มนต์เสน่ห์ของตึกเก่าสีเหลืองบวกกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนในดานังกับฮอยอัน เมืองเล็กๆ ริมน้ำแสนสงบ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของนักท่องเที่ยวยามมาเที่ยวเวียดนาม Expedia จึงขอพาไปชมว่าทั้งสองเมืองนี้มีสถานที่ไหนบ้างที่ไม่ควรพลาด

เที่ยวเวียดนามกลาง เยือนดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์

ดานัง (Da Nang)


ดานัง (Da Nang)

ภาพจาก: iStockPhoto

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มจัดทริปท่องเที่ยวเมืองดานังกันมากขึ้น ด้วยเสน่ห์ของบ้านเรือน ผู้คน บรรยากาศที่น่าหลงใหล และการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น เพราะมีหลายสายการบินที่บินตรงไปลงยังดานังได้เลย

ดานัง (Da Nang)

ภาพจาก: iStockPhoto

“ดานัง” เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 4 ของเวียดนามที่เหมือนจะเป็นศูนย์กลางของเวียดนามตอนกลางด้วย ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญในยุคเฟื่องฟูของเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งสนามบิน ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ที่พัก เพื่อเอื้ออำนวยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนดานังและเมืองใกล้เคียง สำหรับกิจกรรมที่เป็นจุดเด่นของที่นี่และเป็นไฮไลท์ติดอันดับของที่เที่ยวเวียดนามนั่นก็คือการนั่งกระเช้าที่บานาฮิลส์ (Ba Na Hills) เพื่อชมวิวเมืองดานังจากมุมสูง

ที่เที่ยวดานัง

1

บานาฮิลส์ (Ba Na Hills)

เที่ยวเวียดนามกลาง เยือนดานัง–ฮอยอัน ดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์

เที่ยวเวียดนามกลาง เยือนดานัง–ฮอยอัน ดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์

ภาพจาก: iStockPhoto

บานาฮิลส์ (Ba Na Hills) คือ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังประจำเมืองดานัง มีอุณหภูมิเฉลี่ย 20-25 องศาเซลเซียสตลอดปี ที่นี่มีทั้งที่พัก ร้านอาหาร Fantasy Park ส่วนไฮไลท์ของการมาเยือนเมืองดานังนั่นก็คือการนั่งกระเช้าไฟฟ้าชมวิวเมืองดานังจากมุมสูงแบบจุใจ ซึ่งได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คส์ด้วยว่าเป็นกระเช้าไฟฟ้าประเภทไม่มีการหยุดแวะ (แบบเคเบิลเดี่ยว) ที่ระยะทางยาวที่สุดในโลก คือ 5,801 เมตร ระยะจากฐานสู่ยอดสูงที่สุดในโลก 1,368 เมตร สายเคเบิลยาวที่สุดในโลก 11,587 เมตร และสายเคเบิลหนักที่สุดในโลก 141.24 ตัน

2

สะพานมังกรเมืองดานัง

สะพานมังกรเมืองดานัง

สะพานมังกรเมืองดานัง

ภาพจาก: iStockPhoto

สะพานมังกรข้ามแม่น้ำหาน (Han River) ที่อยู่ใจกลางเมืองดานัง เป็นสะพานหมุนแห่งแรกในเวียดนามที่นอกจากจะใช้สัญจรไปมาแล้ว ยังเป็นแลนด์มาร์คของเมืองอีกด้วยโดยจะเปิดไฟประดับสีต่างๆ เวลากลางคืน และมีการโชว์พ่นน้ำและไฟในช่วงสามทุ่มของทุกวันหยุด ช่วยขับให้ทัศนียภาพของแม่น้ำงดงามขึ้นไปอีก นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่มักจะมานั่งชิลล์จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ร้านอาหารบนถนนบักดัง (Bach Dang Street) ซึ่งอยู่เลียบแม่น้ำหาน อีกทั้งยังมาเดินเล่นเอาบรรยากาศ กินลมชมวิวแม่น้ำในยามค่ำคืน หาซื้ออาหารท้องถิ่น รวมถึงของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

3

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains)

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains)

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains)

ภาพจาก: iStockPhoto

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) นี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากเมืองดานังประมาณ 11 กิโลเมตรประกอบไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่จำนวน 5 ลูกที่ตั้งชื่อตามธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ไม้ ดิน น้ำ ไฟ และ โลหะ ซึ่งภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุด คือถุ่ยเซิน (Thuy Son) ที่แปลว่าธาตุน้ำ บนภูเขาจะมีทั้งถ้ำและอุโมงค์ที่มีพระพุทธรูปและเทพเจ้าองค์ต่างๆ อยู่ภายในให้กราบไหว้บูชา ส่วนด้านบนสุดของภูเขายังมีจุดชมวิวเมืองดานัง มีบางจุดของเส้นทางการเดินขึ้นเขาที่มองเห็นอ่าวดานัง ส่วนถ้าใครเดินขึ้นไม่ไหวที่นี่ก็มีลิฟต์ให้บริการด้วยเช่นกัน

4

อ่าวดานัง (Danang Bay)

อ่าวดานัง (Danang Bay)

อ่าวดานัง (Danang Bay)

ภาพจาก: iStockPhoto

แม้ชายหาดของที่นี่จะไม่ได้เป็นสีขาว และน้ำทะเลไม่ใช่สีฟ้าครามจนกลายเป็นชายหาดท่องเที่ยวชื่อดัง แต่เราพบเห็นวิถีชีวิตของชาวประมงเวียดนามได้ที่นี่ เพราะชายหาดของอ่าวดานังนั้นเต็มไปด้วยเรือกระจาดที่สานขึ้นจากไม้ไผ่ทั้งลำ จอดเรียงรายริมฝั่ง รวมถึงเรือกระจาดอีกหลายลำที่ลอยหาปลากลางทะเล แต่สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวชายหาดที่สามารถเล่นน้ำได้ของเมืองดานัง ต้องไปที่หาดหมีเคว (My Khe Beach) เพราะที่นี่สามารถลงเล่นน้ำได้ หาดนี้เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวเวียดนามที่เดินทางมาเพื่อเล่นน้ำทะเลรวมถึงเดินเล่นรับลมทะเลริมชายหาด

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม

 

ฮอยอัน (Hoi An)


ฮอยอัน (Hoi An)

ภาพจาก: iStockPhoto

เมืองมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจแห่งนี้ แฝงเสน่ห์มากมายไว้กับตึกเก่าสีเหลืองเข้มสไตล์ชิโนโปรตุกีสผสมโคโลเนียลที่ยังคงอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางบรรยากาศอันเรียบง่ายของวิถีชีวิตชาวเมืองฮอยอัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนมากมายถึงหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยียนเมืองที่เป็นอีกหนึ่งความงดงามของเอเชียบ้านเรากันอยู่เสมอ

ฮอยอัน (Hoi An)

ภาพจาก: iStockPhoto

“ฮอยอัน” เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำทูโบน ห่างจากเมืองท่าอย่างดานังไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก เพราะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาค้าขาย ตลอดจนนำเอาศิลปวัฒนธรรมมาเผยแพร่ให้กับเมืองแห่งนี้ ซึ่งปรากฏอยู่บนตึกรามบ้านช่องอันได้รับการรักษาเอาไว้จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้องค์การยูเนสโกประกาศให้เมืองเก่าฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2542

ที่เที่ยวฮอยอัน

ภาพจาก: iStockPhoto

การเข้าชมเมืองเก่าฮอยอัน จะต้องซื้อบัตรเข้าชมสถานที่แถวหัวถนนตรันฝูก่อน ซึ่งบัตรนี้ราคา 10 USD มีอายุการใช้งาน 1 วัน โดยเข้าชมสถานที่ต่างๆ ในเขตเมืองเก่าได้ทั้งหมด 5 สถานที่ หากเข้าเกินต้องจ่ายเพิ่มอีกที่ละ 2 USD วิธีการชมเมืองเก่านั้นมีทั้งการเดินเท้า เช่าจักรยาน หรือใช้บริการของสามล้อถีบ เพราะในเขตนี้ห้ามรถยนต์กับรถจักรยานยนต์เข้า

ที่เที่ยวฮอยอัน

1

ถนนตรันฝู (Tran Phu Road)

ถนนตรันฝู (Tran Phu Road)

ถนนตรันฝู (Tran Phu Road)

ภาพจาก: iStockPhoto

ถนนตรันฝู (Tran Phu Road) เป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ตัดผ่านเมืองโบราณฮอยอัน สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยตึกเก่าโบราณของคหบดีชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2388 ซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์มาก โดยเฉพาะจั่วฟุกเกี๋ยนหรือคฤหาสน์สมาคมชาวจีนที่อายุเกือบ 200 ปี และยังมีร้านขายสินค้าที่ระลึก ของฝากพื้นเมือง รวมถึงอาหารเวียดนามรสชาติอร่อยเรียงรายเต็มสองฝั่งถนน

2

บ้านเลขที่ 101

บ้านเลขที่ 101

ภาพจาก: toplist.vn

บ้านเลขที่ 101

ภาพจาก: buffalotrip.com

คฤหาสน์ของตระกูลตันกี (Tan Ky) ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ที่สุดในฮอยอัน บ้านหลังนี้มีผู้อยู่มาศัยมาแล้วกว่า 5 ชั่วคนตลอดอายุ 75 ปีของบ้าน ตัวบ้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น แกะสลักลวดลายผสมผสานทั้งจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม หลังคาทรงกระดองปู ภายในแบ่งเป็นห้องมีสัดส่วนชัดเจน

3

สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

ภาพจาก: iStockPhoto

ฮอยอันถูกแบ่งเป็นสองฝั่งจากคลองที่กั้นกลาง อีกฝั่งหนึ่งของคลองเป็นชุมชนชาวจีนอพยพ อีกฟากคือชุมชนชาวญี่ปุ่น แต่ถูกเชื่อมกันไว้ด้วยสะพานญี่ปุ่นที่สร้างจากความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว ตัวสะพานมีลักษณะเป็นทรงโค้ง มีหลังคามุงกระเบื้องสีเหลืองและเขียว และเพราะส่วนท้ายสะพานด้านหนึ่งมีวัดญี่ปุ่นอยู่ สะพานนี้จึงมีอีกชื่อว่าสะพานวัด (Pagoda Bridge)

4

สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc Kien Assembly Hall)

สมาคมฟุกเกี๋ยน (PhoucKien Assembly Hall)

สมาคมฟุกเกี๋ยน (PhoucKien Assembly Hall)

ภาพจาก: iStockPhoto

สมาคมฟุกเกี๋ยน (Phouc Kien Assembly Hall) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2335 เป็นสมาคมของชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในฮอยอัน ตั้งอยู่บนถนนตรันฝู เป็นศูนย์กลางการพบปะของชาวจีนที่อพยพมาจากฟุกเกี๋ยน และยังใช้เป็นสถานที่บูชาและรำลึกถึงบรรพบุรุษอีกด้วย

4

พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museum of Trading Ceramics)

พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museum of Trading Ceramics)

ภาพจาก: twtmiri.com

พิพิธภัณฑ์เซรามิก (Museum of Trading Ceramics)

ภาพจาก: hoianfoodtour.com

บ้านเลขที่ 80 บนถนนตรันฝูเดิมเป็นบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ของชาวจีนฟุกเกี๋ยน ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์เซรามิก จัดแสดงเครื่องใช้ในสมัยโบราณที่สะท้อนให้เห็นความเจริญในอดีต โดยจัดข้าวของเครื่องใช้ไว้เป็นหมวดหมู่ และหากขึ้นไปบนชั้น 2 ของตัวบ้านจะมองเห็นเขตเมืองฮอยอันโบราณได้ด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนธันวาคม – มีนาคม

และหากมาเที่ยวดานัง – ฮอยอันแล้วมีเวลาเหลือ Expedia แนะนำให้แวะไปเที่ยวฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กันด้วยนะ