หากใครอยากหนีความวุ่นวายไปเที่ยวพักใจใกล้ทะเล เอ็กซ์พีเดียขอแนะนำจาไมกา ประเทศเล็กๆ ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะในหมู่เกาะแคริบเบียน ทวีปอเมริกา แน่นอนอยู่แล้วว่าหมู่เกาะแคริบเบียนขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของน้ำทะเลและหาดทราย ควรค่าแก่การไปเที่ยวอย่างแน่นอน นอกจากนี้จาไมกายังเป็นหนึ่งในปลายทางยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการไปชมวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร รวมไปถึงการลิ้มลองอาหารเลิศรสอีกด้วย

สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรไปท่องเที่ยวจาไมกาก็คือช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมาก สามารถเที่ยวได้สบายๆ แถมที่พักและราคาตั๋วเครื่องบินนั้นก็ไม่แพงเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของจาไมกาและประเทศอื่นๆ ในแถบหมู่เกาะแคริบเบียน

การเดินทางไปจาไมกานั้นก็ไม่ยาก เพื่อนๆ สามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาตินอร์แมน แมนเลย์ (Norman Manley International Airport) ก็จะถึงยังคิงส์ตัน (Kingston) เมืองหลวงของจาไมกา แล้วสามารถเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ ต่อได้เลย แต่การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางภายในจาไมกานั้นค่อนข้างลำบาก เอ็กซ์พีเดียจึงแนะนำว่าควรใช้บริการแท็กซี่ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ จะสะดวกสบายมากกว่า ส่วนใครที่เริ่มจะสนใจจาไมกากันแล้ว เราจะพาไปชมเมืองท่องเที่ยวจาไมกาเด็ดๆ กัน รับรองเลยว่าทุกคนจะต้องรีบกดจองตั๋วเครื่องบินกันเลย

จาไมกา สีสันแห่งธรรมชาติบนหมู่เกาะแคริบเบียน


1

คิงส์ตัน (Kingston)

1.Kingston-1

1.Kingston-2
1.Kingston-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองแรกแน่นอนว่าต้องเป็นคิงส์ตัน เมืองหลวงของจาไมกา ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและจุดท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ที่แรกก็คือพิพิธภัณฑ์บ็อบ มาร์เลย์ เกือบทุกคนคงรู้จักบ็อบ มาร์เลย์ ตำนานนักดนตรีเร็กเก้ชาวจาไมกาผู้โด่งดัง ซึ่งพิพิธภัณฑ์บ็อบ มาร์เลย์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านที่บ็อบ มาร์เลย์เคยอาศัยอยู่ ห้องนอนของเขายังถูกจัดวางไว้เหมือนเดิม นอกจากนี้ภายในยังมีทั้งห้องอัดเสียงที่บ็อบ มาร์เลย์ใช้ในอดีต รวมถึงมีการจัดแสดงเรื่องราวประวัติของบ็อบ มาร์เลย์ให้เพื่อนๆ ได้ศึกษากันอีกด้วย เสร็จจากพิพิธภัณฑ์บ็อบ มาร์เลย์ก็ไปต่อกันที่เดวอน เฮาส์ (Devon House) คฤหาสน์สุดหรูของเศรษฐีผิวสีคนแรกของจาไมกา ภายในบ้านเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์และของใช้สไตล์โบราณที่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในแถบหมู่เกาะแคริบเบียน หลังจากเดินชมเสร็จก็ห้ามพลาดแวะไปที่บริเวณลานด้านนอกคฤหาสน์ ซึ่งมีร้านไอศกรีมชื่อดัง ทำไอศกรีมจากผลไม้บนเกาะให้เลือกทานกว่า 30 รสชาติ

พักที่ไหนดี?

2

มอนเตโกเบย์ (Montego Bay)

2.Montego-Bay-1

2.Montego-Bay-2
2.Montego-Bay-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองถัดมาคือมอนเตโกเบย์ เมืองท่าตากอากาศชื่อดังในแถบหมู่เกาะแคริบเบียน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตอนเหนือของจาไมกา มีน้ำทะเลสีฟ้าใส เม็ดทรายก็เป็นสีขาวนุ่ม มอนเตโกเบย์มีชายหาดหลากหลาย รวมไปถึงชายหาดชื่อดังอย่าง ดอกเตอร์ เคฟ (Doctor’s Cave Beach) ชายหาดที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าสวยที่สุดในจาไมกา มอนเตโกเบย์ยังมีร้านอาหารให้เพื่อนๆ เลือกหลากหลาย รวมไปถึงอาหารทะเลสดๆ ให้เพื่อนๆ ได้นั่งทานขณะมองน้ำทะเลสีฟ้าใสเพลินๆ กันไป นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการทำกิจกรรมทางทะเล ทั้งสกีน้ำ ล่องเรือใบก็น่าสนใจ หรือจะไปดำน้ำเพื่อชมปะการังอันสมบูรณ์ก็รับรองได้เลยว่าต้องประทับใจแน่นอน

พักที่ไหนดี?

3

ออคโค ริออส (Ocho Rios)

3.Ocho-Rios-1

3.Ocho-Rios-2
3.Ocho-Rios-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ห่างจากมอนเตโกเบย์มาไม่ไกลมีอีกหนึ่งเมืองยอดฮิต นั่นคือ ออคโค ริออส ซึ่งในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านประมงสำคัญของจาไมกา ปัจจุบันได้กลายมาเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศและในหมู่เกาะแคริบเบียน เต็มไปด้วยรีสอร์ทสุดหรูมากมายให้เพื่อนๆ เลือกเข้าพัก แถมรีสอร์ทส่วนใหญ่ในบริเวณนี้ยังเป็นแบบออลอินคลูซีฟ (All inclusive) คือรวมทั้งค่าห้องและอาหารสามมื้อให้แล้ว สะดวกสบายสุดๆ นอกจากนี้ที่ออคโค ริออส ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายทั้งทะเล ชายหาด รวมไปถึงน้ำตกชื่อดังอย่างน้ำตกดันน์ ริเวอร์ (Dunn’s River Falls) ซึ่งเป็นน้ำตกสูงกว่า 55 เมตร และยาวกว่า 180 เมตร ลักษณะเหมือนเป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำให้เพื่อนๆ สามารถลงไปเล่นน้ำได้ แต่กิจกรรมยอดฮิตก็คือการไปปีนน้ำตก ใช้เวลาทั้งหมด 1.5 ชั่วโมง สำหรับใครที่อยากไป เราขอแนะนำว่าให้ซื้อบริการไกด์พร้อมทัวร์จะปลอดภัยและสะดวกสบายมากกว่า

พักที่ไหนดี?

4

เนกริล (Negril)

4.Negril-1

4.Negril-2
4.Negril-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองถัดมามีชื่อว่า เนกริล เป็นเมืองทางตะวันตกของจาไมกา โด่งดังจากชายหาดยาวสุดลูกหูลูกตาที่ริมชายหาดเต็มไปด้วยแสงสีมากมายให้เพื่อนๆ ไปค้นพบ นับเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน ผู้คนจะค่อนข้างน้อย ไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองชายทะเลอื่นๆ ที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากนั้นห่างออกไปจากชายฝั่งเนกริลยังมีเกาะบู้บบี้ เคย์ (Booby Cay) ที่โด่งดังเรื่องล็อบสเตอร์จนมีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า เกาะลอบสเตอร์ ที่นี่เพื่อนๆ จะได้ทานล็อบสเตอร์แสนอร่อยปรุงสดๆ ราคาไม่แพง แถมเกาะนี้ยังเหมาะสำหรับการดำน้ำชมเหล่าปลาน้อยใหญ่อีกด้วย

พักที่ไหนดี?

4

ฟัลเมาท์ (Falmouth)

5.Falmouth-1

5.Falmouth-2
5.Falmouth-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เมืองสุดท้ายในจาไมกาที่เราจะพาไปกันคือฟัลเมาท์ ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของจาไมกา ในอดีตนั้นเป็นตลาดการค้าสำคัญของจาไมกา มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้ามากมาย เพื่อนๆ จึงสามารถเห็นบ้านเรือนและอาคารสไตล์ตะวันตกกันได้ที่เมืองแห่งนี้ นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังเป็นท่าเรือสำคัญที่เรือสำราญใหญ่ระดับโลก เช่น เรือสำราญของดิสนีย์ จะมาจอดแวะให้นักท่องเที่ยวได้ลงซื้อของกัน สถานที่เที่ยวนอกจากทะเลและร้านขายของริมชายหาดที่ฟัลเมาท์นั้นมีแม่น้ำมาร์ธา เบรย์ (Martha Brae River) ที่ให้เพื่อนๆ ได้ล่องแพไปตามแม่น้ำเพื่อสำรวจธรรมชาติรอบด้านได้อีกด้วย

พักที่ไหนดี?