เมืองโกเบ ของขึ้นชื่อของเมืองโกเบเลยนั้นก็คือเนื้อโกเบค่ะ แต่โกเบมีดีมากกว่านั้นอีกนะคะ โกเบมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น แช่ออนเซ็น ชมพิพิธภัณฑ์สาเก ดูวิวเมืองโกเบบนเขา และปิดท้ายด้วยการไปล่องเรือ สามารถใช้เวลาเที่ยวได้ 1 วันเต็มที่โกเบค่ะ

แผนการเที่ยวที่โกเบวันนี้คือ

Arima Onsen > พิพิธภัณฑ์สาเก > Herb Garden > Luminous Kobe cruise

แช่ออนเซ็นกันที่ Arima Grand Hotel

วันนี้เราได้จองห้อง Akebono ไว้ราคา 2,160 เยนต่อ 45 นาทีค่ะ มีอุปกรณ์อาบน้ำให้อย่างครบครัน ห้องนี้มีด้วยกัน 2 บ่อ ลองสังเกตุดูสีของน้ำนะคะ สีต่างกันเพราะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันค่ะ น้ำออนเซ็นที่นี่เขามาจากธรรมชาติไม่ใช่เอาน้ำมาต้มเองแล้วส่งมาตามท่อนะคะ เขาสูบขึ้นมาจากบ่อธรรมชาติและทำการปรับปรุงนิดหน่อยให้เหมาะสมพอที่เราสามารถลงไปแช่ได้ค่ะ ห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัวนั้นมีจำนวนจำกัดดังนั้นควรโทรไปจองล่วงหน้าค่ะ

Arima_Onsen

ซ้าย : บ่อที่น้ำที่มีลักษณะสีน้ำตาลๆ (คนญี่ปุ่นตั้งชื่อว่าเป็นน้ำสีทอง เรามองงัยก็น้ำตาลนะ) มีส่วนประกอบของโซเดียมคลอไรด์ปนอย่างเข้มข้น มีประสิทธิภาพสำหรับรักษาอาการปวดข้อของร่างกายเราได้เป็นอย่างดี

ขวา : บ่อที่มีน้ำใสๆ มีส่วนประกอบของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการเผาผลาญ และเพิ่มความอยากอาหารอีกด้วย

ก่อนจะลงแช่น้ำต้องอาบน้ำจากข้างนอกบ่อให้เรียบร้อยก่อนนะคะ เมื่อชำระร่างกายสะอาดเรียบร้อยแล้วเราจึงค่อยลงไปแช่…ขออนุญาติไปแช่น้ำก่อนนะ ชิวมากแช่ไปดูภูเขาไป

♨️ ประเภทของห้องอาบน้ำ
📅 จองอย่างไร?
🚌 การเดินทาง

Arima_Onsen_Garden

แช่น้ำเสร็จแล้วไปเดินเล่นรอบๆ โรงแรมดีกว่า เพราะบรรยากาศที่นี่สวยมาก เสียดายถ้ามาช่วงที่มีใบไม้แดงมากกว่านี้วิวแบบนี้มันคงจะสวยกว่านี้แน่นอนค่ะ

มื้อเที่ยง ที่ Kobe Meriken Park Oriental Hotel

เป็นบุฟเฟ่ต์าหารนานาชาติที่ห้องอาหารของ โรงแรม Kobe Meriken Park Oriental Hotel เมนูแนะนำเลยคือสเต็กเนื้อจากออสเตรเลีย ตามรูปจะเห็นว่ามีเซฟยืนอยู่บริเวณใกล้ทางเข้า ซุ้มนั้นแหล่ะค่ะที่เขาทำเนื้อออกมาได้อย่างอร่อยเหาะ ทั้งที่เราเป็นคนไม่ทานเนื้อเพราะว่ากลิ่นมันคาว แต่เพื่อนแนะนำว่าสุดยอดจริงๆ เลยลองทานมาคำนึงอร่อยจริงๆ ค่ะ

Buffet_Kobe_Meriken_Park_Oriental_Hotel

อีกจานที่เราและกลุ่มเราพูดถึง คือ ของหวานที่เป็นเครปค่ะ อยู่บริเวณใกล้กับซุ้มสเต็กเนื้อนั่นแหล่ะค่ะ เขาจะทำเครปออกมาหอม นุ่ม ลองเอาไอติมมาแปะไว้ข้างบนแป้งเครปสิคะ อร่อยมากเลยค่ะ ด้วยความหิวจัดเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาประกอบ อาจเป็นเพราะหลังจากแช่ออนเซ็นมาแล้วเลยทำให้หิวโซนะคะ

พิพิธภัณฑ์สาเก Hakutsuru

Sake musuem 01

เข้าไปข้างในเพื่อดูวิธีการทำสาเกได้จากหุ่นขี้ผึ้งที่เขาทำไว้เท่าตัวคนจริงๆ อุปกรณ์ต่างๆที่เขาใช้จัดแสดงก็มาจากของจริงในอดีต และสามารถเข้าไปรับฟังประวัติความเป็นมาของที่นี่ได้จากห้อง Theater โดยคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเข้าใจได้ง่ายค่ะ

Sake musuem 02

เมื่อฟังประวัติเสร็จแล้วให้เดินขึ้นไปชั้น 2 ที่นั่นมีหุ่นขี้ผึ้งแสดงขั้นตอนการทำในขั้นตอนต่างๆ พร้อมทั้งมีการจัดแสดงอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมคำบรรยายวิธีการใช้งานไว้ให้เราเข้าใจ ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ เมื่อเดินชมจนทั่วแล้วเราก็ลงไปที่ชั้น 1 อีกครั้ง

Sake musuem 03

เมื่อมาถึงชั้น 1 ตรงนี้เขาจะจัดให้ชิมสาเกที่หลากหลายรสชาติ ลองหยิบชิมได้ทุกรสเลย หากติดใจก็ซื้อกลับไปได้เลย หากชอบใจราคาสาเกตัวไหนแต่ไม่รู้ว่ารสชาตินั้นจะเป็นอย่างไร ให้หยิบสินค้าตัวนั้นเดินกลับไปที่ซุ้มชิม ถามคุณเจ้าหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษได้เลยว่าขอชิมอันนี้หน่อย แล้วเจ้าหน้าที่เขาจะไปเปิดตู้เย็นดู หากไม่มีแบบนั้นในตู้เย็นก็อดไป

แนะนำเลย 2 แบบที่ถ่ายรูปมาให้ดูเพราะเราชิมมาแล้วที่ซุ้มให้ชิมฟรีมันอร่อยมาก อันแรกเป็นสาเกส้ม อันถัดไปเป็นสาเกพลัมเหมือนกินค็อทเทลเลยล่ะ สาเกพลัมอร่อยที่สุด อร่อยแบบหวานลมุนลิ้นไม่บาดคอเหมือนแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ คุณเจ้าหน้าที่บอกว่าทั้งสองแบบนี้มีแอลกอฮอล์ 10 % อยากซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านมากเลยค่ะ เสียดายว่าต้องเดินทางไปอีกหลายเมืองเลยไม่ได้ซื้อแบบขวดแก้วมา ซื้อ 2 ถุงเล็กๆ มาแทน เป็นสาเกส้มแอลกอฮอล์ 5 % อยากได้สาเกพลัมมากกว่าเสียดายที่แบบถุงไม่มีขาย

สาเกส้ม

(เอากลับมาชิมที่เมืองไทย) ลองชิมแล้วนะอร่อยมาก มีอะไรบางอย่างที่เหมือนเนื้อส้มอยู่ในสาเกด้วย ตอนชิมอยู่ที่ญี่ปุ่นไม่รู้สึกว่ามีเนื้อส้มในขวดเลย

Herb Garden

Herb_Garden_Map

ดูวิวเมืองโกเบ และจิบชาบนเขาให้หน้าเราปะทะลมเย็นๆ ให้สดชื่นกันดีกว่าค่ะ กระเช้าที่นี่จะหยุด 3 สถานี ได้แก่ Herb Garden Bottom Station, Kaze no Oka Mid Station และ Herb Garden Top Station ไปดูกันว่าแต่ละสถานีเป็นอย่างไร

Herb Garden Bottom Station

Herb Garden Bottom Station

จุดเริ่มต้น เราต้องขึ้นกระเช้าที่สถานีแรกที่เราขึ้นกระเช้าเรียกว่า Herb Garden Bottom Station เริ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ กระเช้าที่นี่มีช่องรับลมด้วยทำให้มีลมเย็นๆ พัดเข้ามาในกระเช้าเสมอ บ้างครั้งเมื่อลมพัดมาก็เข้ากับคำพูดที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” จริงๆ ลองมองลงไปจากจุดที่เราขึ้นกระเช้าแล้วรู้ตัวว่าเรามาไกลมากทำไมยังไม่ถึงสถานีปลายทางสักทีนะ

Kaze no Oka Mid Station

Kaze no Oka Mid Station

Kaze no Oka Mid Station เป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจหันไปดูพร้อมกันเหมือนมันเป็นสิ่งที่รอคอยมานาน… พอถึงสถานีนี้จะมีเจ้าหน้าที่เปิดประตูกระเช้าให้เลยค่ะ ถ้าจะลงที่นี่เพื่อไปออกไปเดินดูสวนผลไม้ สวนดอกไม้ น้ำตก สวนลาเวนเดอร์ คาเฟ่ต์ และเรือนกระจก ก็กระโดดลงเลยค่ะ เก็บข้าวของของส่วนตัวลงจากกระเช้าด้วยนะคะ แต่ถ้าใครไม่ลงสถานนีนี้ก็แค่รออยู่ในกระเช้าเฉยๆ เดี๋ยวคุณเจ้าหน้าที่เขาก็ปิดประตูให้เอง เพราะเราไม่ลงที่สถานีนี้เหมือนกัน ขณะที่กระเช้าค่อยๆเคลื่อนตัว เราก็ชมนกชมไม้ไปเรื่อย และตาเราก็มาหยุดที่คู่นึง เห็นคนมาสวีทกันด้วยน่าอิจฉาจริงๆ เมื่อกระเช้าเคลื่อนตัวไปไกลแล้วเราก็หันหลังไปดู ว้าว….เรามาไกลกันมาก…และสูงมาก…

Herb Garden Top Station

Herb Garden Top Station

สถานีสุดท้าย เรียกว่า Herb Garden Top Station จุดขายที่นี่คือขึ้นมาเพื่อดูวิวเมืองโกเบ และรับลมเย็นๆข้างบนกัน ที่ห้ามพลาดลองชิมชาร้อนๆ ดู ที่นี่เขามีชาให้เลือกหลากหลายเลยนะคะ ที่ได้ลองชิมในครั้งนี้คือชาสมุนไพรลาเวนเดอร์ คำแรกที่เข้าปากจะรับรู้ถึงกลิ่นของสมุนไพรเข้มข้น บางคนที่ไม่ชอบกลิ่นสมุนไพรให้ทานคุ๊กกี้ก่อนแล้วจิบชาตามลงไป รสหวานจากคุ๊กกี้ช่วยให้กลิ่นของสมุนไพรจะอ่อนลงทันทีค่ะ เพราะความหวานของคุ๊กกี้ยังค้างอยู่ที่ลิ้นค่ะ ท้าให้นั่งจิบชารับลมเย็นที่นี่ดู เป็นประสบการณ์ที่ดีเลยทีเดียว นั่งชิลล์ๆ ดูดอกไม้ ดูวิวเมือง และจิบชา สวยมาก พอพระอาทิตย์เริ่มคล้อยตัวลง หนาวได้ที่แล้วเราก็กลับกันค่ะ บางคนไปเดินถ่ายรูปเล่นที่สวนต่างๆ แต่เราไม่ได้ไปเลยไม่มีภาพมาฝากค่ะ

Kobe Portopia Hotel

Kobe_Portopia_Hotel_01

เนื่องจากเพิ่งจิบชายามบ่ายมาเลยยังไม่หิว ทำให้เลือกที่จะไปไปเช็คอินที่โรงแรม Kobe Portopia Hotel ก่อนดีกว่า ที่นี่เป็นโรงแรม 4 ดาว มีห้องพักประมาณ 700 กว่าห้อง ที่สำคัญมี WiFi และอินเทอร์เน็ตแบบใช้สายให้บริการฟรีค่ะ (ดีกว่าประเทศสิงคโปร์ที่คิดเงินค่ะ) ล็อบบี้โรงแรมดูอลังการมาก ห้องพักจะเป็นอย่างไรนะ

Kobe_Portopia_Hotel_02

ห้องนอนกับห้องน้ำเมื่อเทียบกับล็อบบี้ในภาพแรกนึกว่าอยู่คนละโรงแรมกัน เพราะห้องนอนที่เราได้ไม่ได้หรูหราเท่าไหร่นัก แต่ข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำมีไว้อย่างครบครัน ชอบใจที่สุดคือสบู่ล้างหน้าของชิเชโด้เป็นแบบปั๊มฟองออกมา ใช้แล้วหน้านุ่มขึ้นมาทันที และอีกอย่างที่ชอบก็คือแชมพู ครีมนวด ที่บรรจุมาในขวดขนาดใหญ่ ใครที่ผมยาวก็ไม่ต้องบ่นว่าให้แชมพูกับครีมนวดผมมาไม่พออีกต่อไป

Luminous Kobe cruise

Luminous Kobe cruise

วันนี้ขอดินเนอร์บนเรือเพื่อชมแสงสีของเมืองโกเบกัน อาหารบุฟเฟต์ กินกันให้เต็มที่ คล้ายกับการล่องเรือดินเนอร์ที่แม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเราเลยค่ะ กินไปเรื่อยๆ พอเข้าใกล้สะพานผู้คนก็วิ่งกันออกไปถ่ายรูปกับสะพานที่เขาประดับไฟไว้ เสียดายมือเราไม่นิ่งเท่าไหร่ ทำให้ภาพที่ได้ไม่สวยเลย เบลอทั้งนั้น เลยไม่กล้าเอามาอวดค่ะ

เรื่องของเครื่องดื่มก็มีกันทุกชนิด ด้านซ้าย Kirin Beer แนะนำให้ลองค่ะ วันนี้มีโอกาสเลยขอชิมเบียร์หน่อย ตอนเอาแก้วมาใกล้ๆ กินเบียร์ไม่ฉุนเหมือนเบียร์ไทยค่ะ เมื่อได้ลองจิบเข้าไป โอ้…จิบจนหมดแก้วเลยค่ะ นับว่าเราได้ค้นพบเบียร์ที่เรากินได้แล้ว

ด้านขวาเป็นสาเก วันนี้เราไปแวะชิมสาเกมาจากพิพิธภัณฑ์สาเกแล้ว พอเห็นอีกเลยขอเอามาลองและขวดเล็กๆน่ารักมาก แต่รสชาติมันคือสาเกเพียวๆ ไม่อร่อยเลย เหมือนกินเหล้าขาวแต่ไม่บาดคอเท่าเหล้าขาวนะคะ ดีกว่าเหล้าขาวเยอะ นอกจากนี้เครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีน้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำเปล่าค่ะ

บุฟเฟต์นอกจากอาหารคาว เครื่องดื่ม ก็มีขนมหวานด้วยนะคะเป็นขนมเค้กและผลไม้ตามฤดูกาล ดีที่ว่าช่วงนี้อากาศไม่หนาวมาก เลยออกมารับลมที่ระเบียงของเรือเพื่อชมแสงยามค่ำคืนของโกเบกัน ลืมบอกที่ท่าเรือนี้มีสัญลักษณ์ของเมืองโกเบด้วยนะ ซึ่งก็คือโกเบทาวเวอร์ ถ้าใครไม่เหนื่อยไปนั่งดื่มต่อที่บาร์ข้างบนโกเบทาวเวอร์ได้นะ วันนี้อิ่มแล้วกลับไปนอนฝันดีกว่า พรุ่งนี้ไปสนุกกันที่โอซาก้าค่ะ


อ่านต่อ

1 วันที่โอซาก้าในรูปแบบใหม่

ฮาโลวีนที่ Universal Studio Japan ที่โอซาก้า

เช่ากิโมโนเดินถ่ายรูปทั่วเมืองเกียวโต


โรงแรมทั้งหมดในโกเบ
ข้อมูลสนามบินคันไซ
ค้นหาตั๋วเครื่องบินไปสนามบินคันไซ โอซาก้า
คู่มือท่องเที่ยวโกเบ