อุทัยธานีเป็นจังหวัดในภาคกลางที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยทวารวดีเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง ส่วนในสมัยกรุงศรีอยุธยาก็เป็นเมืองหน้าด่านในการสกัดกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีฯ และในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็มีผู้คนอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานีจึงเป็นจังหวัดที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ รวมถึงมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ดังที่เอ็กซ์พีเดียนำมาฝากกันในวันนี้

เที่ยวอุทัยธานี เมืองแห่งเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์


1

วัดท่าซุง

วัดท่าซุง-1.jpg

วัดท่าซุง-2.jpg
วัดท่าซุง-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

วัดท่าซุง หรือวัดจันทาราม เป็นวัดสำคัญชื่อดังของจังหวัดอุทัยธานี วัดท่าซุงเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติมายาวนาน แต่มาโด่งดังในช่วงที่พระราชมหาวีระ ถาวาโร หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้สร้างอาคารส่วนต่างๆ ภายในวัดมากมายก่อนมรณภาพ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น

วิหารแก้ว 100 เมตร : วิหารที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำสร้างไว้ก่อนมรณภาพ ซึ่งด้านในมีโลงแก้วเป็นที่รักษาสังขารร่างของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย การตกแต่งภายในวิหารทำด้วยโมเสกใสที่แวววับดั่งแก้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำลองพระพุทธชินราชอีกด้วย

ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก) : เป็นปราสาททองคำที่ตกแต่งด้วยลายไทยปิดทองคำเปลวติดกระจก สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อทรงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี ภายในมี 3 ชั้น ชั้น 1 เป็นพิพิธภัณฑ์ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เก็บรักษาสิ่งของต่างๆ ที่ท่านเคยใช้ รวมถึงจำลองสถานที่พักของท่านในอดีตด้วย ส่วนชั้น 2 และ 3 เป็นสถานที่เก็บพระพุทธรูปหลายองค์ที่ประชาชนผู้มีจิตศรัทธานำมาถวาย

นอกจากนี้ภายในวัดท่าซุงยังมีสิ่งน่าไปชมอีกหลายอย่าง เช่น วิหารสมเด็จองค์ปฐม มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระศรีอาริเมตตรัย หอพระไตรปิฏก สำนักปฏิบัติธรรม ฯลฯ

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

2

ถ้ำพุหวาย

ถ้ำพุหวาย-1.jpg

ถ้ำพุหวาย-2.jpg
ถ้ำพุหวาย-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ถ้ำพุหวายเป็นที่เที่ยวอุทัยธานีที่เพื่อนๆ จะได้ชื่นชมความงามของหินงอกหินย้อยได้อย่างใกล้ชิด ด้วยความสวยงามของถ้ำนี้ ที่นี่จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนาคี ถ้ำพุหวายตั้งอยู่ภายในเขตวนอุทยานถ้ำเขาวง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีหินงอกหินย้อยอายุหลายล้านปีรูปร่างสวยงามน่าไปชมให้เห็นกับตา ซึ่งมีจุดให้ชมทั้งหมด 21 จุด เช่น เสาโรมัน ดอกไม้หิน หินดอกเห็ด หินรูปนกกระจอกเทศ หินหัวปลาโลมา ถ้ำพญานาค เสาหินล้านปี ฯลฯ นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีห้องโถงใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปให้เราได้ไปกราบไหว้กัน

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

3

หุบป่าตาด

หุบป่าตาด-1.jpg

หุบป่าตาด-2.jpg
หุบป่าตาด-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ที่เที่ยวอุทัยธานีที่ถัดมาที่พลาดไม่ได้ก็คือหุบป่าตาด สถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นจูราสสิคปาร์คเมืองไทย พระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เป็นผู้ค้นพบที่นี่ในปี พ.ศ. 2522 หลังจากนั้นได้มีการเจาะถ้ำเพื่อทำเป็นเส้นทางลงไปสู่หุบป่าตาด หุบป่าตาดจึงเป็นที่เที่ยวอุทัยธานีที่มีเส้นทางเดินให้เพื่อนๆ ได้ชมธรรมชาติและพืชพรรณหายากต่างๆ เช่น คัดค้าวเล็ก เต่าร้าง เปล้า รวมไปถึงพืชตระกูลปาล์ม นอกจากนี้ยังจะได้ชมหินงอก หินย้อยรูปร่างแปลกตา ไฮไลท์อยู่ตรงที่เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำจะพบแต่ความมืดสนิท แต่เมื่อใกล้ออกมาปลายถ้ำจะเจอปล่องขนาดใหญ่ที่มีแสงสว่างส่องลงมา เป็นภาพที่น่าประทับใจ หากเพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ก็จะมีโอกาสได้เห็นกิ้งกือมังกรสีชมพูที่มีลักษณะคล้ายเกสรดอกไม้ มีลวดลายและหนามคล้ายมังกร เจ้ากิ้งกือนี้พบได้แห่งเดียวในโลกคือที่หุบป่าตาดนั่นเอง

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

4

แม่น้ำสะแกกรัง

สะแกรัง-1.jpg

สะแกรัง-1.jpg
สะแกรัง-1.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

แม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี เพื่อนๆ สามารถนั่งเรือชมวิถีชีวิตของคนในชุมชนริมน้ำที่อาศัยในแพทอดยาวไปตามโค้งของแม่น้ำได้ เพื่อนๆ จะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำประมง เลี้ยงปลาในกระชัง ปลูกเตย ในขณะที่นั่งเรือก็จะได้รับลมเย็นๆ ดูธรรมชาติ ทุ่งนา สวนผัก สวนผลไม้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ นอกจากนี้ยังมีวัดโบสถ์ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำสะแกกรัง ที่มีภาพเขียนบนฝาผนังตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นให้เราได้แวะไปชมความงาม รวมถึงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย เอ็กซ์พีเดียแนะนำว่าให้เพื่อนๆ ไปล่องเรือในช่วงช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ จะได้ไม่ร้อนเกินไปและได้รูปแสงสวยๆ นั่นเอง

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?

4

วัดอุโบสถาราม

วัดอุโบสภาราม-1.jpg

วัดอุโบสภาราม-2.jpg
วัดอุโบสภาราม-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

วัดอุโบสถารามหรือวัดโบสถ์ที่ชาวบ้านเรียกกัน เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำสะแกกรังที่มีความสงบร่มเย็น วัดแห่งนี้มีภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นบริเวณฝาผนังภายในพระวิหาร เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ตอนประสูติจนถึงปรินิพพาน และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย 5 องค์อีกด้วย ภายในพระวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน ซึ่งมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาบซ้าย – ขวา อีกทั้งยังมีภาพวาดบนฝาผนังซึ่งเป็นเรื่องราวของพระมาลัย พระอสีติมหาสาวก และพระอสุภกรรมฐาน 10 บริเวณด้านนอกมีเจดีย์สามสมัย ซึ่งเป็นเจดีย์สามองค์ที่มีรูปแบบแตกต่างกัน มีทั้งเจดีย์ทรงระฆังแบบศิลปะอยุธยา เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ และเจดีย์ทรงระฆังเหลี่ยมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะอยุธยาและรัตนโกสินทร์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?