หากเพื่อนๆ คนไหนอยากลองแหวกแนวออกไปเที่ยวโซนแอฟริกาดูบ้าง เอ็กซ์พีเดียบอกเลยว่าคิดไม่ผิด! เพราะแอฟริกาเรียกได้ว่าเป็นดินแดนสุดยอดแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่รอคอยให้เพื่อนๆ และใครอีกหลายคนไปค้นพบ ก่อนไปก็ต้องมีการเตรียมความพร้อม เตรียมร่างกายให้สมบูรณ์ บางประเทศก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันก่อนไปด้วย อย่าลืมเตรียมข้อมูลก่อนเดินทางเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยระหว่างเที่ยวด้วยนะ หากพร้อมแล้ววันนี้เราจะขอแนะนำ 6 ประเทศที่มี 6 “ที่สุด” ทางธรรมชาติในทวีปแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก หรือแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกต่างก็ตั้งอยู่ที่แอฟริกาทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมาดูกันดีกว่าว่าแต่ละที่นั้นจะเป็นอย่างไร

ตะลุยทวีปแอฟริกา ชมความสมบูรณ์ของธรรมชาติ


1

ประเทศโมร็อกโค (Morocco)

1.Morocco-1

1.Morocco-2
1.Morocco-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ประเทศแรกในแอฟริกาที่เราจะพาไปเที่ยวกันคือโมร็อกโค โมร็อกโคเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในด้านต่างๆ เพราะตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกาแต่มีวัฒนธรรมสไตล์อาหรับ อาคารบ้านเรือนและสถาปัตยกรรมก็จะมีรูปทรงคล้ายของประเทศแถบตะวันออกกลาง แถมยังเป็นประเทศที่มีทะเลทรายซาฮารา (Sahara Desert) ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาและในโลก จนหลายคนในไทยต่างเรียกโมร็อกโคว่า “ดินแดนฟ้าจรดทราย”

คาซาบลังกา (Casablanca) : เมืองใหญ่ในโมร็อกโคที่มีลักษณะเป็นเมืองท่าเพราะอยู่ติดชายฝั่ง คำว่าคาซาบลังกาแปลว่าบ้านสีขาวในภาษาสเปน เพื่อนๆ จะสังเกตเห็นได้ว่าบ้านเรือนส่วนใหญ่ต่างก็เป็นสีขาวตามชื่อจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สุเหร่ากษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (Mosque Hassan II) สุเหร่าที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นสุเหร่าที่ค่อนข้างทันสมัยเพราะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสร้าง อย่างเช่น เครื่องทำความร้อน หลังคาเลื่อนได้ เป็นต้น จากนั้นต้องไปเที่ยวที่ย่านไอน์เดียบ (Ain Diab) ย่านที่อยู่อาศัยของคนรวย มีบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่เรียงราย ดาราฮอลลีวูดหลายคนก็มีบ้านอยู่ย่านนี้ ส่วนใครอยากจะช้อปปิ้งก็ต้องไปที่ตลาดกลาง (Central Market) ที่มีของพื้นเมืองน่ารักๆ รับรองถูกใจเพียบ

มาราเกซ (Marrakech) : มาราเกซเป็นเมืองในโมร็อกโคที่เรียกได้ว่าเป็นนครสีชมพู เนื่องจากตึกอาคารต่างๆ ล้วนเป็นสีโทนชมพู ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวภายในมาราเกซ เช่น พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) พระราชวังสุดยิ่งใหญ่ที่มีการตกแต่งอย่างประณีตด้วยการแกะสลักปูน และการใช้กระเบื้องโมเสก หรือจะเป็นจัตุรัสเจมา เอล ฟนา (Djemaa el Fna Square) ที่มีสินค้าพื้นเมืองให้เพื่อนๆ เลือกซื้อมากมาย ใครที่อยากจะเพนต์เฮนน่า ที่จัตุรัสแห่งนี้ก็มีเช่นกัน

ไอท์ เบนฮาดดู (Ait Benhaddou) : ไอท์ เบนฮาดดู เมืองในโมร็อกโคที่ตั้งอยู่ระหว่างมาราเกซและทะเลทรายซาฮารา ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1987 ในอดีตเป็นเมืองป้อมปราการให้นักรบอาศัย โดดเด่นด้วยสิ่งก่อสร้างที่ทำจากโคลนดินแห้งสีแดง มีความสวยงามมากๆ ใครที่มาเที่ยวโมร็อกโคต้องแวะมาเที่ยวให้ได้

ทะเลทรายซาฮารา (Sahara Desert) : ทะเลทรายซาฮาราเป็นทะเลทรายที่หลายคนรู้จักกันดีเพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดใหญ่ครอบคลุมหลายพื้นที่ประเทศในแอฟริกา เช่น อียิปต์ ลิเบีย ซูดาน แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่จะออกไปเที่ยวทะเลทรายซาฮารานั้นก็เลือกที่จะมาที่โมร็อกโค เพื่อนๆ สามารถซื้อเดย์ทริปออกไปเที่ยวกลางทะเลทราย นั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อตะลุยเนินทราย แล้วไปต่อกันที่การขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตกดินได้

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
กลางเดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน

2

ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)

2.South-Africa-1

2.South-Africa-2
2.South-Africa-3
ภาพจาก : iStockPhoto

ประเทศถัดมาในแอฟริกาที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ก็คือประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศที่ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกานั่นเอง แอฟริกาใต้เป็นประเทศสุดแปลกเพราะมีเมืองหลวงถึง 3 เมือง แต่ละเมืองดูแลบริการแต่ละภาคส่วนต่างกันออกไป แต่วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในเมืองหลวง 1 ในสามแห่งนี้ ซึ่งได้แก่เมืองเคปทาวน์ (Capetown) นั่นเอง

ภูเขารูปโต๊ะ (Table Mountain) : ที่แรกที่ต้องไปในเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ก็คือภูเขารูปโต๊ะ ภูเขาซึ่งเกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกขึ้นมาแล้วถูกกัดกร่อนโดยลมและฝน จนกลายเป็นภูเขารูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนโต๊ะนั่นเอง นอกจากจะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโกแล้ว ภูเขารูปโต๊ะยังได้รับยกย่องอย่างมากมาย ทั้งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของโลก และเป็น 1 ใน 28 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกยุคใหม่ เพื่อนๆ สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปบริเวณด้านบนภูเขาเพื่อไปจุดชมวิวต่างๆ ซึ่งระหว่างทางก็จะได้พบกับสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้หายากหลายชนิดด้วย

หาดโบลเดอร์ส (Boulders Beach)​ : ชายหาดสุดน่ารักริมชายฝั่งเคปทาวน์ ที่มีเพนกวินสายพันธุ์เฉพาะของแอฟริกาที่ใกล้จะศูนย์พันธุ์อาศัยกันอยู่ริมชายฝั่งกว่า 3,000 ตัว เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมความน่ารักของเพนกวินขณะทำกิจกรรมต่างๆ ได้

แหลมอะกะลัส (Cape Agulhas) : ใต้สุดของทวีปแอฟริกาก็ต้องที่แหลมอะละกัส แหลมหินซึ่งเป็นจุดแบ่งอย่างเป็นทางการของมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดีย นักท่องเที่ยวหลายคนแวะมาเพื่อถ่ายภาพพิสูจน์ว่าในชีวิตหนึ่งได้มาถึงจุดใต้สุดของทวีปแอฟริกาแล้ว

วิคตอเรีย แอนด์ อัลเฟรด วอเตอร์ฟรอนท์ (Victoria & Alfred Waterfront) : นอกเหนือจากธรรมชาติที่สวยงาม เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ยังมีย่านให้เพื่อนๆ ได้ใช้ชีวิตชิลๆ เดินช้อปปิ้ง นั่งจิบเครื่องดื่ม ทานอาหารทะเล รับลมสบายๆ แถมยังมีเบื้องหลังเป็นภูเขารูปโต๊ะสวยงามอีกด้วย รับรองว่าหาที่ไหนไม่ได้อีกนอกจากที่ริมท่าเรือแห่งนี้

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนตุลาคม – เดือนเมษายน

3

ประเทศแทนซาเนีย (Tanzania)

3.Tanzania-1

3.Tanzania-2
3.Tanzania-3
ภาพจาก : iStockPhoto

แทนซาเนีย อีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจและควรค่าแก่การไปเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะใครที่รักธรรมชาติต้องห้ามพลาด เพราะที่นี่มีอุทยานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกรอคอยให้เพื่อนๆ ไปสำรวจ รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกาก็ตั้งอยู่ที่แทนซาเนียอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park)​ : หนึ่งในอุทยานที่ดีที่สุดในทวีปแอฟริกาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนากว้างใหญ่ เป็นอุทยานที่โด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกาสำหรับนักผจญภัยที่ต้องการมาดู Big Five หรือสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอฟริกา ซึ่งประกอบด้วย สิงโต เสือดาว ช้างป่า ควายป่า และแรดนั่นเอง ในอุทยานแห่งนี้มีสัตว์ชนิดต่างๆ อาศัยอยู่กว่า 3 ล้านตัวรอคอยให้เพื่อนๆ ไปพบ

ยอดเขาคิลิมันจาโร (Mount Kilimanjaro) : แปลว่าภูเขาที่ทอแสงแวววาว นับว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกาและเป็นยอดภูเขาไฟยอดเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลก บริเวณด้านบนนั้นมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้มีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาอยู่ สำหรับการขึ้นยอดเขา เพื่อนๆ สามารถซื้อทัวร์ที่มีไกด์นำขึ้นไปได้ การเดินขึ้นยอดเขาจะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน การเดินขึ้นนั้นไม่ยากมากนัก ใครที่สุขภาพแข็งแรงปกติก็สามารถเดินขึ้นได้ ไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษในการปีนเขา

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนมิถุนายน – เดือนตุลาคม

4

ประเทศมาดากัสการ์ (Madagascar)

4.Madacascar-1

4.Madacascar-2
4.Madacascar-3
ภาพจาก : iStockPhoto

อีกหนึ่งชื่อประเทศในทวีปแอฟริกาที่หลายคนต้องเคยได้ยินจากการ์ตูนอนิเมชั่นยอดฮิตก็คือประเทศมาดากัสการ์นั่นเอง มาดากัสการ์เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแอฟริกา เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มาดากัสการ์ในภาพยนตร์กับมาดากัสการ์ในเรื่องจริงก็คล้ายกัน เพราะเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมาก และยังเต็มไปด้วยสัตว์ป่าแสนน่ารักหลายชนิด มาดากัสการ์เป็นถิ่นที่อยู่ของสายพันธุ์พืชและสัตว์กว่าร้อยละ 5 ของโลก ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นสายพันธุ์จำเพาะของเกาะแห่งนี้ ไม่สามารถหาได้ที่อื่น

โมรอนดาวา (Morondava) : เมืองโมรอนดาวานั้นเป็นเป้าหมายของนักผจญภัยหลายคนเพราะมีป่ากิรินดี (Kirindy Forest) ป่าแล้งที่มีระบบนิเวศน์ที่ไม่เหมือนใครที่ไหนในโลก ทำให้ที่นี่มีพืชพันธุ์และสัตว์ป่าหายากมากมาย เช่น หนูยักษ์ (giant jumping rat) ที่สามารถกระโดดได้ไกลเหมือนจิงโจ้ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว หรือจะเป็นฟอสซา (Fossa) แมวผสมพังพอนขนาดใหญ่ก็สามารถพบได้ที่นี่ นอกจากนั้นในป่าแห่งนี้ยังมีเบาบับ แอลลีย์ (Baobab Alley) ถนนที่สองข้างทางเรียงรายด้วยต้นเบาบับ ต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมาดากัสการ์และมีความสูงถึง 25 เมตร

อุทยานแห่งชาติอันดาสิเบ (Andasibe National Park) : อุทยานแห่งชาติในแอฟริกาที่เหมาะมากสำหรับใครที่อยากจะไปเจอลีเมอร์ สัตว์หายากประจำเกาะมาดากัสการ์ อุทยานแห่งชาตินี้มีลีเมอร์พันธุ์อินดรี (Indri) ลีเมอร์พันธุ์ใหญ่ที่สุดในโลก ลักษณะขนเป็นสีดำขาวคลายกับแพนด้า ลีเมอร์ตัวที่ขนาดใหญ่ที่สุดมีความสูงถึง 150 เซ็นติเมตรเลยทีเดียว

เกาะเซนต์มารี (Sainte Marie Island) : นอกจากป่าเขาแล้วที่มาดากัสการ์ในทวีปแอฟริกานั้นยังมีทะเลที่สวยงามมากที่เกาะเซนต์มารีแห่งนี้ เกาะเซนต์มารีเป็นเกาะขนาดเล็ก ในอดีตเป็นที่ตั้งรกรากของโจรสลัด กิจกรรมน่าสนใจก็มีทั้งการอาบแดด ดำน้ำชมปะการัง แถมตามแนวฝั่งเพื่อนๆ ยังสามารถนั่งเรือออกไปชมปลาวาฬหลังค่อมกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำได้อีกด้วย

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนเมษายน – กลางธันวาคม

4

ประเทศอียิปต์ (Egypt)

5.Egypt-1

5.Egypt-2
5.Egypt-3
ภาพจาก : iStockPhoto

มาถึงอีกหนึ่ง “ที่สุด” ในทวีปแอฟริกา นั่นคือประเทศอียิปต์ ซึ่งมีแม่น้ำไนล์ แม่น้ำที่ยาวที่สุดในแอฟริกาและยาวที่สุดในโลกอยู่นั่นเอง แม่น้ำไนล์นั้นไหลผ่านพื้นที่ประเทศถึง 11 ประเทศในแอฟริกา และมีความสำคัญกับอียิปต์มาก เพราะเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงทวีปแอฟริกาและประเทศอียิปต์จนเกิดมาเป็นอารยธรรมอียิปต์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงวันนี้นั่นเอง

ล่องเรือในแม่น้ำไนล์ (Nile Cruise) : ไหนๆ ก็มาเที่ยวอียิปต์เพื่อตามรอยอารยธรรมอียิปต์โบราณกันแล้ว เราก็ขอแนะนำให้เพื่อนๆ ลองไปล่องเรือสำราญไหลไปตามแม่น้ำไนล์ ภายในเรือนั้นก็มีห้องพัก มีอาหารพร้อมให้เพื่อนๆ ตลอด 3 มื้อ สามารถนั่งเรือชิลๆ ดูบ้านเรือนริมสองฝั่งแม่น้ำ แถมบนเรือยังมีการแสดงแบบอียิปต์แท้ๆ ให้ได้ชมกันอีกด้วย เช่น ระบำหน้าท้องพร้อมเครื่องดนตรีแบบอียิปต์ เส้นทางยอดนิยมในการล่องเรือก็คือจากลักซอร์ (Luxor) ไปถึงอัสวาน (Aswan)

พีระมิดแห่งกิซ่า (The Great Pyramid of Giza) : แน่นอนว่ามาอียิปต์ก็ต้องหนีไม่พ้นการไปเที่ยวพีระมิดแห่งกีซ่า พีระมิดที่ใหญ่โตและเก่าแก่ที่สุดจนได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ยิ่งถ้าให้อินกว่าเดิมต้องขี่อูฐเพื่อเข้าไปชมด้วยนะ พีระมิดนี้นอกจะชมจากภายนอกแล้วเพื่อนๆ ยังสามารถเข้าไปชมภายในได้ถึงห้องฝังพระศพเลยทีเดียว แต่อากาศข้างในจะค่อนข้างอับและไม่เหมาะสำหรับคนกลัวที่แคบเพราะทางเดินค่อนข้างเล็ก

การเดินทาง
พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนมีนาคม – เดือนเมษายน และเดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกายน

6

ประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia)

6.Ethiopia-1

6.Ethiopia-2
6.Ethiopia-3
ภาพจาก : iStockPhoto

มาถึงประเทศสุดท้ายในทวีปแอฟริกาที่เราอยากจะพาไป ได้แก่ ประเทศเอธิโอเปีย เอธิโอเปียอาจไม่ใช่ประเทศที่ได้ยินชื่อแล้วคิดอยากไปเที่ยวทันที เพราะเพื่อนๆ คงเคยได้ยินเรื่องเล่าต่างๆ จากแต่ก่อนกันมาว่ากันดารบ้าง เดินทางยากบ้าง แต่รับรองว่าถ้าหากได้ไปเที่ยวจริงๆ แล้วจะไม่เสียดายที่ได้ไปอย่างแน่นอน เพราะที่นี่มีธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจรอให้เพื่อนๆ ไปค้นพบอยู่ด้วย สถานที่สุดเจ๋งที่เรียกได้ว่าเป็นความสุดของเอธิโอเปียก็คงหนีไม่พ้นแอ่งดานาคิล (Danakil Depression) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลกที่มีมนุษย์ตั้งรกรากอยู่อาศัยนั่นเอง

แอ่งดานาคิล (Danakil Depression) : แอ่งดานาคิลเป็นแอ่งซัลเฟอร์ที่ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิล (Danakil Desert) ประเทศเอธิโอเปีย บริเวณนี้อากาศร้อนมากจนได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก เมื่อนับจากอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีในตอนกลางวันคือ 37 องศาเซลเซียส และตอนกลางคืนคือ 34 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้คือ 51 องศาเซลเซียส นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ที่อยู่ต่ำที่สุดของโลก คือ 100 เมตรจากระดับน้ำทะเลนั่นเอง ลักษณะแอ่งเป็นบ่อต่างๆ ไล่สีสันสวยงาม ทั้งเหลือง ส้ม แดง สีสันทั้งหลายนี้เกิดจากแร่ธาตุต่างๆ เช่น ซัลเฟอร์ โพแทสเซียม บริเวณนี้รถยนต์ไม่สามารถขับเข้ามาได้ จะต้องขี่อูฐเข้ามาเท่านั้น

ภูเขาไฟเอเรอตาเล (Erta Ale Volcano) : ภูเขาไฟที่ยังปะทุตลอดเวลา นักท่องเที่ยวหลายคนต้องขอแวะมาเพื่อชมภาพประตูสู่นรกแห่งนี้ ภูเขาไฟนี้ก็ตั้งอยู่ในทะเลทรายดานาคิลเช่นเดียวกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาให้ได้เมื่อมาเที่ยวเอธิโอเปีย แต่การไปนั้นค่อนข้างอันตรายจึงควรจะมีไกด์นำเที่ยวพร้อมทหารอารักขาด้วยเนื่องจากเป็นเขตชายแดน

เหมืองเกลือ (Salt Mines) : มาดูที่สวยๆ งามๆ กันบ้าง ที่นี่คือเมืองรากาด (Ragad) สถานที่ทำเหมืองเกลืออันโด่งดังแห่งหนึ่งของเอธิโอเปีย เพราะที่นี่มีความกว้างใหญ่และสวยงามมาก เพื่อนๆ จะเห็นทิวทัศน์เป็นทะเลสีขาวกว้างใหญ่จนไม่เห็นปลายจบ ยิ่งใครมาเวลาพระอาทิตย์ตกดินก็จะได้เห็นการขนเกลือซึ่งทำโดยการตัดเกลือเป็นแผ่นเล็กๆ แล้วให้อูฐแบกไปตามทางนั่นเอง

พักที่ไหนดี?
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว
เดือนตุลาคม – เดือนเมษายน