮะโย โกะไซมัส
สวัสดีตอนกลางวัน คนนิจิวะ
สวัสดีตอนเย็น คมบังวะ
ราตรีสวัสดิ์ โอะยะสุมินะไซ
ขอโทษนะคะ/ครับ (ขึ้นต้นประโยคก่อนสอบถาม) สุมิมะเซ็น
ขอโทษค่ะ/ครับ (กรณีทำผิด ทำให้เดือดร้อน) โกะเม็นนะไซ
ขอบคุณค่ะ/ครับ อะริงะโตะ โกะไซมัส
ฉันไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นค่ะ/ครับ วะตะชิ วะ นิฮงโกะ งะ วะคะริมะเซ็น
(ชื่อสถานที่) อยู่ที่ไหนคะ/ครับ (ชื่อสถานที่) วะ โดโคะ เดสก๊ะ
มีที่นั่งปลอดบุหรี่ไหมคะ/ครับ อะนะตะ งะ คิงเง็ง เซกิ โอะ มตเตะ อิมัสกะ
มีเมนูภาษาอังกฤษไหมคะ/ครับ เอย์โกะ เมนู งะ อะริมัส
มีเมนูมังสวิรัตไหมคะ/ครับ อะนะตะ วะ เบจิตะริอัน โนะ เมนู โอะ มตเตะ อิมัส
เก็บเงินด้วยค่ะ/ครับ โอะคันโจ เนไง ชิมัส

 

↑ กลับไปข้างบน

 

การขอวีซ่าสำหรับเดินทางไปโตเกียว


 

ปกติคนไทยจะต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เป็นต้นมา ทางการประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศ

ยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทย ทำให้คนไทยสามารถเดินทางไปพำนักในประเทศญี่ปุ่น 15 วัน ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

 

↑ กลับไปข้างบน