หน้าฝนแบบนี้ชวนให้คิดถึงบรรยากาศดีๆ ของขุนเขาและไอหมอก ถ้าได้ไปสูดไอดินกลิ่นธรรมชาติให้ชุ่มปอด นอนพักค้างคืนต่างจังหวัดสักสามวันสองคืนก็น่าจะดี แต่จะไปเที่ยวไหนดีที่ไม่แพงแถมตรงตามคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้นะ? หากคิดกันไม่ออก เอ็กซ์พีเดียขอนำเสนออำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับฤดูฝนแถมถนนหนทางก็ยังเดินทางสะดวก จัด Road Trip ชิลๆ สามวันสองคืนตามแผนการเดินทางที่เรานำมาฝากกันก็ทำให้ชีวิตชุ่มชื่นขึ้นมาได้แล้ว

ทริปชิลๆ สามวันสองคืนที่เขาค้อ


◆ วันแรก

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-1

สำหรับทริปสามวันสองคืน วันแรกเราแนะนำให้ออกเดินทางกันแต่เช้า ไม่เกิน 9.00 น. ตื่นแต่เช้ามารับประทานอาหารแล้วมุ่งตรงสู่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปเช็คอินที่พักสวยๆ บรรยากาศดีที่เดอะบลูสกาย เขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง ระหว่างทางถ้าหิวก็แวะซื้อไก่ย่างวิเชียรบุรีตามข้างทางกินกันในรถ ได้ฟีลสุดๆ แบบนี้เราจะไปถึงที่เดอะบลูสกาย เขาค้อทันเวลาเช็คอินพอดี

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-2

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-3
1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-4

เดอะบลูสกาย เขาค้อเป็นที่พักสไตล์ English Country เราจะถูกห้อมล้อมด้วยสวนดอกไม้สวยๆ สุดอลังการ ทั้งดอกบลูซัลเวียที่คล้ายกับดอกลาเวนเดอร์อยู่ทั่วรีสอร์ท ต้นสน อุโมงค์ต้นไม้ ฯลฯ ซึ่งทำให้บรรยากาศของที่นี่ดีมากๆ แตกต่างกับที่พักอื่นๆ ในเขาค้อ ให้ความรู้สึกเหมือนเที่ยวอยู่ในยุโรปกันเลยทีเดียว

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-5

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-6
1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-7

หลักจากเช็คอินเรียบร้อยแล้วเราก็พักรับประทานอาหารกันที่ The Blue Sky Restaurant ซึ่งเป็นร้านอาหารภายในรีสอร์ท ให้บริการทั้งอาหารไทยและอาหารยุโรป มีทั้งหมด 2 ชั้น และมีทั้งโซน indoor และ outdoor ให้เราได้เลือกนั่งกัน เพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหาร และชมวิวสวนสวยสไตล์อังกฤษของรีสอร์ทพร้อมภูเขาผาซ่อนแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราจะไปเที่ยวกันหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ไม่ว่าจะนั่งมุมไหนก็ได้รูปถ่ายสวยๆ ลงเฟสบุ๊ค อินสตาแกรมอวดเพื่อนกันอย่างแน่นอน

หลังจากรับประทานอาหารและถ่ายรูปเล่นกันอย่างหนำใจแล้ว พอแดดร่มลมตกเราก็มุ่งหน้าออกไปยัง “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” เพื่อไปไหว้พระเสริมสิริมงคลพร้อมเอาฤกษ์เอาชัยให้เดินทางอย่างปลอดภัย เที่ยวสนุกตลอดทั้งทริป วัดแห่งนี้เป็นวัดชื่อดังในเขาค้อ อยู่ห่างจากรีสอร์ทเพียงแค่ 20 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาเดินทางไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

1.Pino-latte-cafe-8

ภาพจาก : iStockPhoto

แต่ก่อนจะไปถึงวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว เราจะผ่าน “ร้าน Pino Latte Café” กันก่อน เราแนะนำให้เพื่อนๆ แวะไปทานเค้ก ทานขนม จิบเครื่องดื่มเย็นๆ กัน เพราะนอกจากความอร่อยของเหล่าเบเกอรี่และเครื่องดื่มแล้ว ที่ Pino Latte Café ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของเขาค้อ ใครไปเขาค้อก็ต้องห้ามพลาด อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วได้ด้วย เพราะอยู่ห่างกันแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้น

1.Pino-latte-cafe-9

1.Pino-latte-cafe-10

ภาพจาก : iStockPhoto

เมื่อเสร็จจากร้าน Pino Latte Café ก็ขับรถมาต่อกันที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเป็นวัดสวยในเขาค้อ จะบอกว่าเป็นแลนด์มาร์คของเขาค้อเลยก็ว่าได้ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ โดดเด่นด้วยมหาวิหาร พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ซึ่งสูงถึง 45 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น ชั้น 1 และ 2 เป็นที่พักของผู้เข้าปฏิบัติธรรม ส่วนบริเวณอื่นๆ เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนา อีกทั้งยังมีศาลาพระหยกเขียว ศาลาปฏิบัติธรรมที่ล้อมรอบไปด้วยบานกระจกขนาดใหญ่ มีศิลปะลายไทยที่วิจิตรงดงามตระการตาให้เราได้แวะไปชม ปฏิบัติธรรม และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดกัน แถมที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยอีกแห่งหนึ่งของเขาค้อด้วย

1.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว-11

1.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว-12
1.วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว-13
ภาพจาก : iStockPhoto

เมื่อไหว้พระเสร็จแล้วก็กลับมายังรีสอร์ทเพื่อเตรียมตัวดินเนอร์ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลและโรแมนติกกัน จะเลือกไปนั่งรับประทานที่ The Blue Sky Restaurant หรือจะทานที่ริมระเบียงห้องก็ตามแต่ต้องการเลย จากนั้นเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อเตรียมตัวตื่นแต่เช้าไปชมทะเลหมอกเขาค้อกัน

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-8

1.เดอะบลูสกาย เขาค้อ-9

ภาพจาก : iStockPhoto

◆ วันที่สอง

เช้าวันที่สองของทริปสามวันสองคืน เราขอให้เพื่อนๆ ตื่นกันแต่เช้า รับประทานอาหารเช้า แวะถ่ายรูปสวยๆ ในรีสอร์ท แล้วเช็คเอ้าท์จากที่พักพร้อมออกเดินทางไปยังจุดชมวิวเขาค้อเพื่อไปชมทะเลหมอกอันแสนสวยกันไม่เกิน 07.30 น. จุดชมวิวเขาค้ออยู่ห่างจากที่พักประมาณ 20 กิโลเมตร เราจะใช้เวลาในการเดินทางไปยังจุดชมวิวไม่เกินครึ่งชั่วโมง

2.วิวหมอกเขาค้อ-1

2.วิวหมอกเขาค้อ-2

ภาพจาก : iStockPhoto

“จุดชมวิวทะเลหมอกเขาค้อ” ตั้งอยู่ใกล้กับไปรษณีย์เขาค้อ เป็นจุดชมทะเลหมอกยอดฮิตของเขาค้อและเพชรบูรณ์ที่ห้ามพลาดไปถ่ายรูปและชมวิวสวยๆ กัน ทะเลหมอกจะมีให้ชมถึงประมาณ 9 โมงเช้า ส่วนที่ใครอยากหาซื้อผักผลไม้ท้องถิ่น อาหาร หรือของที่ระลึกบริเวณนี้ก็มีร้านขายสินค้าให้เราได้เลือกซื้อกลับบ้านด้วยนะ

เมื่อชมวิวทะเลหมอกเสร็จแล้วก็มุ่งตรงต่อไปยัง “ทุ่งกันหันลมเขาค้อ” ซึ่งห่างกันเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น

2.กังหันลมเขาค้อ-1

2.กังหันลมเขาค้อ-2

ภาพจาก : iStockPhoto

เมื่อถึงทุ่งกันหันลมแล้ว เราสามารถเดินเล่น ถ่ายรูปเพลินๆ บริเวณจุดชมวิวช้างดอยและจุดชมวิวระเบียงกังหันลมกันได้ หากมาทันตอนเช้าๆ ก็จะได้ชมทะเลหมอกด้วย ถ้าหากเพื่อนๆ ไปเที่ยวในฤดูหนาวก็จะได้เห็นไร่สตรอว์เบอร์รีเรียงรายตามเชิงเขาอยู่เต็มไปหมด จะแวะซื้อของฝาก ซื้อผักผลไม้สดจากชาวบ้าน ชมไร่สตรอว์เบอร์รี เล่นฟอร์มูล่าม้ง ชิงช้าม้ง จิบกาแฟตอนสายๆ กับวิวสวยๆ หรือนั่งทานข้าวกันก็ฟินไม่น้อย เมื่อเสร็จจากทุ่งกันหันลมประมาณเที่ยงวัน ก็ไปต่อกันที่ “น้ำตกศรีดิษฐ์” ซึ่งห่างไปประมาณ 16 กิโลเมตร ช่วงบ่ายนี้เราจะเทเวลาให้กับการเล่นน้ำตกและพักผ่อนที่นี่กัน

2.น้ำตกศรีดิษฐ์-1

2.น้ำตกศรีดิษฐ์-2

ภาพจาก : iStockPhoto

“น้ำตกศรีดิษฐ์” เป็นน้ำตกหินชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลเย็นให้เราได้เที่ยวตลอดทั้งปี เราจะได้เห็นภาพน้ำไหลลงมาคล้ายม่านน้ำ ตกกระทบสู่เบื้องล่างเกิดเป็นภาพที่สวยงาม ใครอยากลงเล่นน้ำก็สามารถทำได้ บริเวณน้ำตกยังมีร้านค้าและร้านอาหารให้เราได้นั่งชิลกันด้วย เล่นน้ำกันเหนื่อยแล้วก็เติมพลังทานอาหารเย็นกันที่นี่ก่อนกลับเข้าไปเช็คอินและพักผ่อนกันที่ “ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค”

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 1
ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 2
ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 3
ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 4

“ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค” เป็นที่พักในเขาค้อที่เราสามารถสูดกลิ่นธรรมชาติและอากาศอันแสนบริสุทธิ์ พร้อมสัมผัสไอหมอกเย็นๆ ท่ามกลางวิวสวยๆ กันได้ ที่สำคัญคือภายในรีสอร์ทมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้เราได้เล่นกันอย่างมากมาย ซึ่งเราจะเล่นกันในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้

◆ วันที่สาม

3.จุดชมวิวเขาตะเคยนโง๊ะ-1

3.จุดชมวิวเขาตะเคยนโง๊ะ-2

ภาพจาก : iStockPhoto

เข้าสู่วันที่สามของทริปสามวันสองคืน ตื่นแต่เช้าแล้วไปชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมวิวทะเลหมอกสวยๆ ที่ “จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ” กัน จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแม่นา เราสามารถชมวิวทะเลหมอกแบบ 360 องศาได้ เราจะได้เห็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีลักษณะคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ และธรรมชาติของเขาค้อได้อย่างเต็มๆ ตา

เมื่อเสร็จจากการชมวิวที่เขาตะเคียนโง๊ะแล้วก็กลับมาทานอาหารกลางวันกันที่รีสอร์ท บอกเลยว่าอาหารของที่ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์คเด็ดมาก! โดยเฉพาะเมนูเสต็กที่ขึ้นชื่อของที่นี่

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 5

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 6
ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 7

หลังจากทานเสร็จก็เช็คเอ้าท์ให้เรียบร้อย ออกไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ของรีสอร์ท แล้วไปเล่นกิจกรรมแอดเวนเจอร์ภายในรีสอร์ทกัน

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 8

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 9

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในรีสอร์ทแห่งนี้ที่เราสามารถเล่นได้ เช่น

◆ Tower Jump เพื่อนๆ จะได้ดิ่งหอสูง 50 ฟุต แบบเดียวกับบันจี้ จัมพ์ ใครที่ไม่กลัวความสูงบอกเลยว่าต้องไปวัดใจกันดู

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 10

◆ Rock Climbing เป็นการปีนหน้าผาหน้าผาจำลองความสูงกว่า 10.5 เมตร

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 11

◆ Canoe Paddle ใครอยากชิลด้วยการพายเรือแคนูในทะเลสาบก็มีให้ทำ

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 12

◆ Air Ball ที่ให้เพื่อนๆ ได้กลิ้งอยู่ในลูกบอลที่ล่องลอยกลางน้ำ จะเข้าไปในลูกบอลคนเดียวหรือหลายคนก็ได้

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 13

◆ High Flying ที่พร้อมให้เพื่อนๆ ได้โหนสลิงข้ามทะเลสาบ ระยะทางกว่า 150 เมตร

ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค 14

บอกเลยว่าที่ภูแก้ว รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ปาร์ค มีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้เล่นกันอย่างหนำใจจริงๆ เครื่องเล่นแต่ละชิ้นมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป แต่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความสนุกที่เราได้รับ สามารถตรวจสอบราคาได้ที่นี่ และเมื่อสนุกกันอย่างเต็มที่แล้ว ก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ กันได้เลย เป็นอันจบทริปสามวันสองคืนกับเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้อย่างฟินๆ เลยล่ะ

พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี