เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นที่โตเกียวต้องรีบตามเอ็กซ์พีเดียมาทางนี้ เพราะเราจะพาเพื่อนๆ ไปดูย่านที่เที่ยวรอบโตเกียวตามเส้นทางรถไฟ รับรองได้เลยว่าสิ่งที่เรานำมาบอกนี้จะช่วยพิสูจน์ให้เพื่อนๆ ได้เห็นว่าการเดินทางในโตเกียวนั้นแสนสะดวกและง่ายดาย ไม่ยากอย่างที่ใครหลายคนคิด แม้โตเกียวจะเป็นเมืองที่มีระบบคมนาคมซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แต่ข้อดีก็คือทำให้มีรถไฟไปถึงเกือบทุกที่ แถมสถานที่เที่ยวต่างๆ  ที่น่าสนใจตามเส้นทางรถไฟนั้นก็มีมากมายอีกด้วย ทั้งซัปโปโร ฮาโกะดาเตะ อาซาฮิคาว่า โนโบริเบทสึ และอีกมากมาย รูปแบบบัตรมีให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ 3, 4, 5 และ 7 วัน ราคาแตกต่างกันไปตามวัน เพื่อนๆ สามารถเลือกใช้กันได้ตามต้องการ

ฮอกไกโดเป็นเกาะที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคมเป็นช่วงดอกซากุระบาน ที่เมืองอย่างฟุราโนะก็มีดอกไม้พันธุ์อื่นๆ กำลังจะเริ่มบานสวยงามเช่นกัน แถมผู้คนก็ไม่เยอะมาก ฤดูร้อนจะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม หากไปเที่ยวช่วงนี้บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ เพราะช่วงเวลากลางวันจะยาวนานเป็นพิเศษ เที่ยวกันได้ทั้งวัน ช่วงนี้ดอกไม้จะเริ่มผลิบานเต็มที่ ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมดอกไม้สุดๆ และในฤดูร้อนที่ฮอกไกโดก็ไม่ร้อนมาก อุณหภูมิสูงสุดเพียงแค่ 22 องศาเซลเซียสเท่านั้น สุดท้ายนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าฤดูหนาวในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมคือช่วงเวลายอดฮิตของการท่องเที่ยวฮอกไกโด เพื่อนๆ จะได้เห็นฮอกไกโดปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนสวยงาม นับว่าเป็นช่วงพีคของฮอกไกโดเลย

ได้ทั้งช่วงเวลาท่องเที่ยวและตั๋ว JR Hokkaido Pass สำหรับการเดินทางกันแล้ว มาดูกันต่อดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวน่าแวะที่สามารถใช้ JR Hokkaido Pass ไปได้นั้นจะมีที่ไหนบ้าง รับรองว่าแต่ละที่เพื่อนๆ จะต้องร้องว้าวกันอย่างแน่นอน

ตะลุยเที่ยวทั่วฮอกไกโด

info-11-03


1

ซัปโปโร (Sapporo)

sapporo-1

sapporo-2
sapporo-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เริ่มกันที่เมืองซัปโปโร เมืองหลวงของภูมิภาคฮอกไกโด ซัปโปโรนั้นเป็นเมืองยอดฮิตที่หลายคนต่างก็รู้จักกันดีเพราะมีเทศกาลหิมะอันโด่งดัง จนหลายคนคิดว่าจะไปเที่ยวซัปโปโรนั้นต้องไปเฉพาะฤดูหนาว ความจริงแล้วซัปโปโรสามารถเที่ยวได้หลายฤดู ฤดูหนาวก็มีเทศกาลหิมะสุดยิ่งใหญ่ ฤดูร้อนก็ได้เที่ยวเทศกาลญี่ปุ่นเจ๋งๆ ฤดูใบไม้ร่วงทั้งเมืองก็จะถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลือง ส้ม แดงสวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในซัปโปโรก็มีมากมาย เช่น

ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ (Sapporo TV Tower) : หอกระจายสัญญาณโทรทัศน์ที่นับได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของซัปโปโร ไม่ว่าจะดูจากบริเวณด้านล่างก็เห็นเป็นอาคารหน้าตาคล้ายโตเกียวทาวเวอร์ สวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ส่วนบริเวณด้านบนก็มีจุดชมวิวให้เพื่อนๆ ได้ขึ้นไปชมวิวซัปโปโรจากมุมสูงอีกด้วย

ภูเขาโมอิวะ (Mt. Moiwa) : หากใครอยากชมวิวเมืองซัปโปโรสูงกว่านั้นก็ต้องไปที่ภูเขาโมอิวะซึ่งสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ วิวซัปโปโรยามค่ำคืนจากภูเขาโมอิวะนั้นรับรองว่าประทับใจแน่นอน เพราะได้รับการโหวตว่าสวยงามเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่นเมื่อปี 2015 ด้วย

โจซังเค ออนเซ็น (Jozankei Onsen) : โจซังเค ออนเซ็น หรือย่านน้ำพุร้อนโจซังเค ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ-โทยะ (Shikotsu-Toya National Park) เป็นย่านน้ำพุร้อนชื่อดัง น้ำพุร้อนที่นี่เป็นน้ำแร่เกลือโซเดียมคลอไรด์ ทำให้ร่างกายอบอุ่น ใครชอบแช่ออนเซ็นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

แผนการเดินทางยอดนิยม
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


2

ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

Hakodoate-1

Hakodoate-2
Hakodoate-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ฮาโกดาเตะเป็นอีกหนึ่งเมืองยอดฮิตในฮอกไกโด ในอดีตเคยเป็นเมืองค้าขายสำคัญของญี่ปุ่นกับต่างชาติอีกด้วย นี่ทำให้อาคารบ้านเรือนในฮาโกดาเตะดูค่อนข้างแปลกตาเหมือนของยุโรป นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้ไปเที่ยว เหมาะกับทุกสไตล์ ทั้งคนที่ชอบชมเมือง ชอบชมวิว ชอบกิน ชอบประวัติศาสตร์ ที่ฮาโกดาเตะนั้นก็มีครบหมด

โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori) : จุดสำคัญของฮาโกดาเตะ เพราะในอดีตที่นี่เป็นเมืองค้าขายสำคัญของญี่ปุ่น ทำให้มีท่าเรือและโกดังเก็บของมากมาย เช่นโกดังแห่งนี้ที่สร้างขึ้นด้วยอิฐแดงเมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมไปเดินเล่นเพื่อถ่ายรูปคู่กับตัวโกดัง และสามารถเข้าไปภายในโกดังเพื่อซื้อของที่ระลึก ภายในมีร้านขายของอยู่กว่า 50 ร้าน และมีที่ให้รับประทานอาหารได้อีกด้วย

ยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) : จุดชมวิวสวยในฮอกไกโด เพื่อนๆ สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อชมวิวเมืองฮาโกดาเตะซึ่งมีอ่าวกว้างใหญ่ขนาบข้างอยู่ บอกเลยว่าการมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดเขาแห่งนี้นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเมื่อมาเที่ยวฮอกไกโด

เนินฮาจิมัน (Hachiman-zaka Slope) : เนินเขาที่มีเสน่ห์ของฮาโกดาเตะ ถนนบริเวณนี้เป็นทางลาดลงไป มีต้นไม้ตลอดแนวสองข้างทาง ที่ปลายถนนจะเห็นวิวอ่าวและท่าเรือของฮาโกดาเตะ ส่วนอีกฝั่งของอ่าวก็เป็นภูเขาลูกใหญ่ สวยงามเป็นอย่างมาก

แผนการเดินทางยอดนิยม
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


3

โนโบริเบทสึ (Noboribetsu)

noboribetsu-1

noboribetsu-2
ภาพจาก : iStockPhoto

หากใครตั้งใจจะไปแช่ออนเซ็น เอ็กซ์พีเดียขอแนะนำโนโบริเบทสึ เมืองน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโดซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา น้ำแร่ที่แช่กันในโนโบริเบทสึนั้นมีมากถึง 9 แบบ ทั้งกำมะถัน เกลือ โซเดียมไบคาร์บอเนต อลูมิเนียม เรเดียม และอีกมากมาย แต่ละแบบล้วนมีประโยชน์แตกต่างกันออกไป ให้เพื่อนๆ ได้เลือกแช่กันตามต้องการ

หุบเขานรกจิโงคุดานิ (Jigokudani or Hell Valley) : หลายคนอาจรู้จักกันในชื่อหุบเขานรก เพราะที่นี่มีลักษณะเป็นบ่อและธารน้ำร้อนอยู่ตามภูเขา มีควันสีขาวพุ่งออกมาตลอดเวลา เพื่อนๆ สามารถเดินไปตามทางที่จัดไว้ให้เพื่อชมบ่อต่างๆ ลำธารบางจุดบนภูเขาแห่งนี้สามารถแช่เท้ากันได้ ยิ่งช่วงอากาศเย็นได้แช่เท้าอุ่นๆ รับรองว่าสบายสุดๆ เลย แต่ต้องระวังอย่าแตะต้องบ่อน้ำบางบ่อที่มีป้ายห้ามเพราะอาจเกิดอันตรายได้ นอกจากนั้นในบริเวณนี้เพื่อนๆ ยังสามารถเห็นลิงหิมะที่อาศัยอยู่ในบริเวณหุบเขามาแช่น้ำร้อนได้อีกด้วย

หมู่บ้านดาเตะจิไดมุระ (Date Jidaimura) : หมู่บ้านที่จำลองวิถีชีวิตชาวเอโดะได้อย่างสมจริง เหมือนได้ย้อนยุคกลับไปอยู่ในญี่ปุ่นสมัยก่อนอย่างไรอย่างนั้น ทั้งอาคารบ้านเรือน ร้านค้า แถมยังมีส่วนที่แบ่งเป็นหมู่บ้านนินจากับหมู่บ้านซามูไรให้เพื่อนๆ ได้ไปเยี่ยมชมอีกด้วย ยิ่งถ้าใครเช่าชุดมาใส่เดินบริเวณนี้ รับรองถ่ายรูปออกมาสวยสุดๆ

แผนการเดินทางยอดนิยม
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

โอตารุ (Otaru)

otaru-1

otaru-2
otaru-3
ภาพจาก : iStockPhoto

โอตารุอยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร สามารถเดินทางมาเที่ยวแบบเดย์ทริปหรือค้างคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศที่โอตารุกันแบบเต็มๆ ได้เช่นกัน ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ สุดแสนจะโรแมนติกในฮอกไกโด บ้านเมืองค่อนข้างเงียบ ไม่วุ่นวาย ไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองอื่นๆ

คลองโอตารุ (Otaru Canal) : นับเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวโอตารุเลยก็ว่าได้ เพราะริมฝั่งคลองนั้นมีอาคารเก่าๆ สวยงามตั้งอยู่ ส่วนอีกฝั่งนั้นก็เป็นทางเดินให้ได้เดินเล่นพักผ่อน พอตกกลางคืนก็จะเปิดไฟสวยงาม ได้บรรยากาศโรแมนติกเป็นอย่างมาก การชมคลองสามารถทำได้โดยการเดินและการนั่งเรือ

ถนนซาไกมาจิ (Sakaimachi) : ถนนที่ทันสมัยที่สุดในโอตารุ ถึงแม้ว่าจะทันสมัยแต่ก็ยังคงความดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยความสวยงามแบบสมัยเก่าแต่มีร้านค้าสมัยใหม่ให้เราได้เดินเลือกซื้อสินค้ากัน สองข้างทางมีทั้งโกดังเก็บของโบราณ ร้านอาหาร และธนาคารที่สร้างขึ้นจากหินแปลกตา

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum) : หากใครรักและหลงใหลในกล่องดนตรีต้องห้ามพลาดพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นบ้านไม้บรรยากาศอบอุ่น มีกล่องดนตรีหลากหลายรูปแบบให้เพื่อนๆ ได้เดินชมกว่า 3,000 ชิ้น แต่ละชิ้นเรียกได้ว่ามีความพิถีพิถัน มีเอกลักษณ์ส่วนตัว แถมสามารถเลือกซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย

แผนการเดินทางยอดนิยม
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?


4

ฟุราโนะ (Furano)

furano-1

furano-2
furano-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ฟุราโนะเป็นเมืองที่โด่งดังเพราะถูกห้อมล้อมไปด้วยภูเขาลูกใหญ่ มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และสวยงาม หากใครชอบบรรยากาศแบบชนบทญี่ปุ่นรับรองเลยว่าจะต้องตกหลุมรักฟุราโนะแน่นอน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเพื่อนๆ สามารถแวะเวียนมาที่ฟุราโนะเพื่อไปเที่ยวชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์สุดอลังการได้ เปรียบได้เป็นสวรรค์ของคนรักดอกไม้เลยทีเดียว ส่วนฤดูหนาวที่ฟุราโนะแห่งนี้ก็จะเปลี่ยนจากทุ่งดอกไม้หลากสีสันไปเป็นลานสกีสีขาวสะอาดตาแทน

ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm) : ทุ่งดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ในฟุราโนะที่เพื่อนๆ ไม่ควรพลาด ในฟาร์มแห่งนี้มีทั้งเรือนกระจก สวน และทุ่งดอกลาเวนเดอร์อันโด่งดังที่มีลาเวนเดอร์กว่า 90,000 ต้น ทุ่งลาเวนเดอร์นี้จะเปิดให้เข้าชมในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวเท่านั้น

ลานสกีฟุราโนะ (Furano Ski Resort) : ลานสกีอันโด่งดังของเมืองจากการที่เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันสกีมาหลายครั้ง เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่กำลังเริ่มฝึกเล่นสกีไปจนถึงผู้เล่นสกีระดับสูง มีเส้นทางให้เพื่อนๆ ไปลองสกีได้กว่า 23 เส้นทาง ส่วนเรื่องวิวทิวทัศน์ก็เรียกได้ว่าสวยงามสุดๆ เพราะภูเขาทั้งลูกจะกลายเป็นสีขาว จากลานสกีสามารถมองเห็นเทือกเขาไดเซ็ทสึซัน (Daisetsuzan) ได้ด้วย

แผนการเดินทางยอดนิยม
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?