นารา (Nara) เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ในอดีตนาราเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยนาราตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเกียวโต (Kyoto) และโอซาก้า (Osaka) ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเดินทางไปเที่ยวนาราได้ด้วยการนั่งรถไฟไปโดยใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ความโดดเด่นของเมืองนาราก็คือความเก่าแก่ของวัดที่อยู่เต็มเมือง ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และฝูงกวางที่เราสามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งในครั้งนี้เอ็กซ์พีเดียเองก็ไม่พลาดที่จะพาเพื่อนๆ ไปดูว่านารามีอะไรให้เราได้เที่ยวกัน

แวะดูฝูงกวาง พร้อมเที่ยวสถานที่สวยๆ ในเมืองนารา


1

สวนนารา (Nara Park)

1.สวนนารา-Nara-Park-1.jpg

1.สวนนารา-Nara-Park-2.jpg
1.สวนนารา-Nara-Park-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

สวนนาราเป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองนารา ได้แก่ วัดโทไดจิ (Taido-ji) พิพิธภัณฑ์แห่งชาตินารา (Nara National Museum) ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine) และวัดโคฟุคุจิ (Kofuku-ji) นอกจากนี้บริเวณสวนนาราเพื่อนๆ จะได้พบกับฝูงกวางซิกา (Sika deer) จำนวนมากหลายพันตัวที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการท่องเที่ยวนาราที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมายังเมืองแห่งนี้ โดยเพื่อนๆ สามารถซื้อขนมเซมเบ้มาให้กวางรับประทานได้อย่างใกล้ชิด แม้กวางที่อาศัยอยู่ภายในสวนนาราจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องระมัดระวังในการให้อาหารและการถ่ายรูป ที่สำคัญต้องไม่แตะต้องตัวและเขากวางเพื่อความปลอดภัย

💰 ค่าเข้า
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน) และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (เดือนพฤศจิกายน)

2

วัดโทไดจิ (Todai-ji)

2.วัดโทไดจิ-Todai-ji-1.jpg

2.วัดโทไดจิ-Todai-ji-2.jpg
2.วัดโทไดจิ-Todai-ji-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

วัดโทไดจิเป็นวัดเก่าแก่ชื่อดังของเมืองนาราที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) ยกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม วัดโทไดจิเป็นวัดศาสนาพุทธ สร้างขึ้นในยุคเทนเปียวประมาณปี ค.ศ. 745 – 752 ถือเป็นวัดที่มีเอกลักษณ์และความเป็นสุดยอดในหลายๆ เรื่อง เริ่มกันตั้งแต่ทางเข้าวัดที่มีประตูไม้โบราณแกะสลักเป็นรูปยักษ์จำลองนันไดมง (Nandai-mon) คอยเฝ้าวัด ภายในมีอุโบสถไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปหลวงพ่อโต (Daibutsu) หรือพระใหญ่ให้เพื่อนๆ ได้กราบไหว้ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองแดงความสูง 15 เมตร ถือว่าเป็นพระพุทธรูปหลวงพ่อโตขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น บริเวณด้านหลังของพระใหญ่มีเสาไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ โดยเสาต้นนี้มีรูอยู่ด้านล่าง เป็นรูขนาดเท่าคนรอดได้ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากใครรอดผ่านไปได้จะโชคดีและได้ตรัสรู้ในภพชาติหน้า นอกจากนี้ยังมียากูชิ เนียวไร (Yakushi Nyorai) พระแห่งการรักษาอาการเจ็บป่วยให้เราได้กราบไหว้ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากเอาอวัยวะในร่างกายส่วนที่เจ็บป่วยไปแตะกับองค์พระก็จะหายป่วยในเร็ววัน

💰 ค่าเข้า
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

3

วัดโคฟุคุจิ (Kofuku-ji)

3.วัดโคฟุคุจิ-Kofuku-ji-1.jpg

3.วัดโคฟุคุจิ-Kofuku-ji-2.jpg
3.วัดโคฟุคุจิ-Kofuku-ji-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

วัดโคฟุคุจิเป็นวัดประจำตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) ตระกูลที่ทรงอิทธิพลและมีอำนาจมากที่สุดในยุุคเฮอัน ในอดีตวัดโคฟุคุจิมีอาคารมากกว่า 150 หลัง ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟไหม้และสงครามหลายครั้ง แต่ก็ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลัง โดยจุดที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชม เช่น อาคารหลัก (Central Golden Hall) ห้องโถงฝั่งตะวันออก (The Eastern Golden Hall) พิพิธภัณฑ์ของมีค่าโคฟุคุจิ (Kofukuji’s National Treasure Museum) เจดีย์ 5 ชั้นที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติชาติของประเทศญี่ปุ่น โดยเจดีย์แห่งนี้สูงเป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่นรองจากวัดโทจิ (Toji Temple) ในเกียวโต ซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ 1426 เป็นต้น นอกจากนี้องค์การยูเนสโก (UNESCO) ยังขึ้นทะเบียนให้วัดโคฟุคุจิเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

💰 ค่าเข้า
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

4

ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine)

4.ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ-Kasuga-Taisha-Shrine-1.jpg

4.ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ-Kasuga-Taisha-Shrine-2.jpg
4.ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะ-Kasuga-Taisha-Shrine-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะเป็นศาลเจ้าประจำตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) อีกเช่นกัน โดยศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโตและเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวนาราที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแห่งนี้มาจากการที่จักรพรรดิโชโทคุมีคำสั่งให้สร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับรวมของเทพเจ้าจากศาลต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น อาทิ ศาลเจ้าฮิราโอกะ (Hiraoka Shrine) แห่งโอซาก้า (Osaka) ศาลเจ้าคาโทริ (Shimosa Ichinomiya Katori Shrine) แห่งจังหวัดชิบะ (Chiba) ศาลเจ้าคาชิมะจินกุ (Kashima-jingu Shrine) แห่งจังหวัดอิบาระกิ (Ibaraki) เป็นต้น

ศาลเจ้าคาสุงะไทฉะโดดเด่นด้วยตะเกียงจำนวนมากบริเวณศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนและระลึกถึงนักรบญี่ปุ่นในอดีต ไม่ว่าจะเป็นตะเกียงหิน ตะเกียงแขวน เสาตะเกียงหินแบบโบราณ ทั้งนี้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์จะมีเทศกาล Setsubun Mantoro และวันที่ 14 – 15 สิงหาคมจะมีเทศกาล Chugen Mantoro ซึ่งทั้ง 2 เทศกาลนี้จะมีการจุดตะเกียงทุกดวงขึ้น เกิดเป็นแสงสว่างอย่างสวยงามทั่วทั้งศาลเจ้า บอกเลยว่าเพื่อนๆ ไม่ควรพลาดไปชมให้เห็นกับตา

💰 ค่าเข้า
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

4

พระราชวังเฮโจ (Heijo Palace)

5.พระราชวังเฮโจ-Heijo-Palace-1.jpg

5.พระราชวังเฮโจ-Heijo-Palace-2.jpg
5.พระราชวังเฮโจ-Heijo-Palace-3.jpg
ภาพจาก : iStockPhoto

ในอดีตพระราชวังเฮโจเคยเป็นพระราชวังหลักของเมือง เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิ และมีอาคารของเหล่าขุนนางที่ใช้ในการทำงานตั้งอยู่ เนื่องจากนาราเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้องค์การยูเนสโก (UNESCO) ยังขึ้นทะเบียนให้พระราชวังเฮโจเป็นมรดกโลกอีกด้วย ภายในเขตพระราชวังเฮโจมีพื้นที่ใหญ่มาก ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ หลายแห่ง ทั้งนี้อาคารต่างๆ ค่อนข้างอยู่ห่างกัน สำหรับอาคารที่เปิดให้เราได้เข้าชม เช่น

• อาคาร Audience Hall หรือ Daigokuden อาคารหลักขนาดใหญ่ที่ในอดีตใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ รวมไปถึงเป็นที่ประชุมของเหล่าขุนนาง
• สวนหย่อม (Toin Teien) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอาคาร เป็นสถานที่สำหรับจัดงานเลี้ยง
• พิพิธภัณฑ์ปราสาทนารา (Nara Palace Site Museum) ภายในมีการรวบรวมข้อมูล สิ่งประดิษฐ์ รูปภาพ และแผนที่ของเมืองนารา
• พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว (Heijokyo History Museum) สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 1,300 ปีแห่งนารา ภายในมีเรือจำลองในสมัยนาราที่ใช้ในการคมนาคมระหว่างประเทศญี่ปุ่นและจีน เป็นต้น

💰 ค่าเข้า
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี