ใครที่คิดว่าที่เที่ยวมาเลเซียมีแต่ในเมืองกัวลาลัมเปอร์หรือปีนังต้องรีบตามเอ็กซ์พีเดียไปเที่ยวลังกาวี (Langkawi) กันแล้ว ลังกาวีเป็นเกาะท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูลเพียงแค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น นับเป็นเกาะประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ประเทศเรามากอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ลังกาวียังได้รับยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งไทรบุรี ชื่อนี้ได้มาเพราะว่าในอดีตเกาะลังกาวีเคยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองไทรบุรี หนึ่งในดินแดนของสยาม จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงได้เสียให้กับอังกฤษไปนั่นเอง

เกาะลังกาวีโด่งดังมาจากตำนานเรื่องราวของพระนางมัสสุหรี สาวไทยชาวภูเก็ตที่แต่งงานกับพระอนุชาขององค์สุลต่านแห่งลังกาวี แต่โดนใส่ร้ายจนต้องโทษประหารชีวิต ก่อนสิ้นพระชนม์พระนางได้กล่าวออกมาว่า “หากไม่มีความผิดขอให้โลหิตเป็นสีขาว” อีกทั้งยังสาปให้ลังกาวีไร้ความสงบสุขและความเจริญไป 7 ชั่วคน ทำให้ลังกาวีอยู่อย่างเงียบงันมากกว่า 100 ปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2543 รัฐบาลมาเลเซียได้เชิญทายาทรุ่นที่ 7 ซึ่งเป็นสาวไทยไปทำการถอนคำสาปของเกาะ รวมทั้งรัฐบาลมาเลเซียได้สนับสนุนการท่องเที่ยวมากขึ้น จนทำให้ลังกาวีกลายมาเป็นอัญมณีแห่งไทรบุรี เป็นเกาะท่องเที่ยวยอดฮิตอีกเกาะหนึ่งที่ไม่ไกลจากบ้านเรานั่นเอง

ช่วงเวลาท่องเที่ยวลังกาวีที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงกลางเดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่อากาศดี ไม่แห้งเกินไปและไม่มีฝน โดยเฉพาะช่วงเช้านั้นอากาศจะดีมาก อีกช่วงรองลงมาที่สามารถเที่ยวได้คือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – กลางเดือนเมษายน อากาศจะค่อนข้างแห้งและมีฝนตกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นสามารถเที่ยวได้อย่างสบายๆ เลย

ในครั้งนี้เอ็กซ์พีเดียอยากพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวลังกาวีแบบทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน รับรองว่าเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อนๆ ก็สามารถเที่ยวเกาะลังกาวีได้ครบจบในทริปเดียว แถมยังต้องตะลึงกับสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามแต่ละที่บนเกาะลังกาวีอย่างแน่นอน

“ลังกาวี” อัญมณีแห่งไทรบุรี ประเทศมาเลเซีย


วันที่ 1

Langkawi-1

Langkawi-2
Langkawi-3

วันแรกเพื่อนๆ สามารถเลือกการเดินทางได้หลายแบบ วิธีแรกคือนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติลังกาวี (Langkawi International Airport) ทั้งนี้จากประเทศไทยไปลังกาวีไม่มีเที่ยวบินตรง จึงต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ ทำให้เวลาการเดินทางค่อนข้างนาน เราจึงอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ นั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ (Hatyai International Airport) แล้วนั่งรถตู้ไปยังท่าเรือตำมะลัง (Tammalang Pier) จังหวัดสตูล ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีก็จะถึงท่าเรือ หลังจากนั้นเพื่อนๆ สามารถขึ้นเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือตำมะลังไปยังเกาะลังกาวี การเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง มีวันละ 3 รอบ ได้แก่ 9.30 น.  13.30 น. และ 16.00 น. ซึ่งเราเลือกไปรอบเช้าสุดเพื่อจะได้เที่ยวกันได้เต็มวัน

หลังจากนั้นเมื่อไปถึงเราจะไปเช็คอินเข้าที่พักที่เดอะเซนต์เรจิส ลังกาวี (The St. Regis Langkawi) ที่พักลังกาวีสุดไฮโซที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะ ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา แต่ยังให้ความรู้สึกสบายตาสบายใจไปในเวลาเดียวกัน ภายในโรงแรมมีกิจกรรมให้เพื่อนๆ ทำมากมาย ทั้งแล่นเรือใบ พายเรือคายัค หรือจะไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำริมทะเลก็น่าสนใจไม่เบา ส่วนใครอยากจะทำสปาที่นี่ก็มีให้บริการ

ที่พักแนะนำอื่นๆ

หลังจากเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วเราจะรีบออกเดินทางไปเที่ยวสถานที่เที่ยวมาเลเซียบนเกาะลังกาวี การเดินทางบนเกาะลังกาวีสามารถเช่ารถขับเองได้ ราคาอยู่ที่ประมาณวันละ 120 MYR หรือจะเช่ารถจักรยานยนต์ก็ได้ ราคาเริ่มต้นประมาณวันละ 40 MYR หรือเพื่อความสะดวกสบายก็สามารถใช้บริการเช่ารถพร้อมคนขับ ราคาประมาณ 200 MYR เท่านั้นเองสำหรับสองวัน สามารถเช่าได้ตั้งแต่บริเวณท่าเรือเลย

นั่งกระเช้าขึ้นไปยอดเขากุนุง มาชินชัง (Gunung Machinchang)

Gunung-1

Gunung-2
Gunung-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ที่เที่ยวบนเกาะลังกาวีแห่งแรกที่เราไปกันคือยอดเขากุนุง มาชินชัง (Gunung Machinchang) โดยเพื่อนๆ จะต้องนั่งกระเช้าขึ้นไป ซึ่งโดยสารได้สูงสุด 6 คน และมีทั้งหมด 35 กระเช้า ใช้เวลาเดินทางจากด้านล่างขึ้นไปยอดเขาประมาณ 15 นาที บริเวณด้านบนเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและยังมีสะพานขึงพาดผ่านยอดเขาที่สูงกว่า 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้เพื่อนๆ สามารถเดินบริเวณสะพานใสเพื่อชมธรรมชาติด้านล่างสะพานทั้งป่าและน้ำตกได้ นอกจากนี้หากมองลงไปด้านล่างก็จะเห็นทะเลที่ล้อมรอบเกาะอยู่ แถมยังเห็นไปได้ไกลถึงเกาะตะรุเตาเลยทีเดียว

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ

สวนธรรมชาติกิลิม (Kilim Geoforest Park)

Kilim-Geoforest-Park-1

Kilim-Geoforest-Park-2
Kilim-Geoforest-Park-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ช่วงบ่ายวันแรกเราจะใช้เวลาทั้งบ่ายที่สวนธรรมชาติกิลิม อุทยานธรณีบนเกาะลังกาวี ซึ่งนับเป็นอุทยานธรณีแห่งแรกในมาเลเซียและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราต้องเช่าเรือให้พาไปชมยังจุดต่างๆ ตามเส้นทางเราจะได้เห็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ได้เห็นก้อนหินและหน้าผาที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติ จุดเพาะเลี้ยงปลาในกระชังที่มีปลาหลากหลายชนิด ทั้งปลาเสือ ปลากระเบน รวมถึงการไปสัมผัสไฮไลท์เด็ดของเกาะลังกาวีนั่นก็คือการให้อาหารนกอินทรี นกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกาะลังกาวีนั่นเอง

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ

วันที่ 2

ชายหาดปันไต เซนัง (Pantai Cenang)

Pantai-Cenang-1

Pantai-Cenang-2
Pantai-Cenang-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เช้าวันที่สองหลังจากทานอาหารเช้าและเช็คเอาท์เสร็จ เราจะแวะไปที่ชายหาดปันไต เซนัง ชายหาดยอดนิยม น้ำทะเลเหมาะกับการลงเล่นน้ำ ตามชายฝั่งก็มีร้านค้าเรียงราย ทั้งร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกจากลังกาวี นับว่าเป็นชายหาดที่ครึกครึ้นที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะลังกาวี ช่วงเช้าอากาศจะดีมาก เหมาะกับการมาเดินเล่นถ่ายรูปชมบรรยากาศ แถมผู้คนยังไม่เยอะเท่าช่วงเวลาอื่นๆ ของวันอีกด้วย

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ

จัตุรัสอีเกิล (Langkawi’s Eagle Square)

Langkawis-Eagle-Square-1

Langkawis-Eagle-Square-2
Langkawis-Eagle-Square-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ที่สุดท้ายคือจัตุรัสอีเกิล หรือจัตุรัสนกอินทรี แลนด์มาร์คสำคัญของเกาะลังกาวี ซึ่งเป็นรูปปั้นนกอินทรีสีน้ำตาลแดงสูงกว่า 18 เมตร อยู่ในลักษณะกำลังจะออกบินตั้งอยู่ริมทะเล นกอินทรีเป็นสัญลักษณ์ของเกาะลังกาวี เพราะคำว่าลังกาวีมาจากคำในภาษามาเลเซียสองคำ คือคำว่า “เฮอลัง” (Helang) หมายความว่านกอินทรี กับคำว่า “กาวี” (Kawi) หมายความว่าน้ำตาลแดงนั่นเอง

นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังอยู่ใกล้ร้านค้าปลอดภาษี เพื่อนๆ จึงสามารถแวะไปซื้อสินค้าปลอดภาษีกลับบ้านกันได้ โดยเฉพาะที่ห้างเจ็ทตี้ พอยท์ (Jetty Point) ห้างที่จำหน่ายสินค้าปลอดภาษีมากมาย ราคาสินค้าแบรนด์บางอย่างถูกกว่าไทยครึ่งต่อครึ่งกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นหากใครกำลังมองหาสถานที่ช้อปปิ้งซื้อของก่อนกลับก็ต้องบริเวณจัตุรัสอีเกิลนี้เลย

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ

เที่ยวกันเสร็จแล้วก็สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่กลับไปท่าเรือตำมะลังได้ เรือขากลับจากลังกาวีนั้นมี 3 รอบ คือ รอบ 08.30 น. 12.00 น. และ 16.15 น. เมื่อกลับไปถึงก็นั่งรถตู้กลับไปยังสนามบินหาดใหญ่ ถือเป็นการจบทริปสั้นๆ นี้

เป็นอย่างไรกันบ้างกับทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ได้พักผ่อนริมทะเล ออกไปใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมของฝากติดมือ รับรองว่าพาใครไปก็แฮปปี้แน่นอน ฉะนั้นใครกำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เอ็กซ์พีเดียก็ขอแนะนำลังกาวีนี่แหละ เพราะนอกจากจะเดินทางไปไม่ยากแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายรอคอยให้เพื่อนๆ ไปค้นพบอีกเพียบเลย