เที่ยวไหนดี ไอคอนเที่ยวกลางคืนเมนูแนะนำ ไอคอนโรงแรม ไอคอนการเดินทาง ไอคอนอุณหภูมิ ไอคอนภาษา ไอคอนวีซ่า

ข้อมูลเบื้องต้น


อุณหภูมิโอซาก้า ปลั๊กไฟญี่ปุ่น

tokyo travel guide 02

โอซาก้าหรือโอซะกะ (Ōsaka) เป็นเมืองที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมแบบเก่าเข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ไว้อย่างลงตัว  ตั้งแต่ ปราสาท  วัดวาอาราม  และพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไปจนถึงสปาออนเซ็น สวนสนุกธีมพาร์คขนาดใหญ่และแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าเครื่องใช้นอกจากการเป็นเมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ โอซาก้ายังได้รับสมญานามว่าเป็น  "ห้องครัวของแผ่นดิน"  เนื่องจากชาวโอซาก้าให้ความสำคัญกับการกินอาหารเป็นอย่างมากจนเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า “เกียวโตแต่งสวยจนกระเป๋าแห้ง โอซาก้ากินแหลกจนหมดตัว” หากคุณรักการชิม ช้อป และชื่นชม ธรรมชาติพร้อมวัฒนธรรมที่งดงาม ต้องไม่พลาดมาเยี่ยมเยียนโอซาก้าสักครั้งในชีวิต!
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ


🏯
ปราสาทโอซาก้า, 🎡 ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน, 🛍 โดทมโบะริ

 

เที่ยวไหนดีที่โอซาก้า


001w

ปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่โอซาก้ามาช้านาน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1583 โดยโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ นักรบระดับไดเมียว

ที่พยายามรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่น ด้วยความตั้งใจจะให้ปราสาทนี้เป็นศูนย์กลาง การปกครองใหม่ของญี่ปุ่น

ปราสาทโอซาก้าถือเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในเวลานั้นภายหลังตระกูลโทโยโทมิถูกฆ่าล้างโคตร

ที่นี่ก็ถูกโจมตีอย่างหนัก อีกทั้งในเวลาต่อมา ยังถูกฟ้าผ่าและไฟไหม้ จนกระทั่งได้รับการบูรณะจนสมบูรณ์

และเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าเยี่ยมชมอย่างในปัจจุบัน

ปราสาทโอซาก้า
ประวัติปราสาทโอซาก้า

ซากุระ โอซาก้าภาพจาก: Expedia View Finder

 

ภายในปราสาทเก็บรักษาเอกสาร ภาพเขียน และเครื่องแต่งกายโบราณ ประจำตระกูลโทโยมิ ซึ่งเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นที่สำคัญ

ปราสาทโอซาก้ามีความสูง 8 ชั้น หากขึ้นไปยังชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้สุดลูกหูลูกตา ยิ่งไปกว่านั้นความสวยงามของปราสาทโอซาก้า

จะถูกขับเน้นเป็นพิเศษในช่วงเดือนเมษายนเมื่อต้นซากุระ กว่า 600 ต้นในสวนทางทิศตะวันตกของปราสาทบานสะพรั่ง

นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ปราสาทโอซาก้ายังปรากฏในวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ร่วมสมัย อย่างการ์ตูนนักสืบจิ๋วโคนัน (เล่ม 31-32)

ปราสาทโอซาก้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกที่แฟนพันธุ์แท้มังงะเรื่องดังกล่าวต้องไม่พลาดมาเช็คอิน

 

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟใต้ดิน: เดิน 10 นาที จากสถานีทะนิมะจิ 4-โจเมะ (Tanimachi 4-chome Station)

 

Bring your appetite with you when you visit Osaka Castle. Although most travelers go here —it’s Osaka’s most popular attraction—they don’t anticipate the various food trailers, which serve up local favorites like okonomiyaki pancakes, as well as more eclectic dishes like “taco rice”.

 

By Robert Schrader founder of Leave Your Daily Hell

 

002w

วัดชิเท็นโนจิ

วัดชิเท็นโนจิ ภาพจาก: Expedia View Finder

 

วัดชิเท็นโนจิถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า เพราะนอกจากที่นี่จะเป็นหนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น

วัดชิเท็นโนจิยังเป็นอารามทางพระพุทธศาสนาแห่งแรกในญี่ปุ่น วัดชิเท็นโนจิถูกสร้างขึ้นในปี 593 โดยเจ้าชายโชโทคุ

ในสมัยที่พระจักรพรรดินีซูอิโกะ จักรพรรดินีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นขึ้นครองราชย์ ซึ่งถือเป็นราชวงศ์แรกของญี่ปุ่นที่ทรงนับถือพระพุทธศาสนา

ภายในประกอบไปด้วยเจดีย์ห้าชั้น (Gojunoto) วิหารทองคำ (Kondo)ที่ประดิษฐานรูปเคารพพระโพธิสัตว์เนียวไร (Nyorai Kannon)

และหอธรรม (Kodo) รอบอาคารห้อมล้อมไปด้วยระเบียงทางเดินที่เปิดเป็นประตูทางทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศตะวันออก

ซึ่งลักษณะอาคารและการวางผังที่แสดงให้เห็นถึงการรับอิทธิพลในการสร้างวัด มาจากประเทศจีนอย่างชัดเจน

สวนญี่ปุ่น วัดชีเท็นโนจิ โอซาก้าภาพจาก: Expedia View Finder

 
ในช่วงเวลากว่า 1,400 ปีที่วัดชีเท็นโนจิถูกทำลายจากภัยสงครามและภัยธรรมชาติจนวอดวายมาแล้วหลายครั้ง วัดที่เห็น ณ ปัจจุบันเป็นวัดที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้คงตามรูปแบบดั้งเดิมทุกประการ ภายในอาณาบริเวณของวัด ยังมีร้านขายน้ำชาและขนมมันจูรวมถึงสวนญี่ปุ่นที่มีต้นเมเปิลและต้นซากุระ ปลูกแซมไว้ในบรรยากาศที่สงบงดงาม

วันที่เหมาะแก่การมาเยี่ยมชมวัดเป็นพิเศษคือวันที่ 22 เมษายนของทุกปี เพราะวัดชิเท็นโนจิจะมีงานเทศกาล (Shoryo-e Bugaku Daihoyo) ที่มีการทำพิธีสงฆ์พร้อมการร่ายรำกากะคุ ซึ่งเป็นการแสดงชั้นสูงของราชสำนัก อีกทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ที่ควรค่าแก่การเข้าชมอย่างยิ่ง

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟใต้ดิน: เดิน 5 นาที จากสถานีชิเท็นโนจิเม ยูฮิกาโอกะ (Shitennoji-mae-Yuhigaoka Station) ทางออก 4
รถไฟ: เดิน 10 นาที จากสถานีรถไฟบนดินเจอาร์ เท็นโนจิ (JR Tennoji Station [JR Loop Line])
003w

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะภาพจาก: https://commons.wikimedia.org

 
ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ หนึ่งในศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดสร้างในศตวรรษที่ 3 ตามความเชื่อในศาสนาชินโตก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเข้ามาเผยแผ่ในประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ เป็นศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ประกอบพิธีแต่งงาน ทั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ มักมีผู้คนนิยมแวะมาเยี่ยมชม สักการะในช่วงเทศกาลปีใหม่กันเป็นจำนวนมาก สถาปัตยกรรมของศาลเจ้าสุมิโยชิมีชื่อเรียกว่า “สุมิโยชิ ซึคุริ” ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแท้ แตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย

รูปแบบทางสถาปัตย์ที่เห็นได้จากศาลเจ้าสุมิโยชิ ประกอบด้วย หลังคาทรงตรง บนหน้าจั่วหัวและท้ายมีไม้ไขว้กันเป็นรูปคล้ายกากบาท และมีไม้ 5 ท่อนเล็กๆ วางขวางตามความยาวของหลังคา กำแพงไม้ลงรักสีขาวตัดกับเสาค้ำตัวศาลเจ้าสีแดงสด มีรั้วอยู่รายรอบแต่ละศาล

ศาลเจ้าสุมิโยชิเป็นที่สถิตของเทพเจ้าชินโต ผู้ปกปักษ์รักษาชาวประมงญี่ปุ่นให้อยู่รอดปลอดภัย จึงมักมีการปลูกสร้างศาลเจ้าไว้ริมทะเลทั่วประเทศ ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ ต่างจากศาลเจ้าชินโตทั่วไปตรงที่มีศาลเอกถึง 4 ศาล ในขณะที่ศาลเจ้าชินโตอื่นๆ มีศาลเอกเพียงศาลเดียวเท่านั้น โดยทั้ง 3 ศาลเอก ปลูกสร้างเรียงเป็นแนวตรง หันหน้าออกทางทิศตะวันตก ส่วนศาลเอกหลังที่4 หันขวางอยู่ด้านข้าง ราวกับกองเรือที่ฝ่ามรสุมในมหาสมุทร เป็นรูปแบบที่หาชมได้ยากในญี่ปุ่น

ด้านหน้าบริเวณทางเข้าของศาล คือ สะพานโซริฮาชิ ที่โดดเด่นด้วยความบิดโค้งราวกับครึ่งวงกลมและราวสะพานสีแดงสดที่สะกดสายตา ชวนให้หยิบกล้องขึ้นมารัวชัตเตอร์ไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้บริเวณศาลสุมิโยชิ ไทฉะ ยังมีหินที่กระจัดกระจายโดยทั่ว จึงเชื่อกันว่าหากผู้ใดสามารถรวบรวมหินที่เขียนอักษร “โกะ(五)” “ได(大)” “ริกิ(力)” ไว้ได้ จะสามารถนำไปทำเป็นเครื่องราง “โกะไดริกิ” ที่จะบันดาลพรต่างๆ ให้สมดังปรารถนา

สุมิโยชิ ซึคุริภาพจาก:https://upload.wikimedia.org

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟ: เดิน 5 – 10 นาที จากสถานีซุมิโยชิ ไทฉะ รถไฟหลักสายนันไก (Sumiyoshi Taisha Station [Nankai Main Line])
รถราง: เดิน 3 นาที จากสถานีซุมิโยชิโคเอ็น รถรางฮันไก (Sumiyoshikoen Station [Hankai Tramway])

 

004w

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน

ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปนภาพจาก: Expedia View Finder

 

ธีมปาร์คสัญชาติอเมริกันแห่งแรกในเอเชีย เปิดให้บริการเมื่อเดือนมีนาคม 2001 ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 รองจากโตเกียว ดิสนีย์ (Tokyo Disney)

แต่กระนั้นก็ยังพบนักท่องเที่ยวเข้าคิวยาวเหยียด และฝูงชนมหาศาลตามโซนต่างๆ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน มีทั้งหมด 10 โซนด้วยกัน ได้แก่

 

No. ชื่อโซน No. ชื่อโซน
1 โซนฮอลลีวู้ด (Hollywood) 6 โซนหมู่เกาะโอเชียเนียสุดอัศจรรย์ (The Magical Oceania)
2 โซนนิวยอร์ก (New York) 7 โซนทะเลสาบยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ (Universal Studios Lagoon)
3 โซนซานฟรานซิสโก (San Francisco) 8 โซนหมู่บ้านมิตรภาพ (Amity Village)
4 โซนจูราสสิค พาร์ค (Jurassic Park) 9 โซนยูนิเวอร์แซล ดินแดนมหัศจรรย์ (Universal Wonderland)
5 โซนโลกใต้น้ำ (Waterworld) 10 โซนโลกเวทมนตร์ของแฮรี่ พอตเตอร์ (The Wizarding World of Harry Potter)

Universal Wonderlandภาพจาก: Expedia View Finder

บัตเตอร์เบียร์ภาพจาก: Nok Srihong

โซนใหม่อย่างโซนโลกเวทมนตร์ของแฮรี่ พอตเตอร์ (The Wizarding World of Harry Potter) เป็นการจำลองโลกเวทมนตร์ของแฮร์รี่พอตเตอร์

และผองเพื่อนไว้อย่างแนบเนียน อาทิ ปราสาทพ่อมด และเครื่องเล่นสุดหรรษา คุณสามารถแวะซื้อของที่ระลึก

พร้อมชิมบัตเตอร์เบียร์ (ไม่มีแอลกอฮอล์) ที่โด่งดัง นอกจากนี้ที่นี่ยังโครงการสร้าง โซนใหม่ร่วมกับนินเทนโด และจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2020

ช่วงเดียวกับที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกอีกด้วยหากเดินในสวนสนุกแล้วยังไม่จุใจ ภายนอกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน

ก็ยังมียูนิเวอร์แซล โอซาก้า ซิตี้วอล์ก (Universal Citywalk Osaka) เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีร้านค้า

และร้านอาหารจำนวนมาก โดยบริเวณ ชั้น 4 ยังมีพิพิธภัณฑ์ทาโกะยากิ (Osaka Takoyaki Museum)

สำหรับคนที่อยากรู้จักของกินขึ้นชื่อประจำโอซาก้านี้ให้ดียิ่งขึ้น

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
รถไฟ: เดิน 10 นาทีจากสถานีโอมูโระ นินนาจิ สายเคอิฟุกุ คิตะโนะ (Omuro Ninnaji Station [Keifuku Kitano Line])
รถบัส: รถบัสที่ไป สนามบินคันไซ (Kansai Airport) และสนามบินอิตะมิ (Itami Airport) ผ่านสวนสนุกแห่งนี้
เรือ: เรือสายกัปตัน (Captain Line) เดินทางระหว่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า (Osaka Aquarium) และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน (Universal Studios Japan)
005w

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งโอซาก้าไคยุกัง

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า ไคยุกังภาพจาก: Expedia View Finder

 

“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเป็นที่เที่ยวของเด็กๆ” คำกล่าวนี้ไม่เป็นจริงเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อคุณได้รู้จัก “ไคยุกัง” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

และยังใหญ่ติดอันดับโลกชื่อ “ไคยุกัง” ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง การเล่นสนุกอยู่ในท้องทะเล(Playing in the Sea Pavillion)

ดังนั้นที่นี่จึงไม่ใช่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วไป คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดเพลิดเพลินระคนตื่นตาตื่นใจ ราวกับได้แหวกว่ายในมหาสมุทรกว้างใหญ่

ตลอดที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ “ไคยุกัง” มีสัตว์น้ำมากกว่า 580 ชนิด จำนวนกว่า 30,000 ตัว อยู่ในแท็งก์ทั้งหมด 15 แท็งก์ ได้แก่

 

แท็งก์ ชื่อแท็งก์ภาษาไทย ชื่อแท็งก์ภาษาอังกฤษ แนะนำ
1 อะควา เกต Aqua Gate
2 เจแปน ฟอเรสต์ Japan Forest
3 อะลูเชียน ไอส์แลนด์ Aleutian Islands
4 มอนเทอร์เรย์ เบย์ Monterey Bay
5 กัฟ อ็อฟ ปานามา Gulf of Panama
6 เอกวาดอร์ เรนฟอเรสต์ Ecuador Rain Forest
7 แอนตาร์กติกา Antarctica
8 แทสมัน ซี Tasman Sea
9 เกรตแบร์ริเออร์รีฟ Great Barrier Reef
10 แปซิฟิก โอเชี่ยน Pacific Ocean ได้รับความสนใจมากที่สุด
11 เซะโตะ อินแลนด์ ซี Seto Inland Sea
12 โคสต์ อ็อฟ ชิลี Coast of Chile
13 คุกสเตรทส์ Cook Strait
14 เจแปน ดีพส์ Japan Deeps
15 โฟลทติ้ง เจลลี่ฟิช Floating Jelly Fish

 

ไคยุกังภาพจาก: Expedia View Finder

 

โดยแท็งก์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ แปซิฟิก โอเชี่ยน (Pacific Ocean) แท็งก์นี้มีความลึกถึง 9 เมตร จัดแสดงฉลามวาฬขนาดใหญ่

ที่ว่ายอยู่ท่ามกลางฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยและปลากระเบนลายจุด เป็นภาพจำลองใต้มหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่ และเพลินตา ควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง

“ไคยุกัง” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านท่าเรือเท็มโปซาน (Tempozan Harbour Village) บริเวณอ่าวโอซาก้า ใกล้กับศูนย์การค้า หอดูดาว สวนอาหาร

และชิงช้าสวรรค์เท็มโปซานที่โดดเด่น ที่นี่เป็นอีกตัวเลือกที่ดี สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลหลากสายพันธุ์

ในวันฝนตก “ไคยุกัง” ก็ยังเป็นสถานที่หลบฝนเพื่อเดินฆ่าเวลาได้อย่างไม่รู้เบื่ออีกด้วย

ค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
วันเปิดทำการ
การเดินทาง
เดิน 10 นาที จากสถานีโอซาก้าโกะ รถไฟใต้ดินชูโอะ (Osakako Station [Chuo subway line])

 

006w

โดทมโบะริ

โดทมโบะริภาพจาก: Expedia View Finder

ป้ายกูลิโกะ โอซาก้าภาพจาก: Expedia View Finder

สถานที่กิน ดื่ม เที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโอซาก้า มีลักษณะเป็นถนนเลียบขนานกับคลองโดทมโบะริ  ตั้งแต่สะพานโดทมโบะริบะชิไปจนถึงสะพานนิปปงบะชิ ด้านข้างเป็นร้านอาคารและคาเฟ่ หน้าร้านประดับประดาด้วยป้ายไฟโฆษณาขนาดใหญ่ที่แข่งกันเรียกเสียงหัวเราะและความสนใจจากนักท่องเที่ยวตลอด สองข้างทาง เสน่ห์ของโดทมโบะริ คือ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการมีหัวการค้าและอารมณ์ขัน ของชาวโอซาก้า ถ้าอยากรู้จักเมืองโอซาก้าและผู้คนอย่างลึกซึ้งก็ต้องปักหมุดย่านนี้ ไว้ในทริปการเดินทาง

ป้ายโฆษณาที่โด่งดังที่สุดในย่านนี้คงจะหนีไม่พ้นป้ายกูลิโกะ (Glico Running Man) ซึ่งรุ่นล่าสุดเพิ่งเปลี่ยนใหม่เมื่อปลายปี2557 นับเป็นป้ายกูลิโกะรุ่นที่ 6 จากทั้งหมดที่เคยติดตั้งมา ป้ายนี้ทำจากไฟ LED ทั้งหมด 143,976 ดวง สามารถฉายภาพเคลื่อนไหวได้หลายรูปแบบด้วยกัน
ป้ายโฆษณาอื่นๆ ได้แก่ ป้ายปูยักษ์ คะนิโดะระกุ ปูจักรกลขนาดยักษ์ที่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ป้ายบอลลูนปลาปักเป้าแห่งร้านซุโบะระ ซึ่งมีเมนูปลาปักเป้าสุดหรูไว้รอท้าทายความกล้า ป้ายเกี๊ยวไซส์บิ๊กเบิ้มหน้าร้านอาหารจีน  ป้ายซูชิคำโตหน้าร้านซูชิ  ป้ายตัวดารุมะหน้าร้าน เมนูอาหารเสียบไม้ และป้ายวัวลอยชวนให้ฉงนหน้าร้านเนื้อย่าง ฯลฯ

ในละแวกเดียวกัน ยังมีดงกิโฮะเทะหรือที่เรียกกันติดปากว่าดองกี้ ร้านช้อปปิ้งที่รวบรวมขนมนมเนย เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้าในราคาประหยัดเหมาะสำหรับการหาซื้อของฝากคนที่บ้าน หากเบื่อแสงสีและ ต้องการสัมผัสกลิ่นอายเก่าๆ ของโอซาก้า คุณยังสามารถเดินทะลุจากถนนเส้นใหญ่ไปยังตรอก โฮเซนจิ โยโคโช ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดโฮเซนจิที่พ่อค้าแม่ค้ามักมาสักการะขอโชคลาภ ภายในตรอกแคบๆความยาว 80 เมตรนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านเหล้าแบบอิซะกะยะกว่า 60 ร้าน ถือเป็นมุมหนึ่งที่ควรค่าแก่การสัมผัส ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโดทมโบะริ

ป้ายปูยักษ์ คะนิโดะระกุ ภาพจาก: Expedia View Finder

ช่วงเวลาที่ร้านเปิด
การเดินทาง
รถไฟ: ลงที่สถานีนัมบะ (Namba) หรือ สถานีนิปปอมบาชิ (Nippombashi)
007w

แหล่งช้อปปิ้งชินไซบาชิ

ชินไซบาชิภาพจาก: https://upload.wikimedia.org/

 

เตรียมกระเป๋าตังค์ให้พร้อมแล้วซ้อมมาละลายทรัพย์ได้ที่นี่ เพราะชินไซบาชิเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโอซาก้า

ชินไซบาชิเป็นที่ตั้งของห้างไดมารูขายเสื้อผ้าและของใช้สุดหรูหราบนถนนประกอบไปด้วย ร้านค้าปลีกและร้านแฟรนไชส์ชั้นนำรวมกว่า 180 ร้าน

ตัวอย่างร้านค้าชั้นนำ ได้แก่ อาร์มานี่ (Armani), เบเน็ตตอง (Benneton), บูลแกรี่ (BVLGARI), การ์ติเย่ร์ (Cartier), ชาแนล (Chanel), โค้ช (Coach), คริสตา นะกะโฮะริ (Crysta Nagahori), ดีเซล (Diesel), ดิออร์ (Dior), โดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า (Dolce & Gabbana), ดันฮิลล์ (Dunhill), เฟนดิ (Fendi), มุลเลอร์ (Muller), แก๊ป (Gap), จอร์โจ อาร์มานี่ (Giorgio Armani), จีวองชี่ (Givenchy), เอชแอนด์เอ็ม (H&M), แฮร์รี่ วินสตัน (Harry Winston), แอร์เม็ส (Hermès), หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton), โอเมก้า (Omega), โอพีเอ (OPA), โรเล็กซ์ (Rolex), ซาแมนธา ทาวาซ่า (Samantha Thavasa), โตคิว แฮนด์ (Tokyu Hands), ยูนิโคล่ Uniqlo, เวอร์ซาเช (Versace), วิเวียน เวสต์วูด (Vivienne Westwood) และ อีฟว์ แซ็ง โลร็อง (Yves Saint-Laurent)

ย่านชินไซบาชิตะวันออกเป็นที่ตั้งของอะเมะริคะมูระ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นฮาราจูกุแห่งโอซาก้า ในอดีตที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของโกดังสินค้า

ที่จำหน่ายสินค้านำเข้า เช่น เสื้อผ้าวินเทจ กระดานโต้คลื่น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากอเมริกา จึงเป็นที่มาของชื่อ “อะเมะริคะมูระ”

หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันสั้นๆ ว่า “อะเมะมูระ” ซึ่งต่างจากบริเวณช้อปปิ้งโซนตะวันตกที่เป็นที่ตั้งของแบรนด์หรูราคาแพง

ที่นี่เป็นแหล่งขายเสื้อผ้าแนวๆ ทั้งสินค้าที่ผลิตในญี่ปุ่นเองและสินค้านำเข้า บริเวณอะเมะริคะมูระมีที่สำหรับเล่นดนตรีสด

จึงเป็นแหล่งรวมของนักดนตรี และวัยรุ่นฮิปๆ ที่มักโคจรมาพบกันในช่วงวันหยุด

ช่วงเวลาที่ร้านเปิด
การเดินทาง
รถไฟ: ลงที่สถานีชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

↑ กลับไปข้างบน

 

แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน


แหล่งท่องเที่ยวกลางคืน โอซาก้าภาพจาก: Expedia View Finder

 

โอซาก้ามีร้านกินดื่ม บาร์ และไนต์คลับมากมาย โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเมืองซึ่งเป็นโอเอซิสของขาปาร์ตี้

ทั้งในย่านโดทมโบะริ นัมบะ ชินไซบาชิ และอะเมะริคะมูระ สถานที่เที่ยวกลางคืนแต่ละแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก

และมีคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ไม่ว่าคุณจะมองหาบรรยากาศกินดื่ม เรียบหรูมีคลาส นั่งเอ้อระเหยไปกับดนตรีเรกเก้โจ๊ะๆ

ร้องคาราโอเกะโต้รุ่งแบบบ้าหลุดโลก หรืออยากจะโยกสุดตัวในผับอิเล็กทรอนิกส์ ที่นี่ก็มีพร้อมสรรพให้เลือกสรร

หากคุณยังไม่มีไอเดีย เราก็มีรายชื่อ ร้านเจ๋งๆ ดังๆ ที่รับประกันว่าคุณต้องประทับใจ

001w

ซินเควเซนโต้ (Cinquecento)

 

บาร์ค็อกเทลเล็กๆ ที่ไม่เคยเงียบเหงา เพราะมีทั้งวัยรุ่นโอซาก้าและนักเดินทางจากทั่วทุกสารทิศผลัด กันแวะเวียนมาเยี่ยม ที่นี่มีคอนเซ็ปต์เก๋สุดๆตามความหมายตรงตัวกับชื่อร้าน คือการจำหน่ายเครื่องดื่มในราคา 500 เยน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงมากนัก เหมาะสำหรับการมาพบปะพูดคุยสังสรรค์ กินบรรยากาศกันในแบบเบาๆ

สถานที่ตั้ง : ย่านฮิกาชิ-ชินไซบาชิ

002w

แซม แอนด์ เดฟ วัน (Sam and Dave One)

 

ถ้าพูดถึงผับยอดฮิตติดอันดับในโอซาก้าย่อมต้องมีแซม แอนด์ เดฟ วัน หลุดออกมาเป็นชื่อแรกๆ เพราะที่นี่คือสถานที่สำหรับสิงห์ปาร์ตี้หลากเชื้อชาติ แวะเวียนมาวาดลวดลายแข่งกัน ภาษาจึงไม่ใช่ข้อจำกัดถึงคุณจะพูดญี่ปุ่นไม่ได้ คุณก็ยังสนุกได้เต็มที่ ดนตรีที่เปิดในร้านก็มีตั้งแต่เพลง โอลด์ สคูล (Old School), เซ็กซี่ อาร์แอนด์บี (sexy R&B) ไปจนถึง ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะตึ้บๆ รับรองว่าได้เพื่อนใหม่และไม่เบื่อชัวร์

สถานที่ตั้ง : ชั้น 6 ตึก เซาท์เทิร์น พาเลซ (Southern Palace) ย่านฮิกาชิ-ชินไซบาชิ

003w

อาวล์ โอซาก้า (Owl Osaka)

 

ผับเทรนดี้สุดหรูในย่านอุเมดะที่มีวัยรุ่นญี่ปุ่นคับคั่ง ภายในร้านเป็น ฟลอร์ขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้ถึง 700 คนด้วยกัน ตลอดคืนจะมีดีเจเปิดแผ่น ล้อไปกับภาพกราฟิก บนจอ LED ขนาดใหญ่ยักษ์ คุณจะได้สนุกไปกับจังหวะมันส์ๆ ขณะเพลินตาไปกับวัยรุ่นโอซาก้าที่แต่งตัว กันมาแบบจัดเต็ม

สถานที่ตั้ง : ตึก อุเมะดะ ระคุเท็นจิ (Umeda Rakutenchi) ย่านคิตะ

004w

วิดีโอ เกม บาร์ สเปซ สเตชั่น
(Video Game Bar Space Station)

 

ใครว่าที่เที่ยวกลางคืน มีให้เลือกแค่ต้องชิลล์หรือต้องเต้น หากคุณมีจิตวิญญาณ ของ geek ซ่อนอยู่ และหลงไหลในเกมนินเทนโด เอ็กซ์บ็อกซ์ (xbox) หรือแฟมิคอม คุณจะต้องไม่พลาดที่นี่ เพราะ วิดีโอ เกม บาร์ สเปซ สเตชั่น (Video Game Bar Space Station) ได้ระดมเกมจากวันวานมาให้คุณเล่น อาทิ มาิโอ คาร์ต (Mario Kart), สตรีท ไฟท์เตอร์ (Street Fighter) และ ดองกีคอง (Donkey Kong) คุณสามารถ รัวนิ้วบนจอยสติ๊กอย่างเมามันส์ พลางเลือกจิบเครื่องดื่มชื่อแปลกๆ อย่าง พิกาจู (Pikachu) หรือ ฮะโดเคน (Hadouken) ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ความสนุกที่ยากจะเลียนแบบ ถ้าไม่ใช่่ในญี่ปุ่น

สถานที่ตั้ง : ย่านนิชิชินไซบาชิ

↑ กลับไปข้างบน

 

อาหารในโอซาก้า


 
หากคุณมาเยือนโอซาก้าแล้ว กระเพาะของคุณจะไม่รู้จักคำว่าหิว เพราะที่นี่มีร้านรวงอยู่ในทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะย่านศูนย์การค้า

ริมถนนที่พลุกพล่าน หรือในตรอกซอกซอยที่พ้นหูพ้นตานักท่องเที่ยว ย่านที่มีร้านอาหารมากชนิดที่สุดเห็นจะเป็นย่านโดทมโบะริ

แต่ที่จริงแล้วโอซาก้ามีเพชรน้ำงาม ซ่อนอยู่มากมาย ด้านล่างนี้เราขอแนะนำร้านอาหารที่เป็นที่กล่าวขวัญในแต่ละแขนง

เพื่อให้คุณเที่ยวโอซาก้าอย่างอิ่มอร่อย สมบูรณ์แบบตลอดทริป

 

 

Osaka is referred to as “Japan’s kitchen” and visitors to the city soon realise why. From street food to Michelin starred restaurants, there’s something to suit all budgets and tastes in Osaka. Locals love to eat out and everywhere you look there seems to be a great food spot.

 

By Paul Kristoff founder of http://thecitylane.com/

 

001w

โอะโคะโนะมิยะกิ

โอะโคะโนะมิยะกิภาพจาก: Nok Srihong

 

ชาวต่างชาติมักรู้จักในนามของแพนเค้กญี่ปุ่นหรือพิซซ่าญี่ปุ่น “โอะโคะโนะมิ” แปลว่าสิ่งที่ชอบ (what you like)

ส่วน “ยะกิ” แปลว่าปิ้งย่างหรือทำอาหาร (grilled/cooked) จึงหมายถึงการรวมสิ่งที่ชอบในอาหารหนึ่งจาน

โอะโคะโนะมิยะกิเป็นอาหารที่คนไทยและชาวต่างชาติคุ้นลิ้นเป็นอย่างดี แต่น้อยคนจะรู้ว่าอาหารชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากโอซาก้า

โอะโคะโนะมิยะกิในโอซาก้ามักจะมีขนาดเล็กกว่าที่โตเกียว โดยแต่ละร้านจะมีสูตรเฉพาะตัวและรสชาติต่างกันไป

 

แนะนำร้านดัง

 

1. โอะโคะโนะมิยะกิ คิจิ (Okonomiyaki Kiji)

 

ร้านดังในหมู่คนไทยถึงขนาดมีเมนูภาษาไทย เมนูที่อยากให้ลองคือโอะโคะโนะมิยะกิหน้าโมจินุ่มหนึบ สามารถเลือกนั่งโต๊ะที่มีเตา หรือเลือกนั่งที่เคาน์เตอร์ดูเชฟเสกโอะโคะโนะมิยะกิสูตรเด็ด น่าทาน แถมได้ความเพลิดเพลินอีกด้วย

สถานที่ตั้ง: B1F ตึกอุเมะดะ (Umeda Sky Building)

2. ฟุเกะสึ (Fugetsu)

 

ร้านโอะโคะโนะมิยะกิที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ ที่นี่ใช้ไฟต่ำในการทอดแป้งโอะโคะโนะมิยะกิ จึงทำให้ได้โอะโคะโนะมิยะกิรสนุ่มชุ่มฉ่ำ ต่างจากโอะโคะโนะมิยะกิร้านอื่นๆ

สถานที่ตั้ง: B1 คริสตา นะกะโฮะริ (Crysta Nagahori) และอีกหลายสาขาทั่วโอซาก้า

 

3. ยะกิเซ็น (Yagizen)

 

ความพิเศษคือที่นี่ใช้เตาหลายเตาแยกย่างโอะโคะโนะมิยะกิแต่ละชิ้น แนะนำให้ชิมโอะโคะโนะมิยะกิเส้นโซบะ ที่ทางร้านผัดจนเส้นกรุบกรอบเข้ากันดีกับซอสรสกลมกล่อม แค่อ่านก็น้ำลายไหลแล้ว

สถานที่ตั้ง: ตรอกโฮเซนจิ โยโคโช

 

002w

ทะโกะยะกิ

ทะโกะยะกิภาพจาก: Expedia View Finder

 

อาหารว่างทรงกลมที่โด่งดังไปทั่วโลก

มีต้นกำเนิดจากที่โอซาก้าเช่นเดียวกับโอะโคะโนะมิยะกิ โดยมีพ่อค้านำสูตรอะคะชิยากิ (หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่าทะมะโกะยะกิ)

มาดัดแปลงจนได้ทะโกะยะกิที่กรอบกว่าและมีรสสัมผัสของไข่น้อยกว่าต้นฉบับ ทะโกะยะกิทำมาจากแป้ง ไข่และน้ำสต๊อก สอดไส้ด้วยปลาหมึก

เราสามารถพบร้านทะโกะยะกิได้ทั่วไปในโอซาก้า โดยเฉพาะที่โดทมโบะริ อะเมะริคะมูระ

และตามศูนย์การค้า เช่นที่ ยูนิเวอร์แซล ซิตี้วอล์ก โอซาก้า (Universal Citywalk Osaka)

ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ทะโกะยะกิ พร้อม ด้วยร้านทะโกะยะกิมากมาย

 

แนะนำร้านดัง

 

1. ทะโกะยะกิ วะนะกะ (Takoyaki Wanaka)

 

ทะโกะยะกิร้านดังที่มีสาขาทั่วโอซาก้า ที่นี่เสริฟทะโกะยะกิร้อนๆ และมีทะโกะยะกิหลากหลายรสชาติให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบต้นตำรับที่โรยหน้าด้วยปลาแห้งหรือแบบที่โรยด้วยต้นหอม จุดเด่นคือพนักงานใส่เสื้อสีแดงโพกผ้าสีน้ำเงินยืนขะมักเขม้นต้อนรับอยู่หน้าร้าน

สถานที่ตั้ง: ย่านนัมบะ

2. อัจจิจิ ฮอนโปะ (Acchichi Honpo)

 

ร้านทะโกะยะกิริมแม่น้ำโดทมโบะริ ใช้ปลาหมึกสดๆ สั่งตรงจากตลาดปลา เตาแบบพิเศษให้ทะโกะยะกิที่สัมผัสกรอบนอกฉ่ำใน ซอสที่ใช้ก็สั่งทำมาเป็นพิเศษจากฮิงาชิ เมนูแนะนำของที่นี่คือทะโกะยะกิ ซอสมายองเนส

สถานที่ตั้ง: ข้างร้านอิชอรัน ราเม็ง (Ichiran Ramen) ริมแม่น้ำโดทมโบะริ

3. โคงะ ริว ทะโกะยะกิ (Kōga Ryu Takoyaki)

 

ร้านทะโกะยะกิขวัญใจชาวโอซาก้าในย่านอะเมะริคะมูระ เปิดมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี ที่นี่ได้รับการันตีความอร่อยจากนิตยสารและทีวีท้องถิ่นหลายสำนัก

สถานที่ตั้ง: ย่านนิชิชินไซบาชิ

 

003w

ร้านอาหารชนิดอื่นๆ

เราได้คัดสรรร้านอาหารดังที่โอซาก้า แม้ว่าเมนูจานนี้จะไม่ใช่เมนูดั้งเดิมจากเมืองโอซาก้า แต่ก็เป็นอาหารจานดังที่มาจากหลายๆ เมืองในญี่ปุ่น

โดยที่คุณไม่ต้องเดินทางไปเมืองต่างๆ ก็ได้ลิ้มลองอาหารภาคต่างๆ ในเมืองโอซาก้าได้เช่นกัน

 

แนะนำร้านดัง

 

1. ชะยะมัมจิ มะกุโระยะ (Chayamamchi Maguroya)

ซาชิมิทูน่าภาพจาก: Expedia View Finder

 
ร้านปลาทูน่าชื่อดังที่มีผู้คนคลาคล่ำตลอดเวลา เพราะมีเมนูที่ทำจากชิ้นส่วนต่างๆ ของปลาทูน่า ทีเด็ดของที่นี่คือซาชิมิทูน่าที่หวาน พร้อมละลายในปาก อร่อยมากแม้ไม่มีน้ำจิ้ม

สถานที่ตั้ง: ใกล้กับสถานีรถไฟอุเมดะ

2. คะนิ โดระขุ (Kani Doraku)

 
ร้านขายปูชื่อดัง ปูของที่นี่สด เนื้อแน่นเต็มก้าม ให้รสหวานฉ่ำ เลือกทานได้ทั้งสด ปิ้ง ย่าง เลือกได้ตามชอบ

สถานที่ตั้ง: ย่านโดทมโบะริ

ปูโอซาก้าภาพจาก: Expedia View Finder

3. อิไม (Imai)

อูด้งภาพจาก: Nok Srihong

 
ร้านอูด้งเลื่องชื่อในเรื่องของน้ำซุป เข้มข้นหอมหวาน ทำจากสาหร่ายคอมบุจากฮอกไกโด และปลาคัทซึโอะแห้งจากคิวชู เมนูชื่อดังของที่นี่คืออูด้งฟองเต้าหู้ และอูด้งเนื้อห่าน

 

สถานที่ตั้ง: ย่านโดทมโบะริ

4. มัตสึซากะกิว ยะคินิคุ เอ็ม (Matsuzakagyu Yakiniku M)

 
แม้ไม่มีเวลาไปเยือนโกเบหรือฮิดะ โอซาก้าก็ยังมีร้านเนื้อย่างแสนอร่อยคอยรองรับ อย่่างที่นี่ที่มีทั้งคอร์สเมนู (course menu) และเมนูพิเศษ (special menu) ซึ่งประกอบด้วยเนื้อวัวส่วนต่างๆ เนื้ออร่อยชุ่มฉ่ำจนลืมเนื้อที่เคยกินไปเลย

สถานที่ตั้ง: ตรอกโฮเซนจิ โยโคโช

5. ชาบูจิน (Shabuchin)

ชาบูจิน (Shabuchin)ภาพจาก: Google map: https://www.google.co.th/maps/

 
เนื้อโกเบในแบบชาบูสุดอร่อย ทานร้อนๆ ในวันอากาศเย็นหรือวันที่โอซาก้ามีฝนตกปรอยๆ รสชาติหอมหวาน และอุ่นไปถึงข้างในเลยทีเดียว

สถานที่ตั้ง: ย่านนัมบะ

6. พาโบล (Pablo)

 
สุดยอดชีสทาร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในโอซาก้า ที่นี่มีชีสทาร์ตที่อบสุกในระดับที่ต่างกันให้เลือก อร่อยแบบไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นแบบแรร์ (rare) ที่เมื่อผ่าครึ่งก็จะเห็นชีสเยิ้มๆ ไหลออกมาราวกับเค้กลาวา หรือแบบปานกลาง (medium) ที่เนื้อจะอยู่ตัวกว่า ให้รสชาติหวานมันหอมกรุ่นกลิ่นชีสและเนยของตัวแป้งทาร์ต ช่างเป็นชีสทาร์ตที่นุ่มละมุนลิ้นเสียจริง

สถานที่ตั้ง: ย่านนัมบะ

ชีสทาร์ตพาโบล (Pablo)ภาพจาก: Facebook/pablo

7. ตลาดคุโรมง อิจิบะ

ตลาดคุโรมง อิจิบะภาพจาก: Expedia View Finder

 
ตลาดคุโรมง อิจิบะขายสินค้าทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องใช้ และของฝาก แต่โฟกัสหลักของที่นี่คือเรื่องของกินที่มีมากมายหลากหลายประเภทให้เลือก ในราคาที่ไม่แพงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นปลาทูน่าสดใหม่ที่สามารถเลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยา โอเด้งที่ทำขึ้นร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวล อาหารทะเลปรุงสดใหม่หน้าร้านอย่างหอยเชลล์ย่างเนย และผักผลไม้สดๆ มากมาย จึงเป็นสถานที่เหมาะสำหรับมาเปิดหูเปิดตาเดินไปชิมไป หรือในเวลาที่ตกลงกันกับเพื่อนร่วมทริปไม่ได้ว่าอยากทานอะไร แนะนำให้มาฝากท้องกับหลายๆ ร้านที่นี่ แถมเวลาเหลือไปเดินช้อปได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับไปอีกด้วย

สถานที่ตั้ง: ย่านนิชิชินไซบาชิ

↑ กลับไปข้างบน

 

โรงแรมในโอซาก้า


โรงแรมหรูในโอซาก้า

 

โอซาก้าเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญ จึงมีโรงแรมมาตรฐาน 5 ดาวหลายแห่งเปิดให้บริการโรงแรมแรกที่เราขอแนะนำคือ

เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน โอซาก้า


เดอะริทซ์ คาร์ลตัน โอซาก้า (The Ritz-Carlton Osaka) ซึ่งเป็นโรงแรมสุดหรูที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ภายในกว้างขวางโอ่อ่า พร้อมห้องพักสุดคลาสสิกมีให้เลือกหลายระดับทุกรายละเอียดออกแบบด้วยความประณีตพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สปาสุดหรู ศูนย์บริการธุรกิจ ซึ่งเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์ออกกำลังกายและสระว่ายน้ำในร่มเปิดให้บริการฟรี ร้านตัดผม ร้านเสริมความงาม และมีรถบัสลิมูซีนรับส่งสนามบิน (เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม) นอกจากนี้โรงแรมยังตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย ใช้เวลาเดินเพียง 7 นาทีก็จะถึงสถานีรถไฟโอซาก้าและสถานีรถไฟฮันคิว อุเมดะ

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 10,000–120,000 บาท


ถ้าคุณมองหาความหรูหราสไตล์โมเดิร์น โรงแรมโอซาก้า แมริออท มิยะโกะ (Osaka Marriott Miyako Hotel) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่บนชั้นสูงของอาคารอาเบโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas) ห้องพักทุกห้องจึงอยู่สูงเหนือชั้น 38 ขึ้นไป คุณจึงสามารถชมความงามของเมืองโอซาก้าได้ตลอดเวลา และเมื่อขึ้นไปยังชั้น 58 ก็ยังเพลิดเพลินต่อได้กับทิวทัศน์รอบเมืองอันตระการตา ในแบบ 360 องศา นอกจากทิวทัศน์สวยๆ ให้ได้ดื่มด่ำกันแล้ว ที่นี่ยังมีศูนย์ออกกำลังกาย ศูนย์บริการธุรกิจ และห้างสรรพสินค้าด้านล่างคอยให้บริการ สร้างความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาไม่มาก รวมถึงนักธุรกิจที่อยู่ระหว่างการเดินทางได้เป็นอย่างดี

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 9,000–20,000 บาท

โรงแรมโอซาก้า แมริออท มิยาโกะ

 

I had read nothing about the city other than it was lively, economic powerhouse with great food. It took about an hour after arrival, as we made our way to our apartment in Shinsekai,for me to feel Osaka was not what I expected from any Japanese city.My family loved it!

 

By Darcy Moore (@Darcy1968) Founder of darcymoore.net

 

โรงแรมระดับกลางในโอซาก้า

 

โรงแรมมิทซุย การ์เดน โอซาก้า พรีเมียร์


โรงแรมมิทซุย การ์เดน โอซาก้า พรีเมียร์ (Mitsui Garden Hotel Osaka Premier) เป็นโรงแรมระดับกลางที่มีสไตล์ออกแบบโดยผสมผสานวัสดุที่หลากหลาย ห้องพักเป็นพื้นไม้ให้บรรยากาศเท่ และอบอุ่น ภายในห้องมีโทรทัศน์จอแบนและเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ที่นี่มีห้องอาบน้ำส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ชั้นบนสุด นอกจากนี้ยังมีรถรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟโอซาก้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7 นาทีในการเดินทาง เมื่อเทียบกับบรรยากาศและความสะดวกสบายที่จะได้รับ

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 7,000 บาท จึงถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างยิ่ง


หากคุณต้องการบรรยากาศที่แตกต่าง และทำเลชั้นเลิศ โรงแรมมอนเทอเร่ย์ แกรสเมียร์ โอซาก้า (Hotel Monterey Grasmere Osaka) ก็เป็นอีกที่ที่ไม่ควรมองข้ามด้วยกลิ่นอายการตกแต่งเรียบขรึม แต่เปี่ยมเสน่ห์ในแบบผู้ดีอังกฤษ อันน่าดึงดูด นอกจากห้องพักแสนสะดวกสบายแล้ว ที่นี่ยังมีหอศิลป์และห้องอาหารที่เห็นวิวโอซาก้าได้แบบพาโนรามา ยิ่งไปกว่านั้นโรงแรมยังเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟนัมบะผู้เข้าพักจึงสามารถไปเดินเล่นแถบย่านโดทมโบะริได้ภายในเวลาแค่ 10 นาที

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ ที่นี่มีห้องพักราคาปานกลางจนถึงราคาสูง ตั้งแต่ 5,000-9,000 บาท

โรงแรมมอนเทอเร่ย์ แกรสเมียร์ โอซาก้า

 

โรงแรมราคาย่อมเยาในโอซาก้า

 

ไอดีล เทนโนจิ

ไอดีล เทนโนจิ (Ideal Tennoji) เป็นอพาร์ทเมนท์ราคาย่อมเยาที่มีทำเลชั้นเยี่ยมตั้งอยู่ในย่านเทนโนจิ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสามารถเดินไปยังวัดชิเท็นโนจิได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น ที่นี่ตกแต่งแบบมินิมอลด้วยผนังปูนและพื้นไม้ดูเรียบแต่ทันสมัย ภายในมีอ่างอาบน้ำ ตู้เย็น ไมโครเวฟ และบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายให้บริการ

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ ราคาห้องพักตั้งแต่ 3,500 บาทขึ้นไป

ที่พักราคาไม่แพงอีกที่ที่เราอยากแนะนำคือ โอซาก้า เกสท์เฮาส์ ไฮฟ์ โฮสเทล (Osaka Guesthouse HIVE) ซึ่งเป็นโฮสเทลสีสันสดใสตั้งอยู่ในย่านอุเมดะ ใช้เวลาเดินจากที่นี่ไปยังตึกอุเมดะ (Umeda Sky Building) เพียงแค่ 10 นาทีทางโฮสเทลมีตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องทำกาแฟ และบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรี แต่ที่นี่มีกฎให้ผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเข้าพักเท่านั้น

ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ ราคาห้องพักตั้งแต่ 1,700 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกสุดๆ

โอซาก้า เกสต์เฮาส์ ไฮฟ

↑ กลับไปข้างบน

 

การเดินทางในโอซาก้า


 
การเดินทางจากกรุงเทพไปยังโอซาก้า มีหลากหลายสายการบินให้เลือกสรร ระยะทางโดยประมาณ 4,165 กม.

หากเลือกสายการบินที่ทำการบินตรงจากกรุงเทพไปยังโอซาก้าเลย จะใช้เวลาการบินประมาณ 6 ชั่วโมง

หากเลือกบินหลายต่อ เวลาการบินก็จะมากกว่า 7 ชั่วโมง แต่ราคามักจะถูกกว่าบินตรงเสมอ

ตั๋วเครื่องบินราคาถูกจากกรุงเทพไปยังโอซาก้า (BKK-KIX)

 

โอซาก้าเป็นเมืองที่มีการทางคมนาคมครอบคลุมในทุกพื้นที่ จึงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โอซาก้าแบ่งเป็นพื้นที่ทางตอนเหนือที่เรียกว่า “คิตะ”

ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ และอยู่โดยรอบสถานีอุเมดะกับพื้นที่ตอนใต้ที่เรียกว่า “มินามิ” รอบสถานีนัมบะ ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงและร้านค้า

การเดินทางในโอซาก้าสามารถใช้ขนส่งมวลชนได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน รถไฟเอกชน รถบัส และยานพาหนะอื่นๆ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่ต้องการเยี่ยมชม และระยะเวลาที่ต้องการใช้ในการเดินทาง

 

 

รถไฟบนดิน (JR Osaka Loop Line)

 

รถไฟเจอาร์ (JR Line) เป็นรถไฟสายหลักที่เชื่อมโอซาก้าเข้ากับเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคคันไซ ได้แก่ เกียวโต โกเบ นารา และนาโกยะ

ในโอซาก้ามีทั้งสิ้น 19 สถานีด้วยกัน ซึ่งจะวิ่งเป็นวงกลมทวนเข็มนาฬิกา และตามเข็มนาฬิกาสถานีที่สำคัญ อาทิ สถานีเทนโนจิ

ซึ่งวิ่งผ่านสนามบินคันไซและนารา สถานีนิชิคุโจซึ่งวิ่งผ่านยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ เจแปน สถานีโอซาก้า ซึ่งวิ่งผ่านเกียวโต โกเบ และฮิเมจิ

รวมไปถึงสถานีชิน-โอซาก้า ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟชินคังเซ็น รถไฟเจอาร์อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ในโอซาก้าได้ดีเท่ารถไฟใต้ดิน

แต่ก็เหมาะสำหรับการเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ รอบนอกโอซาก้า

รถไฟเอกชนสายอื่นๆ สามารถเดินทางไปบางแห่งที่รถไฟเจอาร์ไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะสถานที่ที่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก

 

รถไฟเอกชน รายละเอียดเส้นทาง
รถไฟฮันชิน (Hanshin Railways) เชื่อมต่อโอซาก้ากับโกเบ
รถไฟไคฮัน (Keihan Railways) เชื่อมต่อใจกลางเมืองโอซาก้า กับใจกลางเมืองเกียวโต
รถไฟนันไก (Nankai Railways) เชื่อมต่อระหว่างนัมบะ (Namba) และสนามบินคันไซ (Kansai Airport), วะกะยะมะ (Wakayama) และภูเขาโคยะ (Mount Koya)
รถไฟฮันคิว (Hankyu Railways) เชื่อมต่อระหว่างสถานีอูมดะ (Umeda Station) กับทิศเหนือของโอซาก้า, โกเบ (Kobe) กับเกียวโต (Kyoto)
รถไฟคินเทะสึ (Kintetsu Railways) เชื่อมต่อโอซาก้ากับสถานที่อื่นๆ ทางทิศใต้ของภูมิภาคคันไซ

 

 

รถไฟใต้ดินเทศบาลเมืองโอซาก้า (Osaka Municipal Subway)

 

ปัจจุบันโอซาก้ามีรถไฟใต้ดิน 8 สายด้วยกัน ครอบคลุม 123 สถานี โดยมีสถานีอุเมดะและสถานีนัมบะเป็นสถานีหลัก

ราคาค่าตั๋วมีตั้งแต่ 180-370 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 90-190 เยนสำหรับเด็ก หากคุณวางแผนเที่ยวภายในโอซาก้าเป็นส่วนใหญ่

รถไฟใต้ดินถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายที่สุด ด้วยเครือข่ายที่เชื่อมโยงทั่วพื้นที่

นอกจากนี้โรงแรมส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ใกล้รถไฟใต้ดินมากว่ารถไฟเจอาร์อีกด้วย

รถไฟใต้ดินจะวิ่งภายในเวลาจำกัด คือตี 5 ถึงเที่ยงคืน ของทุกวันเท่านั้น

 

 

รถแท็กซี่

 

หากคุณเที่ยวเพลินจนตกรถไฟเที่ยวสุดท้าย ต้องการประหยัดแรงจากการเดินไปขึ้นรถไฟ หรือไม่ต้องการนั่งรถบัส

แท็กซี่ก็เป็นอีกบริการที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย แต่ก็ต้องแลกมาซึ่งค่าโดยสารที่แพงกว่าบางครั้งถึง 3,000-5,000 เยน

สำหรับการเดินทางระยะสั้น โดยเฉพาะช่วง เวลากลางคืน 22.00 น. – 05.00 น. ที่ค่าโดยสารอาจแพงขึ้นอีก 30%

คุณสามารถเรียกแท็กซี่ตามจุดเรียกแท็กซี่ที่อยู่ตามหน้าสถานีรถไฟ โรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ได้ทันที

เมื่อถึงที่หมายก็จ่ายเงินตามมิเตอร์ โดยที่ไม่ต้องให้ทิป

 

↑ กลับไปข้างบน

 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวโอซาก้า


 
โอซาก้ามี 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ในญี่ปุ่นแต่ละช่วงของปีมีอุณหภูมิสูง-ต่ำแตกต่างกันไป

โดยเดือนที่ร้อนที่สุดของโอซาก้าคือเดือนสิงหาคม เดือนที่หนาวเย็นที่สุดคือเดือนมกราคม และมีช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดคือเดือนมิถุนายน

 

อุณหภูมิโอซาก้า*ข้อมูลจาก Norwegian Meteorological Institute and Norwegian Broadcasting Corporation

 

ฤดูใบไม้ผลิฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม)

ฤดูใบไม้ผลิ โอซาก้า
ซากุระ โอซาก้า
ภาพจาก: Expedia View Finder

 
ฤดูนี้เป็นช่วงเวลาที่โอซาก้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะต้นไม้นานาพันธ์ุเริ่มผลิใบก่อให้เกิดทิวทัศน์งดงามโดยรอบ ยิ่งช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนถือเป็นไฮไลต์ของฤดู เพราะเป็นช่วงที่ซากุระออกดอกขาวโพลนปกคลุมทั่วโอซาก้า คนญี่ปุ่นมักจะออกมาปิกนิกเพื่อชื่นชมความงามใต้ต้นซากุระ สถานที่ชมซากุระที่สำคัญในโอซาก้า ได้แก่ สวนนิชิโนะมารุ ในสวนปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle Park), สวนนาไง และสวนโยโดกาวะ

 
นอกจากนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โอซาก้ายังมีเทศกาลและงานรื่นเริงที่สำคัญอย่าง การแข่งขันซูโม่ประจำปี(กลางเดือนมีนาคม) พิธีฮิกะเนะ (Higane) ซึ่งจัดขึ้นที่วัดชิเท็นโนจิช่วงเดือนมีนาคม ในช่วงวันวิษุวัติ หรืองานมิโดะซุจิ เฟสต้า (Midosuji Festa) ช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะมีการปิดถนนมิโดะซุจิให้เป็นถนนคนเดินมีการแสดง ร้อง เล่น เต้น และศิลปะ

 
นอกจากนี้ที่โอซาก้ายังมีกิจกรรมสุดฮิตอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือ การเก็บผลสตรอเบอรี่สดจากต้นในฟาร์ม ซึ่งมีสตรอเบอรี่สดฉ่ำหลากสายพันธ์ุ บางฟาร์มยังมีเค้ก ไอศกรีม นมข้นหวานเสิร์ฟให้ฟรีอีกด้วย ฟาร์มสตรอเบอรี่ที่เปิดให้บริการดังกล่าว เช่น ฟาร์มเซเวอะ(Savor Farm), ฮาร์เวสต์ ฮิลล์ (Harvest Hill), ฟาร์มสตรอเบอรี่ ฮารุ (Strawberry Farm Haru), อิซุมิ โคกาวะ อิจิโกะ ฟาร์ม (Izumi Kogawa-Ichigo Farm) และ คิชิวาดะ คังโคโนเอ็น ฟาร์ม (Kishiwada Kankounouen Farm)

 

ฤดูร้อนฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม)

ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาของเทศกาลสำคัญในโอซาก้า นอกเหนือจากเทศกาลกิออน มัตสึริ และเทศกาลคันดะ มัตสึริที่โตเกียวแล้ว

เทศกาลเท็นจิน มัตสึริ ในช่วงฤดูร้อนของโอซาก้าก็ติดอันดับ 1 ใน 3 ของเทศกาลที่มีชื่อเสียงประจำประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน

ชื่อเทศกาล วันที่จัดงาน รายละเอียดงานเทศกาล
เทศกาลเท็นจิน มัตสึริ 24-25 กรกฎาคม ในช่วงนี้ผู้คนทั้งหนุ่มสาว คนเฒ่าคนแก่ จะแต่งกายในชุดยูกาตะ เพื่อเดินทางไปดูการแสดงที่ศาลเท็มมังงุและเดินเล่นตามงานออกร้าน โดยจะมีการทำพิธีลอยหอกไปตามสายน้ำในแม่น้ำโอกาวะในวันที่ 25 กรกฎาคม และจะมีการเดินขบวนเพื่อล่องเรือแห่เทพเจ้าอย่างยิ่งใหญ่ ปิดท้ายด้วยการอวดโฉมดอกไม้ไฟอย่างตระการตา
โยโดกาวะ ฮานาบิ (เทศกาลดอกไม้ไฟ) วันที่ 3 สิงหาคมของทุกปี หากคุณชอบแสงสีและความครึกครื้นควรไปเยือนสักครั้ง ในเทศกาลจะมีทีมดอกไม้ไฟจากนากาโนะและจากโอกายานะจัดแสดงดอกไม้ไฟแข่งกัน ผู้ชมจึงจะได้เห็นภาพท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ไฟราว 10,000 ดอก เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก และมักจะดึงดูดให้ผู้คนหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ

 

 

ฤดูใบไม้ร่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)

ฤดูใบไม้ร่วง โอซาก้าภาพจาก: Nok Srihong

 

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่โอซาก้าขึ้นกล้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้นไม้ใบหญ้าเปลี่ยนสีไปทั่วเมือง บริเวณที่เคยเขียวชอุ่มกลับดูฉูดฉาด มีสีสัน

ไม่ว่าจะเป็นใบของต้นแปะก๊วยบนถนนมิโดสึจิที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด รวมไปถึงใบของต้นเมเปิ้ลสีแสดแซมแดงปกคลุมทั่วสวนปราสาทโอซาก้า

นอกจากนี้โอซาก้ามีงานเทศกาลอีกมากมายในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่

ชื่อเทศกาล วันที่จัดงาน รายละเอียดงานเทศกาล
โอซก้า คลาสสิก (Osaka Classic) ช่วงต้นเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเทศกาลการแสดงดนตรีคลาสสิก จัดบริเวณมิโดสึจิ
เทศกาลไหว้พระจันทร์ วันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งจัดเป็นประจำที่ศาลเจ้าโอซาก้าเท็มมังงุ และที่ศาลเจ้าใหญ่สุมิโยชิ ไทฉะ
เทศกาลนครแห่งสายน้ำ หรือ อะควา เมโทรโพลิส โอซาก้า เฟสติวัล (Aqua Metropolis OSAKA Festival) ช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเทศกาลใหญ่อีกเทศกาลหนึ่งของ โอซาก้า จัดที่นากาโนชิมะ

 

 

ฤดูหนาวฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์)

เช่นเดียวกับหลายๆ ภูมิภาคของญี่ปุ่น เดือนธันวาคมเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองคริสมาสต์และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของโอซาก้า

ร้านรวงต่างๆจึงประดับประดาไปด้วยไฟกระพริบ และของตกแต่งเข้ากับเทศกาล โอซาก้ายังมีงานเทศกาลที่น่าสนใจอีกหลายงาน

ชื่อเทศกาล วันที่จัดงาน รายละเอียดงานเทศกาล
เทศกาลปีใหม่ 1-3 มกราคม โดยวันที่ 1 ถือเป็นวันที่สำคัญมาก ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นวันมงคลที่จะส่งผลถึงวันที่เหลือในปีหน้า ดังนั้นจึงต้องทำจิตใจให้ร่าเริง ไม่โกรธ ไม่เครียด เสื้อผ้า และบ้านจะต้องสะอาด และไม่ควรทำงาน คนญี่ปุ่นมักจะถือโอกาสนี้สวมใส่ชุดที่ดีที่สุด และเดินทาง ไปสักการะศาลเจ้าหรือวัดเพื่อขอพรให้ปีที่กำลังจะมาถึงมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองและความสุข
เทศกาลโทกะ เอบิสุ 9-11 มกราคม จัดที่ศาลเจ้า อิมมามิยะ เอบิสุ จิงจะ และศาลเจ้าโฮริกาวะ เอบิสุ จิงจะ ซึ่งผู้คนจะมาขอโชคลาภให้ บังเกิดแก่ธุรกิจที่ทำอยู่
งานแข่งมาราธอนหญิงโอซาก้า จัดเป็นประจำในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมกราคม

 

↑ กลับไปข้างบน

 

พูดภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ


ประโยคภาษาไทย ประโยคภาษาญี่ปุ่น
สวัสดีตอนเช้า โอะฮะโย โกะไซมัส
สวัสดีตอนกลางวัน คนนิจิวะ
สวัสดีตอนเย็น คมบังวะ
ราตรีสวัสดิ์ โอะยะสุมินะไซ
ขอโทษนะคะ/ครับ (ขึ้นต้นประโยคก่อนสอบถาม) สุมิมะเซ็น
ขอโทษค่ะ/ครับ (กรณีทำผิด ทำให้เดือดร้อน) โกะเม็นนะไซ
ขอบคุณค่ะ/ครับ อะริงะโตะ โกะไซมัส
ฉันไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นค่ะ/ครับ วะตะชิ วะ นิฮงโกะ งะ วะคะริมะเซ็น
(ชื่อสถานที่) อยู่ที่ไหนคะ/ครับ (ชื่อสถานที่) วะ โดโคะ เดสก๊ะ
มีที่นั่งปลอดบุหรี่ไหมคะ/ครับ อะนะตะ งะ คิงเง็ง เซกิ โอะ มตเตะ อิมัสกะ
มีเมนูภาษาอังกฤษไหมคะ/ครับ เอย์โกะ เมนู งะ อะริมัส
มีเมนูมังสวิรัตไหมคะ/ครับ อะนะตะ วะ เบจิตะริอัน โนะ เมนู โอะ มตเตะ อิมัส
เก็บเงินด้วยค่ะ/ครับ โอะคันโจ เนไง ชิมัส

 

↑ กลับไปข้างบน

 

การขอวีซ่าสำหรับเดินทางไปโอซาก้า


 
ปกติคนไทยจะต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 เป็นต้นมา ทางการประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศ

ยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทย ทำให้คนไทยสามารถเดินทางไปพำนักในประเทศญี่ปุ่น 15 วัน ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

 

↑ กลับไปข้างบน