หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบดื่มด่ำไปกับรสชาติของแอลกอฮอลล์ เอ็กซ์พีเดียขอแนะนำให้ลองสาเกหรือเหล้าญี่ปุ่นดูสักครั้ง สาเกเป็นเหล้าญี่ปุ่นที่ผลิตมาจากข้าว ยีสต์ และน้ำ มีระดับแอลกอฮอล์ประมาณ 10 – 20% นิยมดื่มโดยมีอาหารญี่ปุ่นอย่างซูชิและซาชิมิเป็นกับแกล้ม ส่วนจะดื่มแบบร้อน เย็น หรืออุณหภูมิปกติก็แล้วแต่ตามใจชอบ เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ มีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เราขอให้ไปลิ้มลอง 10 สุดยอดสาเกและเหล้าญี่ปุ่นเหล่านี้ที่เอ็กซ์พีเดียหยิบยกมาแนะนำ รับรองว่าจะติดใจจนต้องซื้อกลับมาบ้านเลย

10 สุดยอดสาเกและเหล้าญี่ปุ่นชื่อดัง ดื่มทีไรก็ฟิน!


1

Hakushika Kuromatsu Gold

1. HAKUSHIKA KUROMATSU GOLD

สายปาร์ตี้ต้องไม่พลาดสาเกระดับไฮคลาสขวดนี้ Hakushika Kuromatsu Gold คือสาเกที่ผสมเกล็ดทอง 18K เวลาดื่มจะอบอวลไปด้วยกลิ่นเชอร์รี่และกล้วย รสสัมผัสของเหล้าญี่ปุ่นขวดนี้ก็นุ่มละมุนลื่นคอ สอดแทรกด้วยกลิ่นแอปริคอตและลูกแพร์แห้งในตอนท้าย ตอนจบจะมีกลิ่นวานิลลาซ่อนอยู่นิดๆ สาเกชนิดนี้ควรดื่มที่อุณหภูมิห้อง มีปริมาณแอลกอฮอล์ 14.7% ถือว่ามีกลิ่นและรสที่ซับซ้อนอย่างเป็นเอกลักษณ์ ต้องลองดื่มด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่ามันดีจริงๆ

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Omotesando Hills Store – 4-12-10 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo
แผนที่

2

Hakutsuru Standard Jyosen

2.HAKUTSURU STANDARD JYOSEN

Hakutsuru Standard Jyosen เป็นหนึ่งในสาเกชื่อดังจากโรงงานผลิตสาเก Hakutsuru ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1743 ซึ่ง Hakutsuru Standard Jyosen เป็นสาเกที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมของโรงงาน ได้รับความนิยมมากถึงขนาดได้รับรางวัล Superior Taste Award 3 ดาว ซึ่งเป็นรางวัลระดับสูงสุดของ International Taste & Quality Institute (iTQi) ปี 2016 อีกด้วย สาเก Hakutsuru Standard Jyosen มีรสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย สามารถดื่มได้ทุกอุณหภูมิ นิยมดื่มในหน้าหนาวเพราะจะช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น สามารถดื่มคู่กับเมนูกับแกล้มได้แทบทุกอย่าง แต่กับแกล้มที่นิยมทานคู่กันคือเต้าหู้และของทอดต่างๆ จำพวกเทมปุระ หรือจะดื่มคู่กับหม้อไฟก็ได้ มีระดับแอลกอฮอล์อยู่ที่ 15% นอกเหนือจากนี้ ภายในโรงผลิตสาเกของ Hakutsuru ยังมีพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ที่สนใจกระบวนการผลิตได้ไปเยี่ยมชม พร้อมทั้งซื้อหาสาเกและเหล้าญี่ปุ่นทั้งหลายติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้ ที่สำคัญคือราคาไม่แพงมากอีกด้วย

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Hakutsuru Sake Brewery Museum – 4-5-5 Sumiyoshi Minamimachi, Higashinada-ku, Kobe, Hyogo
แผนที่

3

Ozeki Karatamba

3. OZEKI KARATAMBA

Ozeki Karatamba เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมของ Tamba Toji นักหมักเหล้าญี่ปุ่นที่ใช้กระบวนการและเทคนิคเฉพาะตัวในการสร้างสาเกรสชาติเยี่ยมยอดชนิดนี้ออกมา รสชาติของสาเกขวดนี้เป็นที่คาดไม่ถึงเลย เพราะเป็นสาเกหวานที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังลิ้มรสคาราเมล โกโก้ และน้ำเชื่อม แต่กลับดื่มได้อย่างโล่งคอ มีแอลกอฮอล์ประมาณ 15% นิยมดื่มคู่กับอาหารจานเผ็ดเป็นกับแกล้ม และสามารถดื่มแบบเย็นหรือแบบอุ่นก็ได้

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Hasegawa Saketen (Palace Hotel Tokyo Store) – 1-1-1 Marunouchi, Chiyoda-ku, Tokyo
แผนที่

4

Manotsuru

4. MANOTSURU

มีคำกล่าวว่าส่วนประกอบหลักที่จะทำให้สาเกอร่อยมี 3 อย่าง นั่นคือข้าว น้ำ และคน แต่คนทำสาเก Manotsuru กลับมีการเพิ่มอย่างที่ 4 เข้าไป คือ เกาะซาโดะ (Sado Island) เนื่องจากเกาะนี้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการทำสาเก เพราะฉะนั้นสาเก Manotsuru จึงเป็นที่นิยมชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก สาเกที่เคยเป็นตัวแทนของเหล้าญี่ปุ่นที่ไปชนะในงานแข่งขันไวน์ระดับโลกมาแล้วก็คือ Manotsuru Maho ซึ่งมีกลิ่นของลูกแพร์เป็นเบส เหมาะกับการดื่มแบบเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Yokohama Kimijimaya – 1-2-1 Ginza, Chuo-ku, Tokyo
แผนที่

4

iichiko

5. iichiko

เหล้าญี่ปุ่นนั้นไม่ได้มีแค่สาเก แต่ยังมีโชจู (Shochu) อีกด้วย ความแตกต่างระหว่างสาเกกับโชจูก็คือกระบวนการผลิต สาเกจะผลิตโดยใช้การหมัก ส่วนโชจูจะใช้การกลั่น สำหรับ iichiko นั้นก็เป็นแบรนด์ยอดนิยม ขายดิบขายดีมาตลอด 30 กว่าปี โด่งดังไปในระดับโลก เป็นโชจูที่ผลิตจากข้าวสาลี กลั่นโดยใช้อุณหภูมิต่ำกว่าเจ้าอื่นๆ ในตลาด ถ้าได้ละเลียดจิบโชจูไประหว่างกินเนื้อย่างเป็นกับแกล้มนี่มันสวรรค์ชัดๆ

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Sinkawa-ya Liquor Store – 2-4-1 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo
แผนที่

6

Satsuma

6. Satsuma

เหล้าญี่ปุ่นอีกชนิดนึงที่หาดื่มค่อนข้างยากคือโชจูของแบรนด์ Satsuma จากแถบซัทสึมะ (Satsuma) นั่นเอง โชจูของที่นี่ผลิตจากมันหวาน มีรสชาติและกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวจากมันหวาน 100% มีแอลกอฮอล์ประมาณ 25% จัดว่าแรงไม่ใช่น้อย กับแกล้มที่นิยมรับประทานคู่กันคือซูซิ รับรองว่าดื่มโชจูจากมันหวานคู่กับซูซิแล้วให้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบแท้ๆ เลย

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Iwasaki Liquor Store– 11883-2 Akune, Kagoshima
แผนที่

7

Choya Ume Blanc

7. Choya Ume Blanc

สำหรับใครที่ไม่ชอบเหล้าญี่ปุ่นบาดคอแบบสาเกหรือโชจู เราขอแนะนำเหล้าบ๊วย หรือที่เรียกว่าอุเมะชู (Umeshu) รสชาติเบาๆ หวานๆ เหมือนของหวานล้างปาก ยี่ห้อที่เราแนะนำมาจากโอซาก้า มีชื่อว่า Choya Ume Blanc ผลิตมานานกว่า 100 ปี และตอนนี้ก็โด่งดังไปทั่วโลก กับแกล้มที่มักทานคู่กันคือจำพวกของทานเล่นต่างๆ อย่างเฟรนช์ฟราย มันฝรั่งทอด หรือของหวานอย่างเค้ก แต่ต้องระวังหน่อยเพราะความหวานจะทำให้เมากันง่ายนะ

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Asano Nihonshuten UMEDA – 1F Taiyuji Bldg. 2-17 Taiyuijicho, Kita-ku, Osaka
แผนที่

8

Choya Umeshu with Fruit

8. Choya Umeshu with Fruit

แล้วก็มาถึงเหล้าบ๊วยยอดนิยมของชาวไทย ซึ่งก็คือ Choya Umeshu with Fruit ด้วยรสชาติที่หวานและแอลกอฮอล์ที่ไม่บาดคอ ทำให้นอกจากนิยมดื่มกันเพียวๆ แล้ว ยังเป็นส่วนผสมที่นิยมสำหรับการทำค็อกเทลต่างๆ ทั่วโลก บรรจุภัณฑ์มีทั้งแบบขวดและแบบกล่อง มีทั้งแบบที่ผสมเนื้อบ๊วย และไม่ผสมเนื้อบ๊วย ยี่ห้อนี้ให้เนื้อบ๊วยมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
SHUGAR MARKET – 2-9-2 Dogenzaka, Shibuya-ku, Tokyo
แผนที่

9

Choya Kokuto Umeshu

9. Choya Kokuto Umeshu

เหล้าญี่ปุ่นอีกยี่ห้อที่ไม่ควรพลาดก็คือ Choya Kokuto Umeshu ซึ่งอยู่ในประเภทเหล้าบ๊วย จุดเด่นของ Choya Kokuto Umeshu ไม่ได้อยู่ที่ความดื่มง่าย สดชื่นเหมือนเหล้าบ๊วยยี่ห้ออื่นๆ แต่เป็นการใช้น้ำตาลทรายแดงเป็นส่วนผสม ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งยังผสมแอปริคอตลงไปเพื่อรสชาติหวานที่หลากหลาย แต่ก็ยังลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้กับแกล้มของ Choya Kokuto Umeshu มักจะเป็นเค้ก หรือไม่คนก็จะนิยมนำ Choya Kokuto Umeshu ไปเป็นส่วนผสมของค็อกเทล

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Material Umeshu Bar – 2-9-10 Dogenzaka, Shibuya-ku, Tokyo
แผนที่

10

Takara Kinsen Plum Wine

10. Takara Kinsen Plum Wine

นี่คือเหล้าบ๊วยอีกชนิดที่ไม่ควรพลาดสำหรับสาวสวยทั้งหลาย Takara Kinsen Plum Wine จัดเป็นเหล้าบ๊วยที่บริสุทธิ์มาก มีแอลกอฮอล์ประมาณ 12% มีรสชาติและความหอมของบ๊วยผสมอยู่ เวลาดื่มจะให้ความรู้สึกเหมือนปาร์ตี้ในฤดูร้อน กับแกล้มที่นิยมกินคู่กันคือไอศกรีม หรืออาจจะแค่ฝานเลมอนบางๆ ผสมเหล้าบ๊วยกับโซดาแล้วใส่น้ำแข็งลงไปก็สดชื่นแล้ว

💰 ราคาเริ่มต้น
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
สามารถหาซื้อได้ที่
Plum dining Myojo – 3F MIT Iidabashi Bldg. 2-27 Agebacho, Shinju-ku, Tokyo
แผนที่