ทวีปยุโรปถือได้ว่าเป็นดินแดนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะนอกจากจะมีภูมิประเทศที่สวยงามตระการตาแล้ว สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศในดินแดนแห่งนี้ยังยิ่งใหญ่อลังการและมีประวัติศาสตร์ยาวนานอีกด้วย หลายคนอาจจะเคยไปเที่ยวฝรั่งเศส เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี หรือประเทศยอดนิยมอื่นๆ ในทวีปยุโรปกันมาแล้ว แต่ถ้าใครกำลังอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวประเทศสวยๆ บรรยากาศเงียบสงบ ติดทะเลทางยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ เอ็กซ์พีเดียขอบอกเลยว่า “มอนเตเนโกร” (Montenegro) เป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟกต์

“มอนเตเนโกร” เป็นประเทศเล็กๆ บรรยากาศสวยงามที่ตั้งอยู่ทางยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตติดกับทะเลเอเดรียติก ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เซอร์เบีย แอลเบเนียและโครเอเชีย ในอดีตมอนเตเนโกรมีสถานะเป็นสาธารณรัฐในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย ก่อนจะมาเป็นส่วนหนึ่งในสหภาพการเมืองของเซอร์เบีย – มอนเตเนโกรและเพิ่งได้รับเอกราชเป็นรัฐประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2549 หรือประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง ถึงแม้จะเพิ่งได้รับเอกราชในการปกครองตนเองแต่มอนเตเนโกรก็เป็นประเทศที่ปลอดภัยและมีความทันสมัยสูง มีการคมนาคมระหว่างเมืองที่สะดวกสบาย แต่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์แบบยุโรปยุคกลางไว้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ที่หลากหลายซึ่งขนานไปกับชายฝั่งทะเลเอเดรียติกและล้อมรอบด้วยเทือกเขาบอลข่าน เรียกได้ว่าสวยงามและน่าสนใจไม่แพ้ประเทศไหนๆ เลยล่ะ ลองไปดูกันดีกว่าว่า 3 เมืองหลักที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในมอนเตเนโกรคือที่ไหนบ้าง

มอนเตเนโกร สมบัติลับของยุโรปตะวันออกเฉียงใต้


1

เมืองพอดกอรีตซา (Podgorica)

1.Podgorica-1

เมืองพอดกอรีตซาเป็นเมืองหลวงของประเทศมอนเตเนโกร มีภูมิประเทศสวยงามล้อมรอบด้วยเทือกเขาและแม่น้ำ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมความเจริญและความทันสมัยของประเทศอีกด้วย ใครอยากเดินชมสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสมัยยุคกลางและสมัยใหม่ เมืองพอดกอรีตซานี่ล่ะที่จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

1.Podgorica-2
1.Podgorica-3
1.Podgorica-4
1.Podgorica-5
ภาพจาก : iStockPhoto

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในพอดกอรีตซา ได้แก่

น้ำตกไนแองการ่าแห่งมอนเตเนโกร (Niagara Waterfalls of Montenegro) น้ำตกที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับน้ำตกชื่อดังในทวีปอเมริกาเหนือ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกไนแองการ่าแห่งมอนเตเนโกร ถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็สวยงามราวกับถอดแบบกันออกมาเลยทีเดียว

โบสถ์แห่งการฟื้นคืนชีพของพระเยซู (Cathedral of the Resurrection of Christ) โบสถ์ออร์โธดอกซ์ สถาปัตยกรรมแบบเซอร์เบียน ก่อสร้างโดยการใช้หินแบบเป็นก้อนมาเรียงต่อๆ กัน ผสมผสานความสวยงามและแข็งแกร่งอย่างลงตัว

ศูนย์ศิลปะร่วมสมัย (Centre of Contemporary Art) ศูนย์จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชาวมอนเตเนโกรและศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก ศูนย์จัดแสดงศิลปะแห่งนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูหนาวของกษัตริย์มอนเตเนโกรด้วย

ไร่องุ่นแพลนเทซ (Plantaze Winery) ไร่องุ่นขนาดใหญ่ในเมืองพอดกอรีตซาที่เป็นเจ้าของแบรนด์ไวน์แพลนเทซ ไวน์ชื่อดังของมอนเตเนโกร ไร่องุ่นแพลนเทซแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในไร่องุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป สายพันธุ์องุ่นที่โด่งดังของไร่นี้คือพันธ์ Vranac ที่นำมาทำไวน์แดง และพันธุ์ Krstac ที่นำมาทำไวน์ขาว

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

2

เมืองกอเตอร์ (Kotor)

2.Kotor-1

เมืองกอเตอร์เป็นเมืองโบราณอายุกว่า 2,000 ปี มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรีกและโรมัน รับหน้าที่เป็นเมืองชายฝั่งทะเลสำคัญในอดีตและเป็นศูนย์กลางการค้าในแถบทะเลเอเดรียติก กอเตอร์เป็นเมืองที่มีภูมิประเทศสวยงาม รายล้อมด้วยเทือกเขาและอ่าวกอเตอร์ ภายในเมืองมีกำแพงเมือง ป้อมปราการจากอดีต คูคลองที่เชื่อมกับอ่าว และอาคารบ้านเรือนแบบยุคกลางที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่ไว้ได้เป็นอย่างดี จนความสวยงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก

2.Kotor-2
2.Kotor-3
2.Kotor-4
2.Kotor-5
ภาพจาก : iStockPhoto

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในกอเตอร์ได้แก่

กำแพงเมืองและป้อมกอเตอร์ (Kotor Wall) กำแพงและป้อมเก่าแก่ที่คนกอเตอร์ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรูภายนอก กำแพงเมืองแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในกำแพงเมืองเก่าแก่ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้นไปชมวิวจากด้านบนกำแพง เพราะจะได้วิวมุมสูงเห็นอาคารบ้านเรือนหลังคาสีส้มสดใสและอ่าวกอเตอร์แบบ 360 องศา สวยงามเป็นอย่างมาก

โบสถ์เลดี้ออฟเดอะร็อคส์ (Our Lady of the Rocks) โบสถ์พระแม่มารีสถาปัตยกรรมเซอร์เบียที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ใจกลางอ่าวกอเตอร์ แยกมาจากชายฝั่งในพื้นที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว โบสถ์แห่งนี้เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อช่วยป้องกันอันตรายและดูแลชาวเมืองกอเตอร์จากภัยพิบัติรวมถึงศัตรูต่างๆ เนื่องจากมีความเชื่อกันว่าเกาะนี้เกิดจากชาวประมงที่โยนหินลงทะเลทุกครั้งหลังจากอธิษฐานต่อพระแม่มารีและรอดพ้นจากภยันตรายในการออกทะเลมาได้

ปราสาทแห่งซาน จีโอวานนี (Castle of San Giovanni) ปราสาทเก่าแก่สมัยยุคกลางที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาเห็นวิวอ่าวกอเตอร์ได้อย่างชัดเจน

โบสถ์แห่งกอเตอร์ (Kotor Cathedral) โบสถ์โรมันคาทอลิกเก่าแก่ในเมืองกอเตอร์ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 800 ปี ภายในนอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่เก็บรักษาผลงานศิลปะที่เกี่ยวกับคริสตศาสนาอีกด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

3

เมืองบุดวา (Budva)

3.Budva-1

บุดวาเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในการไปทำกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการเล่นน้ำและอาบแดด ชายหาดของที่นี่ขาวสะอาดและมีน้ำทะเลใสเป็นสีมรกต เรียกได้ว่าเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมของทั้งชาวมอนเตเนโกรและนักท่องเที่ยวต่างชาติเลยทีเดียว นอกจากจะมีชายหาดกับทะเลสวยๆ แล้ว บุดวายังมีโซนเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบยุคกลางและอุทยานแห่งชาติที่งดงามอีกด้วย

3.Budva-2
3.Budva-3
3.Budva-4
3.Budva-5
ภาพจาก : iStockPhoto

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ในบุดวา ได้แก่

บุดวาริเวียร่า (Budva Riviera) ชายหาดเลียบทะเลเอเดรียติกที่มีความยาวกว่า 35 กิโลเมตร บุดวาริเวียร่าขึ้นชื่อว่าเป็นชายหาดเลียบทะเลที่สวยที่สุดในมอนเตเนโกร ในเส้นทาง 35 กิโลเมตรนี้แบ่งออกเป็นหาดย่อยๆ อีกมากมายในภูมิทัศน์ที่สวยงามแตกต่างกันออกไป

สเวติ สเตฟาน (Sveti Stefan) เป็นเกาะส่วนตัวกลางทะเลเอเดรียติกที่โดดเด่นเพราะมีทางเชื่อมกับชายฝั่งเมืองบุดวา ซึ่งมีหาดทรายทอดลงไปสู่เกาะ สเวติ สเตฟานเป็นที่ตั้งของโรงแรมและที่พักริมทะเลรวมถึงร้านอาหารดีๆ หลายแห่ง

เขตเมืองเก่าบุดวา (Budva Old Town) เขตเมืองเก่าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปีและยังรักษาสถาปัตยกรรมแบบยุโรปยุคกลางเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ตัวเมืองเก่าทอดยาวออกสู่ทะเล มีซากกำแพงเมืองเก่าที่ตั้งเด่นอยู่อย่างสวยงาม เดินเล่นบริเวณนี้จะรู้สึกเหมือนกับว่าได้ย้อนกลับไปในอดีตของบุดวาเลย

อุทยานแห่งชาติลูฟเซน (Lovcen National Park) อุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างภูมิอากาศแบบมหาสมุทรและภูมิอากาศแบบพื้นทวีป ภายในมีพรรณไม้กว่า 1,158 สายพันธุ์ ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาในอุทยานแห่งนี้เป็นที่ตั้งสุสานของเจ้าชายเพตาร์ เพโตรวิค นีกอส (Petar II Petrovic Njegos) นักกวีและนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงที่สุดของมอนเตเนโกร

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกจะมาเที่ยวมอนเตเนโกรแบบ One Day Trip จากประเทศโครเอเชีย เนื่องจากวีซ่าเชงเก้นทำให้เดินทางข้ามแดนไปมาหาสู่กันได้สะดวกสบาย แต่เอ็กซ์พีเดียขอบอกเพื่อนๆ เลยว่า ถ้าอยากจะมาสัมผัสมอนเตเนโกรนั้นใช้เวลาแค่วันเดียวไม่พอแน่ๆ ก็มีหลายเมืองที่น่าสนใจขนาดนี้ ลองจัดทริปมอนเตเนโกรแบบเดี่ยวๆ ไปเลยหนึ่งทริปดีกว่า รับรองว่ามนต์เสน่ห์แห่งเมืองชายฝั่งทะเลเอเดรียติก และแหล่งสถาปัตยกรรมบวกประวัติศาสตร์ที่สวยงามจะทำให้ทริปนี้เป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน