หากเอ่ยถึงเลโซโท เราเชื่อว่าทุกวันนี้คนไทยหลายคนคงคุ้นหูกับประเทศนี้กันบ้างแล้ว เลโซโทเป็นประเทศเล็กๆ ในทวีปแอฟริกาที่ถูกล้อมด้วยประเทศแอฟริกาใต้ ไม่มีทางออกสู่ทะเล แบ่งออกเป็น 10 เขต ธรรมชาติส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง ด้วยความสูงจากน้ำทะเล 1,400 – 18,000 เมตร จึงทำให้มีหิมะปกคลุม มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 30,000 ตารางกิโลเมตร หรือถ้าเทียบง่ายๆ ก็คือเลโซโทมีพื้นที่ใหญ่เป็น 2 เท่าของจังหวัดอุบลราชธานีเท่านั้นเอง

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเลโซโทมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูงและมีหิมะปกคลุม ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสถานที่ทางธรรมชาติที่สวยงามแบบที่หาที่ไหนไม่ได้อีก ตอนนี้เอ็กซ์พีเดียก็มีเที่ยวบินตรงถึงสนามบินสนามบินมาเซรู (Maseru) ของประเทศเลโซโทแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปลงที่แอฟริกาใต้แล้วต่อเครื่องมาอีกครั้ง ถือว่าเดินทางสะดวกเป็นอย่างมากเลยล่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวที่เราขอแนะนำกันในครั้งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและอยากให้เพื่อนๆ ไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต

พาไปรู้จักประเทศเลโซโท ดินแดนธรรมชาติ


1

เขื่อนคัทเซ่และสวนพฤกษศาสตร์คัทเซ่
(Katse Dam and Botanical Gardens)

1.Katse-Dam-and-Botanical-Gardens-1

1.Katse-Dam-and-Botanical-Gardens-2
1.Katse-Dam-and-Botanical-Gardens-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เขื่อนและสวนพฤกษศาสตร์คัทเซ่ถือเป็นจุดหมายหลักแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติอันสวยงามของเลโซโทเลยก็ว่าได้ เขื่อนคัทเซ่อยู่ในเขตมาเซรู เมืองหลวงของเลโซโท เป็นเขื่อนที่สูงที่สุดในเลโซโทและสูงเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปแอฟริกา รวมถึงเป็นเขื่อนคอนกรีตที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก สร้างขึ้นเหนือแม่น้ำมาลิบามัทโซ (Malibamat’so) บนภูเขามาลูติ (Maluti Mountains) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการผันน้ำในเขตภูเขาเลโซโท (Lesotho Highlands Water Project)

เสน่ห์ของเขื่อนคัทเซ่ก็คือมีสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้หายากและนกนานาพันธุ์ ในช่วงฤดูหนาวเขื่อนแห่งนี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวที่โปรยปราย นอกจากความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว เขื่อนคัทเซ่ยังมีกิจกรรมต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยว ทั้งขี่ม้า ล่องเรือ ตกปลา ตะลุยเขื่อนด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ปีนเขา ส่องนก ทัวร์ชมเขื่อน ชมหมู่บ้าน เรียกว่าได้สัมผัสธรรมชาติท้องถิ่นอย่างเต็มอิ่มไปเลย

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนมีนาคม – เมษายน และเดือนกันยายน

2

กลุ่มถ้ำโคเม
(Ha Kome Caves)

2.Ha-Kome-Caves-1

2.Ha-Kome-Caves-2

ภาพจาก : iStockPhoto

เขยิบมาอีกเขตของเลโซโทอย่างเบเรีย (Berea) มีหมู่บ้านของชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในกลุ่มถ้ำโคเม (Ha Kome Caves) ที่เคยต้องต่อสู้กับความหิวโหยในศตวรรษที่ 19 ลักษณะเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้คือ ถ้ำที่อยู่อาศัยนั้นใช้หินทรายมาแกะสลักและขุดเจาะเข้าไปติดกับเชิงผา ลักษณะคล้ายกระท่อมเล็กๆ เสริมความแข็งแรงด้วยดินเหนียวและมูลวัว แม้จะผ่านมากว่า 2 ศตวรรษแต่ลูกหลานของชนเผ่าก็ยังอาศัยอยู่ในถ้ำหินทรายแห่งนี้ได้ ถ้ำหินทรายเหล่านี้ถูกเรียกว่า “Liboping” แปลว่าเตาอบ เนื่องจากมีหน้าตาคล้ายเตาอบนั่นเอง ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นมรดกของชาติไปแล้ว นอกจากการมาเยี่ยมชมมรดกโลกที่มีอายุกว่า 2 ศตวรรษแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถมาปิกนิกและปิ้งบาร์บีคิวที่นี่ได้อีกด้วย หรือจะเลือกขี่ม้าแคระหรือหาไกด์พาทัวร์ให้ก็สะดวกไปอีกแบบ

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนมีนาคม – เมษายน

3

หุบเขาทาบาโบซึย
(Thaba-Bosiu)

3.Thaba-Bosiu-1

3.Thaba-Bosiu-2
3.Thaba-Bosiu-3
ภาพจาก : iStockPhoto

อนุสาวรีย์แห่งชาติหุบเขาทาบาโบซึย (Thaba – Bosiu) ได้รับสมญานามว่า “ภูเขาแห่งราตรี” (Mountain of the Night) เป็นสถานที่ตั้งรกรากของชาวบาโซโทผู้เป็นบรรพบุรุษของชาวเลโซโทนั่นเอง ชาวบาโซโทมีความเชื่อว่า ในเวลากลางคืนหุบเขาแห่งนี้จะขยายตัวสูงขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก ซึ่งตามประวัติศาสตร์ก็ไม่มีชนเผ่าอื่นๆ เข้ามารุกรานได้สำเร็จจริงๆ มีหลากหลายช่องทางในการใกล้ชิดธรรมชาติที่สวยงามของภูเขาเหล่านี้ นักท่องเที่ยวสามารถขี่ม้า ชมภาพเขียนหิน หรือเดินเล่นชมวิวสวยๆ โดยมีไกด์นำทางได้

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
ตลอดทั้งปี

4

ซานิ พาส
(Sani Pass)

4.Sani-Pass-1

4.Sani-Pass-2
4.Sani-Pass-3
ภาพจาก : iStockPhoto

เอาใจขาลุยกับซานิพาส (Sani Pass) อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในเลโซโท เส้นทางภูเขาแสนคดเคี้ยวเหมือนตัวงูเพื่อขึ้นสู่ภูเขามังกร (Drakensberg Mountains) นี้ต้องใช้รถสี่ล้อในการเดินทาง ขับผ่านอุทยานแห่งชาติอุคลาห์ลัมบา ดราเกนส์เบิร์ก (Ukhahlamba Drakensberg Park) เพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมวิวบนเขาที่มองเห็นเขตแดนของประเทศเลโซโทและแอฟริกาใต้ ด้านบนยังมีซานิท็อปชาเลต์ (Sani Top Chalets) ที่พักที่สูงที่สุดในเลโซโทและแอฟริกา รวมถึง Sani Mountain Lodge ผับที่สูงที่สุดในแอฟริกาด้วย หรือถ้าอยากจะปีนเขาก็มีให้เราทำเช่นกัน

หากอยากขึ้นไปสูดอากาศธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ของภูเขามังกรก็สามารถเลือกที่พักในหลายเขตของเลโซโทตามแนวทอดตัวของภูเขาได้ ทั้งเขตบูทา-บูเท (Butha-Buthe) ที่อยู่เหนือสุดของประเทศ เขตโมคอตลอง (Mokhotlong) ที่อยู่ถัดลงมา หรือไม่ก็เขตคาชาส์เนก (Qacha’s Nek) หรือเขตคูทิง (Quthing) ก็ได้

💰 ค่าบริการ
เวลาเปิดบริการ
การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
ฤดูร้อนช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากสภาพอากาศแห้งและปริมาณฝนค่อนข้างน้อย ส่วนช่วงฤดูหนาวของที่นี่ซึ่งอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคมอาจไม่เหมาะสมต่อการไปเที่ยวมากนัก เนื่องจากมีฝนตกหนัก หมอกหนา และสภาพอากาศไม่ดีทำให้ขับรถเข้าไปยาก

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่อยากเดินทางไปประเทศเลโซโท ดินแดนธรรมชาติแห่งแอฟริกา สามารถทำเรื่องขอวีซ่าได้ที่สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโทประจำประเทศไทย เราสามารถอยู่ในเลโซโทได้ 30 วัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.lesothoembassy.ie หรือจะขอ E-Visa ด้วยตัวเองผ่าน www.evisalesotho.com ก็ได้ การขอ E-Visa ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 วันทำการ ต้องจัดเตรียมเอกสารดังนี้

– ค่าดำเนินการ 150 USD สำหรับเข้าออก 1 ครั้ง และ 250 USD สำหรับเข้าออกหลายครั้ง

– หนังสือเดินทางที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และต้องมีหน้ากระดาษว่างอย่างน้อย 2 หน้า

– ตั๋วเครื่องบินที่ระบุเที่ยวบินขาไป-กลับจากเลโซโทชัดเจน

– หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท

– หลักฐานทางการเงิน สมุดบัญชี

– ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่ป่วยเป็นโรคไข้เหลือง (Yellow Fever)

– เอกสารประกันภัยการเดินทาง

– ที่อยู่ระหว่างพำนักในประเทศเลโซโท (ถ้ามี)

– หากเดินทางกับทัวร์ ต้องระบุชื่อบริษัททัวร์ให้ชัดเจน

– หากอายุต่ำกว่า 16 ปี ต้องมีสำเนาสูติบัตร สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) และสำเนาใบเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)

สำหรับเรื่องราวน่ารู้ก่อนเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต่งในดินแดนไร้ทะเลแห่งแอฟริกาอย่างเลโซโท เอ็กซ์พีเดียก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาฝากด้วย

  • สกุลเงินของเลโซโทคือ Lesotho Loti (LSL) เงิน 10 LSL มีค่าประมาณ 25 บาท แต่หน่วยเงินที่ใช้จริงเรียกว่า Maloti มีหน่วยเงินย่อย คือ Lisente (เทียบเหมือนหน่วยสตางค์) นอกจากนี้เราสามารถใช้เงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ได้ด้วย ก่อนไปท่องเที่ยวในประเทศเลโซโทควรเตรียมแลกเงินไปให้พร้อม เนื่องจากมีเพียงเมืองหลวงอย่างมาเซรูเท่านั้นที่มีแหล่งแลกเงิน
  • การให้ทิปในร้านอาหารถือเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากค่าแรงในประเทศถูก ควรให้ทิปประมาณ 10 – 15 % ของค่าอาหาร
  • เลโซโทเป็นประเทศที่สามารถดื่มน้ำจากก๊อกได้เลย หรือจะเอาขวดกรอกน้ำเพื่อดื่มระหว่างทางก็ได้