เอาใจเพื่อนๆ สายแอดเวนเจอร์ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมผจญภัยสุดตื่นเต้นและเร้าใจท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ ด้วย 7 ที่เที่ยวธรรมชาติที่เอ็กซ์พีเดียนำมาฝากกัน บอกเลยว่างานนี้ได้ทั้งสนุกกับกิจกรรมผจญภัยที่มีทั้งขี่ม้า ปีนเขา ล่องแก่ง ฯลฯ ไปพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยๆ ในไทยอย่างแน่นอน เริ่ม !

เที่ยวไทยแบบผจญภัยไปกับ 7 ที่เที่ยวธรรมชาติสามารถทำกิจกรรมได้


1

น้ำตกแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

1.น้ำตกแก่งหินเพิง-จ.ปราจีนบุรี-01

1.น้ำตกแก่งหินเพิง-จ.ปราจีนบุรี-02
1.น้ำตกแก่งหินเพิง-จ.ปราจีนบุรี-03
ภาพจาก : iStockPhoto

เริ่มต้นกันที่การล่องแก่งที่น้ำตกแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี กิจกรรมที่เพื่อนๆ จะได้ผจญภัยบนแพยางไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยว ระยะทางยาวกว่า 4.5 กิโลเมตร ที่มีต้นน้ำมาจากน้ำตกวังเหว โดยเส้นทางล่องแก่งจะเริ่มที่แก่งหินเพิงผ่านแก่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแก่งผักหนามล้อม แก่งวังยาว แก่งวังไทร เป็นต้น การล่องแก่งที่น้ำตกแก่งหินเพิงนี้จำเป็นต้องอาศัยทักษะการล่องแก่งและการทรงตัวที่ดีพอสมควร เพราะเพื่อนๆ จะต้องล่องแก่งผ่านลานหิน ฝ่าโขดหินต่างๆ ที่มีความยากของการล่องแก่งอยู่ที่ 3 – 5 บอกเลยว่าเป็นกิจกรรมผจญภัยที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และเร้าใจสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าและขี่จักรยานให้เพื่อนๆ ได้ลองผจญภัยไปในผืนป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติอย่างปลอดภัยอีกด้วย

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
เดือนกรกฎาคม – เดือนตุลาคม
พักที่?

ดีลแนะนำ กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี

2

ยอดเขาโมโกจู จ.กำแพงเพชร

2.ยอดเขาโมโกจู-จ.กำแพงเพชร-01
 2.ยอดเขาโมโกจู-จ.กำแพงเพชร-02
2.ยอดเขาโมโกจู-จ.กำแพงเพชร-03
2.ยอดเขาโมโกจู-จ.กำแพงเพชร-04
ภาพจาก : iStockPhoto

สายปีนเขาชมธรรมชาติต้องไปปีนยอดเขาโมโกจูได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ยอดเขาโมโกจูตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีความสูงประมาณ 1,964 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือว่าสูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์ ความผจญภัยในการปีนเขาครั้งนี้ต้องใช้เวลาถึง 5 วัน 4 คืนด้วยการเดินเท้าเข้าไปในระยะทางไป – กลับประมาณ 60 กิโลเมตร และในแต่ละปีทางอุทยานแห่งชาติแม่วงก์จะเปิดให้ปีนเขาได้แค่ 4 เดือนเท่านั้น ถือว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ

ในการปีนเขาไปยังยอดเขาโมโกจูเพื่อนๆ จะต้องเดินทางผ่านแคมป์ต่างๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นแคมป์แม่กระสา แคมป์แม่เรวา แคมป์ขอนไม้ แคมป์ตีนดอย ระหว่างทางเพื่อนๆ จะได้ฝึกทักษะในปีนเขาและการผจญภัยฝ่าทางเดินที่ลาดชัน ข้ามห้วย ข้ามโขดหิน ข้ามสะพานต้นไม้ ผ่านน้ำตกแม่รีวา ฯลฯ เพื่อไปสู่ “หินเรือใบ” จุดที่สูงที่สุดของยอดเขาโมโกจูที่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางแห่งสวรรค์บนดิน เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกแห่งของประเทศไทย และถือว่าเป็นเส้นทางแห่งการพิสูจน์ความเป็นนักผจญภัยตัวจริงของเพื่อนๆ อีกด้วย

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
ขึ้นอยู่กับแต่ละปี
พักที่?

ดีลแนะนำ กรุงเทพฯ-กําแพงเพชร

3

ภูกระดึง จ.เลย

3.ภูกระดึง-จ.เลย-1
3.ภูกระดึง-จ.เลย-3
3.ภูกระดึง-จ.เลย-4
3.ภูกระดึง-จ.เลย-5
3.ภูกระดึง-จ.เลย-5
3.ภูกระดึง-จ.เลย-7
3.ภูกระดึง-จ.เลย-8
ภาพจาก : iStockPhoto

“ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องพิชิตภูกระดึง” ที่นี่ถือว่าเป็นเส้นทางแห่งการผจญภัยและเส้นทางของคู่รักที่อยากจะพิสูจน์ความรักที่มีต่อกัน เพราะเราจะต้องผจญภัยไปในผืนป่าด้วยการเดินเท้ากว่า 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางกว่า 4 – 5 ชั่วโมง เพื่อพิชิตยอดภูกระดึงให้ได้ โดยภูกระดึงเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย มีความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร ซึ่งจุดสูงสุดอยู่ที่ “คอกเมย” มีความสูงประมาณ 1,316 เมตร ระหว่างทางที่เพื่อนๆ เดินไปก็จะได้พบทั้งต้นไม้ ดอกไม้ น้ำตก ลำธาร ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ฯลฯ พร้อมกับจุดแวะพักหลายจุด อาทิ ปางกกค่า ซำแฮก ซำแคร่ เป็นต้น แถมอากาศด้านบนยังเย็นสบายตลอดทั้งปี มีจุดไฮไลท์การท่องเที่ยวหลายจุด ทั้งผานกแอ่นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด ผาหล่มสักจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด ผาหมากดูก ผาสำหรับชมพระอาทิตย์ตกที่ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีดอกกระเจียวขึ้นเต็มทุ่งให้เราได้ชมกันด้วย เป็นต้น

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
วันที่ 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคม ของทุกปี
พักที่?

4

ไร่เลย์ จ.กระบี่

4.ไร่เลย์-จ.กระบี่-01

ภาพจาก : iStockPhoto

เปลี่ยนจากการผจญภัยในการปีนเขามาปีนหน้าผากันบ้าง ซึ่งการปีนผาที่ไร่เลย์ จ.กระบี่นั้นเป็นกิจกรรมที่นิยมกันมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่นี่ การปีนผาที่ไร่เลย์มีแพ็คเกจให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น ปีนครึ่งวัน ปีนเต็มวัน ปีนคนเดียว ปีนคู่ ปีนผาเดียว ปีนหลายผา ฯลฯ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถซื้อแพ็คเกจจากผู้ให้บริการที่มีให้เลือกหลายเจ้าได้เลย การปีนผาที่ไร่เลย์นั้นก็มีผาให้เลือกปีนหลายผาเช่นกัน อาทิ ผาหินของอ่าวต้นไทร อ่าวถ้ำพระนาง ผากำแพงเพลิง เป็นต้น ระดับความยาก – ง่ายก็แตกต่างกันออกไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างดี นอกจากเพื่อนๆ จะได้ผจญภัยไปกับการปีนผาแล้วยังจะได้ชมทิวทัศน์ของทะเลกระบี่สวยๆ อีกด้วย

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
พักที่?

4

ฟลายอิ้งหนุมาน ซิปไลน์ ภูเก็ต (Flying Hanuman Phuket) จ.ภูเก็ต

5.ฟลายอิ้งหนุมาน-ซิปไลน์-ภูเก็ต-Flying-Hanuman-Phuket-จ.ภูเก็ต-1
5.ฟลายอิ้งหนุมาน-ซิปไลน์-ภูเก็ต-Flying-Hanuman-Phuket-จ.ภูเก็ต-2
 5.ฟลายอิ้งหนุมาน-ซิปไลน์-ภูเก็ต-Flying-Hanuman-Phuket-จ.ภูเก็ต-3
5.ฟลายอิ้งหนุมาน-ซิปไลน์-ภูเก็ต-Flying-Hanuman-Phuket-จ.ภูเก็ต-4
ภาพจาก : iStockPhoto

ฟลายอิ้งหนุมาน ซิปไลน์ ภูเก็ต คือสถานที่ที่เพื่อนๆ จะได้ผจญภัยเหนือผืนป่าไปกับการโหนสลิง เล่นซิปไลน์ตามฐานต่างๆ ที่มีมากถึง 28 ฐาน ไม่ว่าจะเป็นโหนสลิง โรยตัว ข้ามสะพานแขวน ขึ้นบันไดเวียน เดินป่า ก็มีให้ทำครบ บอกเลยว่าทั้งตื่นเต้น สนุก เร้าใจ แถมได้ชมวิวสวยๆ ของธรรมชาติเกาะภูเก็ตในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมด้วย ซึ่งการเล่นซิปไลน์ที่นี่ก็ปลอดภัย มีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
พักที่?

6

ฟาร์มโชคชัย จ.นครราชสีมา

6.ฟาร์มโชคชัย-จ.นครราชสีมา-1
6.ฟาร์มโชคชัย-จ.นครราชสีมา-2
 6.ฟาร์มโชคชัย-จ.นครราชสีมา-3
 6.ฟาร์มโชคชัย-จ.นครราชสีมา-4
ภาพจาก : iStockPhoto

ผจญภัยไปกับการขี่ม้ากันที่ฟาร์มโชคชัย จ.นครราชสีมา เป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ที่สำคัญคือสามารถไปเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ได้ด้วย ที่นี่มีม้าให้เลือกขี่ ทั้งม้าเล็ก ม้าใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถผจญภัยไปกับการขับรถยูทีวี รถเอทีวี ป้อนอาหารสัตว์ ปั่นจักรยานชมสวนได้ด้วย ถือว่าเป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่สามารถผจญภัยไปกับการเรียนรู้วิถีเกษตร สัมผัสธรรมชาติ ทำกิจกรรมสนุกๆ ได้ทั้งครอบครัว

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
พักที่?


7

หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

7.หัวหิน-จ.ประจวบคีรีขันธ์-1

ภาพจาก : iStockPhoto

ปิดท้ายกันที่กิจกรรมขี่ม้าที่ชายหาดหัวหิน แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ผจญภัยมากนักแต่ก็ท้าทายสำหรับคนที่เพิ่งเคยขี่ม้าเหมือนกัน เพราะเราต้องทรงตัวอยู่บนหลังม้าที่เดินเลียบชายหาดนุ่มๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ คนไหนขี่ม้าไม่เป็นก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินจูงไปตามทางและสามารถเลือกไซส์สีของม้าได้ตามใจชอบ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาชายหาดหัวหินเลยนะ เพราะถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่จริงๆ

เดินทาง
เวลาเปิด
💰 ค่าเข้าชม
ช่วงเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
พักที่?