หากใครกำลังจะไปเที่ยวยุโรป เอ็กซ์พีเดียขอนำเสนอโปรตุเกส อีกหนึ่งประเทศน่าเที่ยวทางตอนใต้ของยุโรป ประเทศที่ร่ำรวยทั้งมรดกโลก ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวในโปรตุเกสนั้นก็มีหลากหลาย แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง ทั้งภูเขา ชายหาด หรือแค่ไปเดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันสวยงามเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายในเมืองก็รับรองได้เลยว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

สภาพอากาศที่โปรตุเกสเหมาะแก่การท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ช่วงที่ดีที่สุดที่น่าไปเที่ยวคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศเริ่มอุ่น แต่คนจะยังไม่หนาแน่น ราคาโรงแรมก็ไม่แพง ส่วนช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคมเป็นช่วงที่คึกคักที่สุดของปี หากไปเที่ยวช่วงนี้ก็จะได้ท่องเที่ยวในสภาพอากาศสบายๆ ประมาณ 22 – 26 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ แต่หลังจากนั้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนกันยายน – ตุลาคม อากาศจะเริ่มเย็นลง ไม่ว่าจะตัดสินใจได้แล้วหรือยังไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวโปรตุเกสช่วงเวลาไหน ลองมาดูสถานที่ท่องเที่ยวในโปรตุเกสก่อนว่ามีเมืองไหนที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจให้เราได้ไปกันบ้าง

พาส่องโปรตุเกส แหล่งรวมมรดกโลก


1

ลิสบอน (Lisbon)

1.Lisbon-1

1.Lisbon-2
1.Lisbon-3
ภาพจาก : iStockPhoto

หากพูดถึงการไปเที่ยวโปรตุเกส แน่นอนว่าลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส จะต้องเป็นเมืองจุดเริ่มต้นการท่องเที่ยวสำหรับใครหลายคน ลิสบอนถือเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากมาย การเดินทางก็ง่าย สามารถนั่งรถรางการซึ่งเป็นพาหนะสุดคลาสสิคของลิสบอนเพื่อชมเมืองและสถาปัตยกรรมยุคเก่าได้อีกด้วย จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด เช่น

หอคอยบีเล็ม (Belem Tower) : แลนด์มาร์คของเมืองที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1983 หอคอยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันเมืองริมน้ำ ลักษณะเป็นหอคอยสูง 30 เมตร สร้างขึ้นจากหินอ่อน อดีตหอคอยบีเล็มตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ แต่ปัจจุบันตั้งอยู่ติดริมชายฝั่งเนื่องจากภูมิประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง

จัตุรัสคอมเมิร์ซ (Praca de Comercio) : จัตุรัสที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเทกัส (Tagus River) ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวัง แต่เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวทำให้ตัวพระราชวังเกิดความเสียหายจึงได้สร้างใหม่เป็นจัตุรัสที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน มีร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ดีๆ คอยให้บริการอยู่ บริเวณกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของสมเด็จพระเจ้าโจเซฟที่ 1 แห่งโปรตุเกสบนหลังม้าเป็นจุดเด่นของจัตุรัส

ย่านอัลฟามา (Alfama District) : ย่านอัลฟามาเป็นย่านที่เก่าแก่ที่สุดของลิสบอนและเป็นย่านสำคัญของเมืองที่ยังสมบูรณ์อยู่ ไม่ได้ถูกทำลายไปตอนเกิดแผ่นดินไหว ในย่านนี้เพื่อนๆ สามารถขึ้นไปชมวิวที่มิราโดโร เดอ ซานตา ลูเชีย (Miradouro de Santa Luzia) จุดชมวิวสำคัญของย่าน ยิ่งช่วงตอนเย็นจะได้เห็นท้องฟ้าสีชมพูลับหลังคาสีส้มของเมืองไป ขอบอกเลยว่าสวยงามมาก อีกจุดห้ามพลาดซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของย่านก็คือปราสาทโรมันเก่าแก่ ปราสาทเซนต์จอร์จ (St. George’s Castle)

แบร์โร อัลโต (Bairro Alto) : ศูนย์กลางของเมืองลิสบอน ค่อนข้างแตกต่างกับศูนย์กลางเมืองหลวงของประเทศอื่นๆ เพราะยังคงไว้ซึ่งความเก่าแก่อันมีเสน่ห์ ย่านนี้เหมาะมากสำหรับการแวะมาในช่วงกลางคืนเพื่อดูวิถีชีวิตยามค่ำคืนของผู้คนในลิสบอน หรือหากใครมาตอนกลางวันที่นี่ก็มีพิพิธภัณฑ์น่าสนใจ เช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Natural History and Science) เป็นต้น

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


2

ปอร์โต (Porto)

2.Porto-1

2.Porto-2
2.Porto-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองน่าเที่ยวถัดไปในโปรตุเกสได้แก่ ปอร์โต เมืองเก่าแก่ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโดรู​ (Douro River) ปอร์โตได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางเที่ยวยุโรปที่สำคัญสำหรับสายอาร์ทที่อยากชมสถาปัตยกรรมยุโรปยุคกลาง การท่องเที่ยวในปอร์โตส่วนใหญ่จะเน้นเสพบรรยากาศ ชมเมือง จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด เช่น

สะพานดอม หลุยส์ที่ 1 (Dom Luis I Bridge) : แลนด์มาร์คสำคัญของเมืองปอร์โต เพราะเป็นสะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในโลก มีสองชั้น ชั้นบนเป็นสะพานสำหรับรถไฟ ส่วนด้านล่างเป็นสะพานสำหรับรถยนต์ที่มีอายุกว่า 100 ปี

จัตุรัสริเบรา (Ribeira Square) : จัตุรัสแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า เลียบแม่น้ำโดรู ในตอนกลางวันเพื่อนๆ สามารถไปเดินเล่นตามถนนเพื่อเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ทั้งของที่ระลึก งานศิลปะ หรือจะไปนั่งชิลทานอาหาร จิบชาก็น่าสนใจเหมือนกัน ส่วนตอนกลางคืนที่นี่ก็มีบาร์หลากหลายให้ได้เลือกนั่ง

ปาลาซิโอ ดา บอลซา (Palacio da Bolsa หรือ Stock Exchange Palace) : อาคารที่ในอดีตเคยเป็นสถานที่ในการต่อรองราคาสินค้า เช่น ไวน์แดง และได้รับการจัดเป็นอนุสาวรีย์แห่งชาติตั้งแต่ปี ค.ศ.1982 ภายในห้องแต่ละห้องเพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมผลงานศิลปะได้ เช่นห้องอาหรับ (Arab Room) ที่มีการตกแต่งด้วยศิลปะสไตล์อาราเบียน อีกจุดห้ามพลาดก็คือโบสถ์เซนต์ฟรานซิส (St Francis Church) ซึ่งภายในมีการตกแต่งได้อย่างวิจิตรงดงาม หรูหราตามสไตล์ศิลปะแบบบาโรก

หุบเขาโดรู (Douro Valley) : แหล่งผลิตไวน์แดงหวานสำคัญของยุโรป จนกลายมาเป็นปลายทางเที่ยวยุโรปที่คอไวน์ห้ามพลาด เพื่อนๆ สามารถนั่งเรือล่องแม่น้ำเพื่อชมหุบเขาที่สองฝั่งเต็มไปด้วยต้นองุ่นสำหรับผลิตไวน์ รวมถึงสามารถชิมไวน์กันได้อีกด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


3

ซินตรา (Sintra)

3.Sintra-1

3.Sintra-2
3.Sintra-3
ภาพจาก : iStockPhoto

อีกหนึ่งเมืองมรดกโลกในโปรตุเกสที่ห้ามพลาดได้แก่ ซินตรา เมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1995 ในอดีตเป็นที่อยู่ของชนชั้นสูงของโปรตุเกส ทำให้มีสิ่งก่อสร้างสำคัญอย่างปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตามศิลปะจินตนิยมมากมาย ทัศนียภาพโดยรอบของซินตรานั้นก็สวยงาม มีทั้งทะเลและป่าไม้ เหมาะแก่การท่องเที่ยว แถมยังอยู่ไม่ไกลจากลิสบอนอีกด้วย

พระราชวังแห่งชาติเปนา (Pena Palace) : หนึ่งในพระราชวังตามศิลปะจินตนิยมอันสำคัญ ตั้งอยู่บนยอดเขาเมืองซินตรา สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ยิ่งในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง เพื่อนๆ สามารถมองเห็นปราสาทแห่งนี้ได้จากลิสบอนเลย ภายนอกมีทั้งสีเหลือง สีชมพู ดูแปลกตากว่าปราสาทอื่นๆ ส่วนการตกแต่งภายในเป็นแบบเอ็ดเวิร์ดเดียนและวิกตอเรียนตอนปลาย หรูหราควรค่าแก่การไปชม

พระราชวังซินตรา (Sintra National Palace) : ปราสาทเก่าแก่อีกแห่งที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยแขกมัวร์อาศัยอยู่บริเวณเมืองนี้ การออกแบบเน้นรูปทรงเรขาคณิตตามสไตล์ศิลปะแบบมัวร์ ทำให้ภายในดูแปลกตา บางห้องได้รับการตกแต่งสไตล์อาหรับไว้อย่างสวยงาม

คินตา ดา เรกาเลรา (Quinta da Regaleira) : คฤหาสน์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในอดีตเป็นของพ่อค้าเศรษฐี หลังจากนั้นได้ขายให้เศรษฐีต่างชาติ ผู้ซึ่งได้เข้ามาปรับเปลี่ยนคฤหาสน์สุดหรูแห่งนี้ให้ล้ำเหนือจินตนาการด้วยการผสมผสานศิลปะหลายยุคสมัยเข้าด้วยกัน ภายในบริเวณคฤหาสน์มีทั้งสวน ทะเลสาบ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ อุโมงค์ เขาวงกต รวมถึงบ่อน้ำลึกลับที่ห้ามพลาดไปชมให้เห็นกับตา

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

กัชไกช์ (Cascias)

4.Cascias-1

4.Cascias-2
4.Cascias-3
ภาพจาก : iStockPhoto

กัชไกช์เป็นอีกหนึ่งเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากลิสบอน ในอดีตเคยเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลของเหล่าราชวงศ์โปรตุเกสเพราะมีทัศนียภาพทะเลสวยงาม ปัจจุบันกลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมเมื่อชาวโปรตุเกสอยากจะออกมาพักผ่อนแบบไม่ไกลจากเมืองหลวง ตึกรามบ้านช่องในเมืองนี้เป็นแบบวินเทจ มีการตกแต่งด้วยสีสันสวยงาม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีชายหาด ทะเล อาหารทะเลดีๆ ก็สามารถหาทานได้ที่นี่เช่นกัน สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกเหนือจากชายหาด เช่น

โบคา ดู อินแฟร์โน (Boca do Inferno) : ชาวโปรตุเกสบอกว่าที่นี่คือปากของขุมนรก เพราะมีลักษณะเป็นช่องเขาลึกลงไป มีน้ำทะเลซัดตลอดเวลา ดูแล้วน่าเกรงขามแต่ก็สวยมากทีเดียว

พิพิธภัณฑ์คนเจส จิ คาสโตร กิมาเรส (Museu Condes de Castro Guimarães) : ในอดีตเป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ในอ่าวเล็กๆ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดของเมือง ภายในเพื่อนๆ สามารถไปดูความสวยงามของสถาปัตยกรรมและโบราณวัตถุสำคัญได้

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

อัลการ์ฟ (Algarve)

5.Algarve-1

5.Algarve-2
5.Algarve-3
ภาพจาก : iStockPhoto

อัลการ์ฟเป็นภูมิภาคที่อยู่ทางใต้สุดของโปรตุเกส มีชายหาดและทะเลที่สวยงาม ทำให้อัลการ์ฟกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่โดดเด่นของโปรตุเกส ทั้งที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ก็ตั้งอยู่ที่นี่มากมาย เพราะฉะนั้นหากใครกำลังจะไปโปรตุเกสต้องอย่าลืมแวะไปอัลการ์ฟกันด้วย รับรองว่าหากได้ไปพักผ่อนที่อัลการ์ฟจะต้องหายเหนื่อยล้าอย่างแน่นอน

ไปรอา ดา โรชา (Praia da Rocha) : หรืออีกชื่อคือชายหาดหิน ชายหาดยอดฮิตในอัลการ์ฟ มีผาหินปูนขนาดใหญ่รูปร่างเหมือนปราสาทตั้งอยู่บนแนวชายหาด มักจะมีนักท่องเที่ยวมานอนอาบแดด เล่นน้ำทะเลอยู่เสมอๆ

ชายหาดเบนากิล (Benagil) : ชายหาดที่เชื่อได้ว่าหลายคนต้องเคยเห็นรูปความสวยงามสุดมหัศจรรย์มาแล้ว เพราะที่นี่เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่ แถมบริเวณด้านบนยังมีช่องวงกลมเปิดให้เห็นท้องฟ้าสวยงามได้อีกด้วย

แหลมเซนต์วินเซนต์ (Cape St. Vincent) : เป็นจุดตะวันตกเฉียงใต้สุดของยุโรป ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จุดนี้ถูกหมายว่าเป็นจุดสิ้นสุดโลก (The End of The World)

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?